พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,873 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง: ต้องมีเจตนาหลอกลวง ผู้ถูกหลอกเชื่อ และส่งทรัพย์ให้
ความสำคัญของความผิดฐานฉ้อโกง จะต้องปรากฏว่ามีเจตนาทุจจริตกล่าวเท็จหลอกลวง ผู้ถูกหลอกลวงหลงเชื่อ และส่งทรัพย์ให้ฟ้องโจทก์เพียงว่า จำเลยกล่าวเท็จอย่างเดียวเท่านั้น ยังไม่เป็นองค์ความผิดฐานฉ้อโกง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง: ต้องมีเจตนาหลอกลวง ผู้ถูกหลอกเชื่อ และส่งทรัพย์ให้
ความสำคัญของความผิดฐานฉ้อโกง จะต้องปรากฏว่ามีเจตนาทุจริตกล่าวเท็จหลอกลวง ผู้ถูกหลอกลวงหลงเชื่อและส่งทรัพย์ให้ ฟ้องโจทก์ ปรากฏแต่เพียงว่าจำเลยกล่าวเท็จอย่างเดียวเท่านั้น ยังไม่เป็นองค์ความผิดฐานฉ้อโกง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องความผิดพ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว ต้องแสดงหลักฐานประกาศคณะกรรมการกำหนดเวลาแจ้งข้าว และการฝ่าฝืนประกาศ
ความผิดฐานมีข้าวไว้ในครอบครองในเขตต์ห้ามกักกันข้าว โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ. 2489 ฟ้องต้องได้ความว่า ได้มีประกาศคณะกรรมการกำหนดเวลาให้ผู้มีข้าวเกินปริมาณมาแจ้ง และจำเลยทำฝ่าฝืนประกาศนั้น จึงจะมีผิด
ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประกาศของคณะกรรมการ และมิได้ยื่นสำเนาประกาศมาท้ายคำฟ้อง ซึ่งพอจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้อง ดังนี้ ถือว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ ลงโทษจำเลยไม่ได้
ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประกาศของคณะกรรมการ และมิได้ยื่นสำเนาประกาศมาท้ายคำฟ้อง ซึ่งพอจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้อง ดังนี้ ถือว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ ลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว: ฟ้องไม่สมบูรณ์หากไม่ระบุประกาศกำหนดเวลาแจ้งข้าว
ความผิดฐานมีข้าวไว้ในครอบครองในเขตห้ามกักกันข้าวโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าวพ.ศ.2489.ฟ้องต้องได้ความว่า ได้มีประกาศคณะกรรมการกำหนดเวลาให้ผู้มีข้าวเกินปริมาณมาแจ้ง และจำเลยทำฝ่าฝืนประกาศนั้นจึงจะมีผิด
ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประกาศของคณะกรรมการและมิได้ยื่นสำเนาประกาศมาท้ายคำฟ้อง ซึ่งพอจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้อง ดังนี้ ถือว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ลงโทษจำเลยไม่ได้
ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประกาศของคณะกรรมการและมิได้ยื่นสำเนาประกาศมาท้ายคำฟ้อง ซึ่งพอจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้อง ดังนี้ ถือว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีชั่งตวงวัดต้องระบุคำขอให้จ่ายเงินสินบน หากไม่มี ศาลไม่สามารถบังคับได้
บรรยายฟ้องว่า จำเลยทำผิด พ.ร.บ.ชั่วตวงวัด มาตรา 32 แต่ไม่กล่าวถึงเรื่องเงินสินบน และไม่มีคำขอบังคับให้จ่ายเงินสินบนด้วย แม้จะระบุ มาตรา 3 พ.ร.บ.ชั่งตวงวัด2466 มาท้ายฟ้องด้วย ก็ต้องถือว่าฟ้องไม่มีคำขอให้จ่ายเงินสินบน ศาลไม่บังคับให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
นิยาม 'เคหะ' ใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า: สิ่งปลูกสร้างใช้ประกอบธุรกิจ ไม่ถือเป็นเคหะ แม้มีส่วนที่อยู่อาศัย
'เคหะ' ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489มาตรา 5 นั้น มีความหมายในเบื้องต้นว่า ต้องเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย
สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถึงประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมด้วย ก็ยังนับว่าเป็น'เคหะ' แต่ถ้าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมซึ่งไม่อยู่ในความหมายของคำว่า 'เคหะ' แล้ว แม้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย ก็ไม่กลับกลายเป็นเคหะขึ้นมาได้
โจทก์เช่าโรงเลื่อยเพื่อเลื่อยไม้จำหน่าย นับว่าเช่าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมโดยตรง ไม่ต้องด้วยลักษณะของคำว่า'เคหะ' ตามความในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489
สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถึงประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมด้วย ก็ยังนับว่าเป็น'เคหะ' แต่ถ้าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมซึ่งไม่อยู่ในความหมายของคำว่า 'เคหะ' แล้ว แม้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย ก็ไม่กลับกลายเป็นเคหะขึ้นมาได้
โจทก์เช่าโรงเลื่อยเพื่อเลื่อยไม้จำหน่าย นับว่าเช่าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมโดยตรง ไม่ต้องด้วยลักษณะของคำว่า'เคหะ' ตามความในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 494/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งปริมาณผ้า: การพิสูจน์เจตนาเพื่อการค้าและปริมาณที่ต้องแจ้ง
ฟ้องว่าจำเลยเป็นพ่อค้าผ้าไว้โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ ตามประกาศคณะกรมการจังหวัด ซึ่งประกาศให้ผู้มีผ้าเพื่อการค้าตั้งแต่ 1 เมตร และผู้มีไว้ใช้เองตั้งแต่ 80 เมตร ให้แจ้งปริมาณ แต่ฟ้องมิได้กล่าวว่าจำเลยมีไว้เพื่อการค้า และจำเลยมีไม่ถึง 80 เมตรดั่งนี้ ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 494/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งปริมาณผ้า: การตีความสถานะ 'พ่อค้า' และข้อยกเว้นการแจ้งสำหรับปริมาณน้อย
ฟ้องว่าจำเลยเป็นพ่อค้ามีผ้าไว้โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามประกาศคณะกรรมการจังหวัด ซึ่งประกาศให้ผู้มีผ้าเพื่อการค้าตั้งแต่ 1 เมตร และผู้มีไว้ใช้เองตั้งแต่ 80 เมตร ให้แจ้งปริมาณ แต่ฟ้องมิได้กล่าวว่าจำเลยมีไว้เพื่อการค้า และจำเลยมีไม่ถึง 80 เมตรดั่งนี้ ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์การประกาศกฎหมายป่าไม้: จำเป็นต้องแสดงการคัดลอกประกาศ ณ ที่สาธารณะเพื่อใช้ในการดำเนินคดี
ในคดีที่ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ.2484โจทก์จะต้องบรรยายในฟ้องให้ปรากฏด้วยว่าได้มีการคัดสำเนาพระราชกฤษฎีกา หรือประกาศรัฐมนตรีซึ่งกำหนดขึ้นตามบทแห่ง พระราชบัญญัติ นี้ไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอที่ทำการกำนัน หรือที่สาธารณสถานในท้องที่ซึ่งเกี่ยวข้องแล้วถ้าในฟ้องมิได้กล่าวไว้ทั้งตามท้องสำนวนก็ไม่ได้ความตามที่ พระราชกฤษฎีกากำหนดไว้ แม้จำเลยรับสารภาพ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 463/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพลาดปีในสำเนาฟ้อง ไม่เป็นเหตุให้จำเลยพ้นผิด หากจำเลยทราบข้อเท็จจริงและไม่ให้การต่อสู้คดี
สำเนาฟ้องระบุปีที่เกิดเหตุผิดไปและผิดจากต้นฉบับคำฟ้องโดยความพลั้งเผลอของโจทก์ แต่ศาลก็ได้อ่านฟ้องที่ถูกต้องให้จำเลยฟังแล้ว สอบถามจำเลย จำเลยไม่ยอมให้การในวันนั้น ได้ทำคำให้การมายื่นฉวยโอกาสเบี่ยงบ่ายไม่ให้การยืนยันวันในสำเนาฟ้อง ว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด ไม่ใช่เป็นการต่อสู้คดีโดยผิดหลง จึงไม่เป็นเหตุให้ยกฟ้องโจทก์