Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2507

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2507" (492 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 988/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าจ้างทนายความ: การคิดค่าจ้างเป็นเปอร์เซ็นต์ของทุนทรัพย์ ไม่ใช่การแบ่งส่วนทรัพย์สิน
สัญญาจ้างว่าความที่ทนายความเรียกค่าจ้างจากลูกความยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของจำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้องคิดเป็นเงินค่าจ้าง 24,200 บาท นั้น เป็นค่าจ้างที่แน่นอน การที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนทุนทรัพย์ เป็นเพียงอาศัยเป็นเกณฑ์คำนวณค่าจ้างว่าความว่าจะเรียกร้องค่าจ้างคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าใดของทุนทรัพย์ที่ฟ้องเท่านั้น หาใช่เป็นสัญญาแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทที่ลูกความจะพึงได้รับเมื่อชนะคดีไม่ จึงไม่ต้องห้ามตามกฎหมายและไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนฉะนั้น จึงย่อมบังคับกันได้ตามสัญญานั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 988/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าจ้างทนายความคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของทุนทรัพย์ ไม่ใช่การแบ่งส่วนทรัพย์สิน
สัญญาจ้างว่าความที่ทนายความเรียกค่าจ้างจากลูกความยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของจำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้องคิดเป็นเงินค่าจ้าง 24,200 บาทนั้น เป็นค่าจ้างที่แน่นอน การที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนทุนทรัพย์ เป็นเพียงอาศัยเป็นเกณฑ์คำนวณค่าจ้างว่าความว่าจะเรียกร้องค่าจ้างคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าใดของทุนทรัพย์ที่ฟ้องเท่านั้น หาใช่เป็นสัญญาแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทที่ลูกความจะพึงได้รับเมื่อชนะคดีไม่ จึงไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ฉะนั้น จึงย่อมบังคับกันได้ตามสัญญานั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้สิทธิเรียกร้องของหุ้นส่วนในกิจการเดิม เมื่อกิจการเปลี่ยนมือเป็นนิติบุคคลใหม่ ไม่ถือเป็นการละเมิด
จำเลยมีหุ้นส่วนอยู่ในกิจการไฟฟ้าร่วมกับ ส. ต่อมาบริษัทโจทก์ก่อตั้งขึ้นโดยรับเอากิจการไฟฟ้านั้นไปเป็นของบริษัทโจทก์ ส. เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทโจทก์และเป็นประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัทโจทก์เสนอขายกิจการไฟฟ้านั้นให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลยจึงมีหนังสือถึงผู้อำนวยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ้างว่า ส.ในฐานะส่วนตัวไม่มีอำนาจเอากิจการไฟฟ้าซึ่งจำเลยมีหุ้นส่วนร่วมกับส. ไปเสนอขาย โดยมิได้รับความยินยอมจากจำเลย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงยับยั้งการซื้อกิจการไฟฟ้าของบริษัทโจทก์ การกระทำของจำเลยดังนี้ไม่เป็นการละเมิดต่อบริษัทโจทก์ เพราะจำเลยกล่าวอ้างแสดงสิทธิของตนตามความจริงและเพื่อรักษาสิทธิของตนโดยชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้สิทธิเรียกร้องของหุ้นส่วนในกิจการร่วมกัน และการไม่ถือเป็นการละเมิดต่อบริษัทที่รับช่วงกิจการ
จำเลยมีหุ้นส่วนอยู่ในกิจการไฟฟ้าร่วมกับ ส. ต่อมาบริษัทโจทก์ก่อตั้งขึ้นโดยรับเอากิจการไฟฟ้านั้นไปเป็นของบริษัทโจทก์ ส.เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทโจทก์และเป็นประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัทโจทก์เสนอขายกิจการไฟฟ้านั้นให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอ้างว่า ส.ในฐานะส่วนตัวไม่มีอำนาจเอากิจการไฟฟ้าซึ่งจำเลยมีหุ้นส่วนร่วมกับ ส.ไปเสนอขายโดยมิได้รับความยินยอมจากจำเลย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงยับยั้งการซื้อกิจการไฟฟ้าของบริษัทโจทก์ การกระทำของจำเลยดังนี้ไม่เป็นการละเมิดต่อบริษัทโจทก์เพราะจำเลยกล่าวอ้างแสดงสิทธิของตนตามความจริงและเพื่อรักษาสิทธิของตนโดยชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 986/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ตั๋วสัญญาใช้เงินสมบูรณ์ แม้ไม่ระบุผู้รับเงินโดยตรง และไม่มีวันกำหนดใช้เงิน
ตั๋วสัญญาใช้เงินระบุว่าจำเลยจะจ่ายเงินตามคำสั่งของบริษัทโจทก์ไม่ได้ระบุโดยตรงว่าบริษัทโจทก์เป็นผู้รับเงิน ก็เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินสมบูรณ์ตาม มาตรา 982,983แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
วันกำหนดใช้เงินตามตั๋วเงินนั้น แม้จะมิได้ระบุไว้ก็ไม่สำคัญถึงกับทำให้ตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นเสื่อมเสียไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 986/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ตั๋วสัญญาใช้เงินสมบูรณ์ แม้ไม่ระบุชื่อผู้รับเงินโดยตรง หากระบุว่าจะจ่ายตามคำสั่งของผู้รับ
ตั๋วสัญญาใช้เงินระบุว่าจำเลยจะจ่ายเงินตามคำสั่งของบริษัทโจทก์ ไม่ได้ระบุโดยตรงว่าบริษัทโจทก์เป็นผู้รับเงิน ก็เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินสมบูรณ์ตามมาตรา 982,983

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หนี้ร่วม สินสมรส และการบังคับคดี: การยึดทรัพย์สินเดิมที่เปลี่ยนสภาพเป็นสินสมรส
กรณีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดนั้นเมื่อฟังว่าหนี้ตามคำพิพากษาที่ภรรยาก่อขึ้นเป็นหนี้ร่วมแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีจะอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดนั้นเป็นสินเดิมและขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดนั้น ย่อมไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หนี้ร่วมสินสมรส: เจ้าหนี้มีสิทธิยึดทรัพย์สินเดิมที่นำมาใช้หนี้ แม้ผู้ร้องไม่ได้ยินยอม
กรณีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดนั้น เมื่อฟังว่าหนี้ตามคำพิพากษาที่ภรรยาก่อขึ้นเป็นหนี้ร่วมแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีจะอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดนั้นเป็นสินเดิมและขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดนั้น ย่อมไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษและรอการลงโทษ: จำเลยกระทำผิดซ้ำระหว่างรอการลงโทษ และประเด็น 'เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน'
จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุกในความผิดฐานเล่นการพนัน แต่ศาลให้รอการลงโทษจำคุกไว้ จำเลยมากระทำผิดฐานเล่นการพนันอีกในระหว่างที่ศาลรอการลงโทษจำคุก จะเพิ่มโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน(ฉบับที่ 3)พ.ศ.2485 มาตรา 3 ไม่ได้ เพราะเมื่อยังอยู่ในระหว่างที่ศาลรอการลงโทษ จะเรียกว่าจำเลยพ้นโทษแล้วไม่ได้
ตามที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 บัญญัติว่า ไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อนนั้น หมายความว่า จำเลยไม่ได้รับโทษจำคุกมาก่อนคดีที่ศาลกำลังจะพิพากษา คดีที่จำเลยได้รับโทษจำคุกนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นการกระทำผิดก่อนคดีที่ศาลจะพิจารณา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษและรอการลงโทษ: โทษจำคุกระหว่างรอการลงโทษคดีก่อนไม่ถือว่าพ้นโทษ และการพิจารณาโทษจำคุกก่อนหน้าเพื่อรอการลงโทษ
จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุกในความผิดฐานเล่นการพนัน แต่ศาลให้รอการลงโทษจำคุกไว้ จำเลยมากระทำผิดฐานเล่นการพนันอีกในระหว่างที่ศาลรอการลงโทษจำคุกจะเพิ่มโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2485 มาตรา 3 ไม่ได้ เพราะเมื่อยังอยู่ในระหว่างที่ศาลรอการลงโทษจะเรียกว่าจำเลยพ้นโทษแล้วไม่ได้
ตามที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 บัญญัติว่า ไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อนนั้น หมายความว่า จำเลยไม่ได้รับโทษจำคุกมาก่อนคดีที่ศาลกำลังจะพิพากษาคดีที่จำเลยได้รับโทษจำคุกนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นการกระทำผิดก่อนคดีที่ศาลจะพิพากษา
of 50 ⏮ ◀ ▶ ⏭