ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1330/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคำนวณระยะเวลาจำคุกตาม ก.ม.ลักษณะอาญา: ใช้ปีสุริยคติ หรือ 30 วันต่อเดือน
การคำนวณกำหนดโทษจำคุกนั้น ก.ม.ลักษณะอาญาได้บัญญัติไว้ชัดเจนแล้วว่าเมื่อคำนวณระยะเวลาเป็นปี ก็ต้องคิดเวลา 12 เดือนตามสุริยคติกาลดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6 ข้อ 22 ถ้าต้องคิดระยะเวลาเป็นเดือนก็ต้องคิด 30 วันเป็นหนึ่งเดือนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 33
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1330/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคำนวณระยะเวลาจำคุก: ใช้สุริยคติหรือ 30 วันต่อเดือน
การคำนวณกำหนดโทษจำคุกนั้น กฎหมายลักษณะอาญาได้บัญญัติไว้ชัดเจนแล้วว่าเมื่อคำนวณระยะเวลาเป็นปี ก็ต้องคิดเวลา 12 เดือนตามสุริยคติกาลดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6 ข้อ 22 ถ้าต้องคิดระยะเวลาเป็นเดือนก็ต้องคิด 30วันเป็นหนึ่งเดือนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 33
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1329/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชัดเจนของฟ้องคดีลักทรัพย์: การบรรยายฟ้องที่ทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้
ฟ้องว่าจำเลยบังอาจลักไม้สักที่เจ้าพนักงานป่าไม้อำเภอเมืองยึดไว้เป็นของกลางในคดีอาญา ซึ่งบุคคลอื่นต้องหาว่าตัดฟันไม้สักรายนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานไป ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ แม้จะไม่ได้บรรยายว่า จำเลยลักไม้นั้นไปจากใคร ผู้ใดเป็นผู้ควบคุมรักษา และไม่ปรากฏว่าไม้นั้นยึดจากใคร ก็ถือได้ว่าเป็นฟ้องที่มีข้อความบรรยายมาพอสมควรที่จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1329/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชัดเจนของฟ้องคดีลักทรัพย์ของกลาง การบรรยายฟ้องที่ทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้
ฟ้องว่าจำเลยบังอาจลักไม้สักที่เจ้าพนักงานป่าไม้อำเภอเมืองยึดไว้เป็นของกลางในคดีอาญา ซึ่งบุคคลอื่นต้องหาว่าตัดฟันไม้สักรายนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานไป ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ แม้จะไม่ได้บรรยายว่า จำเลยลักไม้นั้นไปจากใคร ผู้ใดเป็นผู้ควบคุมรักษา และไม่ปรากฎว่าไม้นั้นยึดจากใคร ก็ถือได้ว่าเป็นฟ้องที่มีข้อความบรรยายมาพอสมควรที่จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้ซื้อจากการขายทอดตลาด แม้ทรัพย์สินไม่ใช่ของลูกหนี้ หากซื้อโดยสุจริต
สิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลนั้นมิเสียไป แม้จะได้ความว่า ทรัพย์ที่ซื้อไม่ใช่เป็นของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ดี เว้นแต่การซื้อขายนั้นจะไม่สุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้ซื้อจากการขายทอดตลาด: แม้ทรัพย์สินไม่ใช่ของลูกหนี้ สิทธิยังคงอยู่หากซื้อโดยสุจริต
สิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลนั้นมิเสียไป แม้จะได้ความว่า ทรัพย์ที่ซื้อไม่ใช่เป็นของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ดี เว้นแต่การซื้อขายนั้นจะไม่สุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประเด็นการต่อสู้คดีจำกัดเฉพาะการฉ้อฉล ศาลต้องวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่จำเลยต่อสู้เท่านั้น
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยฉ้อฉลหลอกลวงให้ถอนชื่อโจทก์และสามีออกจากโฉนดแล้วลงชื่อจำเลย จึงขอให้ศาลถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดคืนที่ดินแก่โจทก์
จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่มีกลฉ้อฉลเท่านั้น จึงไม่มีประเด็นเรื่องการบอกล้างโมฆียะกรรมหรือไม่ และการบอกล้างโมฆียะกรรมหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนดังมาตรา 142(5)ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอนุญาตให้ศาลหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้
กำหนดเวลาบอกล้างโมฆียะกรรม ไม่ใช่อายุความฟ้องร้อง
จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่มีกลฉ้อฉลเท่านั้น จึงไม่มีประเด็นเรื่องการบอกล้างโมฆียะกรรมหรือไม่ และการบอกล้างโมฆียะกรรมหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนดังมาตรา 142(5)ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอนุญาตให้ศาลหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้
กำหนดเวลาบอกล้างโมฆียะกรรม ไม่ใช่อายุความฟ้องร้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1321/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความเจตนาในการฆ่าจากคำฟ้องและข้อเท็จจริง ศาลฎีกาชี้ขาดให้ลงโทษตามเจตนาที่โจทก์ฟ้อง
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยบังอาจสมคบกับพวกใช้ไม้ด้ามเสียม เป็นสาตราวุธตีทำร้ายร่างกายผู้เสียหายตายโดยเจตนาอ้างบท ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249 มาเป็นบทขอให้ลงโทษ ดังนี้ย่อมถือได้ว่า ฟ้องโจทก์มีความหมายเพียงพอให้เข้าใจได้ว่า โจทก์หาว่าจำเลยฆ่าผู้เสียหายตายโดยเจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1321/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความหมายของฟ้องฆ่าคนตายโดยเจตนา: การตีความคำว่า 'เจตนา' ในฟ้องอาญา
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยบังอาจสมคบกับพวกใช้ไม้ด้ามเสียมเป็นศาตราวุธตีทำร้ายร่างกายผู้เสียหายตายโดยเจตนาอ้างบทกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 มาเป็นบทขอให้ลงโทษ ดังนี้ ย่อมถือได้ว่า ฟ้องโจทก์มีความหมายเพียงพอให้เข้าใจได้ว่า โจทก์หาว่าจำเลยฆ่าผู้เสียหายตายโดยเจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฉ้อโกงโดยอ้างเจ้าพนักงาน - ผู้ใหญ่บ้านเรียกเงินโดยไม่มีอำนาจ
ฟ้องฐานฉ้อโกงที่ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย
ผู้ใหญ่บ้านเรียกร้องเอาเงินจากลูกบ้าน 80 บาท โดยอ้างว่าเสมียนอำเภอใช้ให้ตนมาเอา เรื่องที่ลูกบ้านขอจับจองที่ดินและจับจองทับทางเดิน ถ้าไม่ให้เงินการจับจองจะไม่สำเร็จ ลูกบ้านหลงเชื่อว่าเสมียนอำเภอใช้ผู้ใหญ่บ้านมาเอาเงินจริง จึงมอบเงิน 80 บาทแก่ผู้ใหญ่บ้านไปซึ่งความจริงเสมียนอำเภอไม่ได้ใช้ผู้ใหญ่บ้านมาเรียกเอาเงินจากลูกบ้านเลย ดังนี้ ผู้ใหญ่บ้านต้องมีความผิดฐานฉ้อโกง
ผู้ใหญ่บ้านเรียกร้องเอาเงินจากลูกบ้าน 80 บาท โดยอ้างว่าเสมียนอำเภอใช้ให้ตนมาเอา เรื่องที่ลูกบ้านขอจับจองที่ดินและจับจองทับทางเดิน ถ้าไม่ให้เงินการจับจองจะไม่สำเร็จ ลูกบ้านหลงเชื่อว่าเสมียนอำเภอใช้ผู้ใหญ่บ้านมาเอาเงินจริง จึงมอบเงิน 80 บาทแก่ผู้ใหญ่บ้านไปซึ่งความจริงเสมียนอำเภอไม่ได้ใช้ผู้ใหญ่บ้านมาเรียกเอาเงินจากลูกบ้านเลย ดังนี้ ผู้ใหญ่บ้านต้องมีความผิดฐานฉ้อโกง