ผลการค้นหาตามปี "2498" (1061 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเรียกเงินค่าเช่านา: ศาลไม่รับฟังฎีกาที่อ้างกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือการแต่งตั้งตัวแทนที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นฟ้อง
โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จำเลยเก็บค่าเช่านาแล้วไม่ส่งโจทก์หรือส่งให้ไม่ครบนั้น เนื้อแท้ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าเช่านาของโจทก์ที่จำเลยยึดถือไว้โดยไม่มีสิทธิ หาได้เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ของที่ดินหรือการที่จะให้บังคับตามสัญญาเช่าที่ดินซึ่งตัวแทนทำไว้โดยไม่มีอำนาจนั้นแต่ประการใดไม่ จึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะเถียงถึงเรื่องกรรมสิทธิ์ของที่ดินหรือการตั้งตัวแทนทำสัญญาเช่าที่ดินโดยไม่มีอำนาจนั้น แต่ประการใดไม่ เมื่อจำเลยฎีกาขึ้นมาก็เป็นนอกประเด็นแห่งคดี ศาลฎีกาย่อมไม่รับฟัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเรียกเงินค่าเช่านาที่จำเลยยึดถือไว้โดยไม่มีสิทธิ ไม่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิที่ดินหรือสัญญาเช่าที่ไม่มีอำนาจ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จำเลยเก็บค่าเช่านาแล้วไม่ส่งโจทก์หรือส่งให้ไม่ครบนั้นเนื้อแท้ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าเช่านาของโจทก์ที่จำเลยยึดถือไว้โดยไม่มีสิทธิ หาได้เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิของที่ดินหรือการที่จะให้บังคับตามสัญญาเช่าที่ดินซึ่งตัวแทนทำไว้โดยไม่มีอำนาจนั้นแต่ประการใดไม่ จึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะเถียงถึงเรื่องกรรมสิทธิของที่ดินหรือการตั้งตัวแทนทำสัญญาเช่าที่ดินโดยไม่มีอำนาจนั้น แต่ประการใดไม่เมื่อจำเลยฎีกาขึ้นมาก็เป็นนอกประเด็นแห่งคดี ศาลฎีกาย่อมไม่รับฟัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 994/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยักยอกทรัพย์: เจตนาทุจริตต้องพิสูจน์ได้ การปฏิเสธหรือการเสนอใช้เงินคืนไม่ถือเป็นเจตนายักยอก
เมื่อคดีได้ความแต่เพียงว่าจำเลยรับฝากโคไว้แล้วบุตรจำเลยมาเอาไปเสีย โดยโจทก์ไม่มีพยานแสดงให้เห็นว่าจำเลยรู้เห็นเป็นใจให้บุตรจำเลยเอาโคไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเช่นนี้คดีโจทก์ก็ยังชี้ไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตยักยอก ฉะนั้นแม้คดีจะได้ความว่าจำเลยรับฝากโคไว้แล้วกลับปฏิเสธว่าไม่ได้รับฝากก็ดี หรือการที่จำเลยบอกผู้เสียหายว่าบุตรจำเลยเอาไปจากจำเลย จำเลยก็รับจะใช้ให้ก็ดี เมื่อไปพูดกันที่บ้านกำนัน จำเลยยังพูดว่า"ถ้ามึงพูดดีก็ให้ พูดไม่ดีก็ไม่ให้" เพียงเท่านี้ยังลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 994/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยักยอกทรัพย์: จำเลยปฏิเสธการรับฝาก ไม่ถือเป็นเจตนายักยอก หากไม่มีหลักฐานแสดงเจตนาทุจริต
เมื่อคดีได้ความแต่เพียงว่าจำเลยรับฝากโคไว้แล้วบุตรจำเลยมาเอาไปเสีย โดยโจทก์ไม่มีพยานแสดงให้เห็นว่าจำเลยรู้เห็นเป็นใจให้บุตรจำเลยเอาโคไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเช่นนี้คดีโจทก์ก็ยังชี้ไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตยักยอก ฉนั้นแม้คดีจะได้ความว่าจำเลยรับฝากโคไว้แล้วกับปฏิเสธว่าไม่ได้รับฝากก็ดีหรือการที่จำเลยบอกผู้เสียหายว่าบุตรจำเลยเอาไปจากจำเลย ๆ ก็รับจะใช้ให้ก็ดี เมื่อไปพูด "ถ้ามึงพูดดีก็ให้ พูดไม่ดีก็ไม่ให้" เพีบงเท่านี้ยังลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989-993/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ดุลยพินิจในการประเมินภาษีเพิ่มเติม กรณีผู้เสียภาษีแสดงรายการไม่ถูกต้องหรือไม่ยื่นรายการ
คำว่า "อาจต้องรับผิดเสียเงินอีก ฯลฯ " ตามความใน ม.23 ,26 แห่งประมวลรัษฎากรนั้นเป็นเรื่องที่ ก.ม.กำหนดให้ใช้ดุลยพินิจหนักเบาตามควรแก่กรณีเป็นเรื่อง ๆ ไม่ว่าควรเรียกภาษีเพิ่มถึงเต็มพิกัดหรือลดหย่อนลงเพียงใดเมื่อปรากฎว่าเจ้าพนักงานประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเป็นจำนวนเกินสมควรแก่พฤติการณ์ที่ผู้เสียควรต้องรับผิดแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจกำหนดลงให้ตามที่เห็นสมควรได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989-993/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจดุลพินิจเจ้าพนักงานประเมินภาษีและการลดหย่อนเงินเพิ่มตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี
คำว่า "อาจต้องรับผิดเสียเงินอีก ฯลฯ" ตามความใน มาตรา 23,26 แห่งประมวลรัษฎากรนั้น เป็นเรื่องที่กฎหมาย กำหนดให้ใช้ดุลพินิจหนักเบาตามควรแก่กรณีเป็นเรื่องๆไม่ว่าควรเรียกภาษีเพิ่มถึงเต็มพิกัดหรือลดหย่อนลงเพียงใด เมื่อปรากฏว่าเจ้าพนักงานประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเป็นจำนวนเกินสมควรแก่พฤติการณ์ที่ผู้เสียควรต้องรับผิดแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจกำหนดลดให้ตามที่เห็นสมควรได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษทางอาญาตามมาตรา 73 ต้องพิสูจน์การพ้นโทษครั้งแรกภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
โจทก์บรรยายฟ้องในข้อขอให้เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้งครั้งแรกจำคุก 4 ปีฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามคดีแดงที่ 541/2491 ครั้งที่2 จำคุก 6 เดือนฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน พ้นโทษไปเมื่อ พ.ศ.2495 มากระทำผิดในคดีนี้ภายใน 3 ปี ไม่เข็ดหลาบขอให้เพิ่มโทษตาม กฎหมายอาญา มาตรา 73 ด้วย
จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องตลอดจนข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษ ดังนี้โทษเก่าครั้งหลังเพียง 6 เดือนย่อมเพิ่มโทษตามมาตรา 73 ไม่ได้ และเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใดโจทก์กล่าวเพียงว่าจำเลยต้องโทษตามคดีแดงที่ 541/2491 จึงพอหมายความได้เพียงว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุก 4 ปี จริง แต่ทราบไม่ได้ว่าพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใด ข้อเท็จจริงที่ปรากฏยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใดแน่ จำเลยอาจพ้นโทษครั้งแรกเกิน 3 ปี ก็เป็นได้ ฉะนั้นจะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 73 ไม่ได้
จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องตลอดจนข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษ ดังนี้โทษเก่าครั้งหลังเพียง 6 เดือนย่อมเพิ่มโทษตามมาตรา 73 ไม่ได้ และเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใดโจทก์กล่าวเพียงว่าจำเลยต้องโทษตามคดีแดงที่ 541/2491 จึงพอหมายความได้เพียงว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุก 4 ปี จริง แต่ทราบไม่ได้ว่าพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใด ข้อเท็จจริงที่ปรากฏยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใดแน่ จำเลยอาจพ้นโทษครั้งแรกเกิน 3 ปี ก็เป็นได้ ฉะนั้นจะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 73 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษอาญา ม.73 ต้องพิสูจน์ระยะเวลาพ้นโทษครั้งแรก หากไม่ชัดเจนศาลไม่สามารถเพิ่มโทษได้
โจทก์บรรยายฟ้องในข้อขอให้เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ๆ แรกจำคุก 4 ปี ฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามคดีแดงที่ 541/2491 ครั้งที่ 2 จำคุก 6 เดือน ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานพ้นโทษไปเมื่อ พ.ศ. 2495 มากระทำผิดในคดีนี้ภายใน 3 ปี ไม่เข็ดหลาบขอให้เพิ่มโทษตาม ก.ม.อาญา ม.73 ด้วย
จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องตลอดจนข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษ ดังนี้โทษเก่าครั้งหลังเพียง 6 เดือน ย่อมเพิ่มโทษตามม.73 ไม่ได้ และเมื่อไม่ปรากฎว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใดโจทก์กล่าวเพียงว่าจำเลยเคยต้องโทษตามคดีแดงที่ 541/2491 จึงพอหมายความได้เพียงจำเลยเคยต้องโทษจำคุก 4 ปีจริง แต่ทราบไม่ได้ว่าพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใด ข้อเท็จจริงที่ปรากฎยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใดแน่ จำเลยอาจพ้นโทษครั้งแรกเกิน 3 ปี ก็เป็นได้ ฉนั้น จะเพิ่มโทษจำเลยตาม ม.73 ไม่ได้
จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องตลอดจนข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษ ดังนี้โทษเก่าครั้งหลังเพียง 6 เดือน ย่อมเพิ่มโทษตามม.73 ไม่ได้ และเมื่อไม่ปรากฎว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใดโจทก์กล่าวเพียงว่าจำเลยเคยต้องโทษตามคดีแดงที่ 541/2491 จึงพอหมายความได้เพียงจำเลยเคยต้องโทษจำคุก 4 ปีจริง แต่ทราบไม่ได้ว่าพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใด ข้อเท็จจริงที่ปรากฎยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกเมื่อใดแน่ จำเลยอาจพ้นโทษครั้งแรกเกิน 3 ปี ก็เป็นได้ ฉนั้น จะเพิ่มโทษจำเลยตาม ม.73 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เหตุหย่าตาม ม.1500(4) ประมวลกฎหมายแพ่งฯ พิจารณาจากโทษจำคุกถึงที่สุด ไม่จำกัดระยะเวลาการถูกจำคุก
เหตุหย่าตาม มาตรา1500(4) นั้น ถือเอาผลแห่งคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกินกว่า 3 ปี เป็นสำคัญ แม้ผู้นั้นจะถูกขังในคดีนั้นหลายคราวคราวละไม่เกิน 3 ปีก็ดีหรือยังไม่ถูกจำคุกตามคำพิพากษาเลยก็ดี ก็ถือเป็นเหตุหย่าได้แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เหตุหย่าจากการถูกจำคุกเกิน 3 ปี: ผลของคำพิพากษาถึงที่สุดสำคัญกว่าระยะเวลาการถูกจำคุกจริง
เหตุหย่าตาม ม.1500 (4) นั้น ถือเอาผลแห่งคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกินกว่า 3 ปี เป็นสำคัญแม้ผู้นั้นจะถูกขังในคดีนั้นหลายคราว ๆ ละไม่เกิน 3 ปี ก็ดี หรือยังไม่ถูกจำคุกตามคำพิพากษาเลยก็ดี ก็ถือเป็นเหตุหย่าได้แล้ว