Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2532 — หน้า 104

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2532" (2818 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 371/2532 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยกสิทธิครอบครองที่ดินโดยการส่งมอบ ย่อมสมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่ต้องจดทะเบียน
ผู้ตายซึ่งมีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ได้ยกที่ดินดังกล่าวให้ผู้ร้องและได้ส่งมอบการครอบครองให้ผู้ร้องแล้ว ย่อมเป็นการยกให้ที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1378 ผู้ร้องย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองโดยมิพักต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การยกให้ดังกล่าวผู้ตายไม่มีหน้าที่ทางนิติกรรมที่จะต้องจดทะเบียนโอนให้แก่ผู้ร้อง กรณีไม่จำเป็นต้องมีการจัดการมรดก จึงไม่จำต้องตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตาย.(ที่มา-ส่งเสริม)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3712/2532 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการสั่งคืนของกลาง แม้โจทก์มิได้ขอ และการยกฟ้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
ในคดีอาญา แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอเกี่ยวกับของกลางมาด้วยก็ตามศาลจะสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 49 และ 186(9)
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2532)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3712/2532

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลสั่งคืนของกลาง แม้โจทก์มิได้ขอ และการยกฟ้องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
ในคดีอาญา แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอเกี่ยวกับของกลางมาด้วยก็ตามศาลจะสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 49 และ 186(9). (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2532)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3712/2532 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลสั่งคืนของกลาง แม้โจทก์มิได้ขอ และการพิพากษายกฟ้องจากหลักฐานไม่เพียงพอ
แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอเกี่ยวกับของกลางมาด้วย ศาลก็มีอำนาจสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 49 และ 186(9)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3706/2532 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หนี้เช็คขาดอายุความในคดีล้มละลาย: เจ้าหนี้ต้องพิสูจน์การฟ้องก่อนอายุความ
ในการสอบสวนเรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระหนี้ เจ้าหนี้ให้การต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ซ. นำเช็คของจำเลยมาแลกเงินสดไปจากเจ้าหนี้ไม่ได้กล่าวว่าเจ้าหนี้ได้นำเช็คมาฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายก่อนเช็คขาดอายุความ เจ้าหนี้เพิ่งยกข้อเท็จจริงดังกล่าวโต้เถียงในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วในชั้นสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 หนี้ตามเช็คที่ขาดอายุความซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 94(1)นั้น เจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องแสดงให้เห็นว่าสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ดังกล่าวยังไม่ขาดอายุความเพราะเหตุที่นำเช็คมาฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายก่อนแล้ว หาใช่เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องสอบสวนถึงข้อเท็จจริงนั้นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3706/2532

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หนี้เช็คขาดอายุความในคดีล้มละลาย: เจ้าหนี้ต้องแสดงหลักฐานการฟ้องก่อนอายุความหมด
ในการสอบสวนเรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระหนี้ เจ้าหนี้ให้การต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ซ. นำเช็คของจำเลยมาแลกเงินสดไปจากเจ้าหนี้ ไม่ได้กล่าวว่าเจ้าหนี้ได้นำเช็คมาฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายก่อนเช็คขาดอายุความ เจ้าหนี้เพิ่งยกข้อเท็จจริงดังกล่าวโต้เถียงในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วในชั้นสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 หนี้ตามเช็คที่ขาดอายุความซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 94(1) นั้น เจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องแสดงให้เห็นว่าสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ดังกล่าวยังไม่ขาดอายุความเพราะเหตุที่นำเช็คมาฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายก่อนแล้ว หาใช่เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องสอบสวนถึงข้อเท็จจริงนั้นไม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3706/2532 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย: เจ้าหนี้ต้องแสดงหลักฐานสิทธิเรียกร้องไม่ขาดอายุความ
ในการสอบสวนเรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระหนี้ เจ้าหนี้ให้การต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ซ. นำเช็คของจำเลยมาแลกเงินสดไปจากเจ้าหนี้ ไม่ได้กล่าวว่าเจ้าหนี้ได้นำเช็คมาฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายก่อนเช็คขาดอายุความ เจ้าหนี้เพิ่งยกข้อเท็จจริงดังกล่าวโต้เถียงในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วในชั้นสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249
หนี้ตามเช็คที่ขาดอายุความซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 94(1) นั้น เจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องแสดงให้เห็นว่าสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ดังกล่าวยังไม่ขาดอายุความเพราะเหตุที่นำเช็คมาฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายก่อนแล้ว หาใช่เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องสอบสวนถึงข้อเท็จจริงนั้นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3704-3705/2532

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเป็นบทบัญญัติเด็ดขาด แม้เจ้าหนี้ไม่รู้ก็ไม่อาจยื่นคำขอได้
เจ้าหนี้จะรู้หรือไม่รู้กำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ เจ้าหนีก็จะยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ตามที่มาตรา 91 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 บัญญัติไว้ไม่ได้ และจะมีการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยหรือไม่ ก็ไม่เป็นเหตุให้เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาตามมาตราดังกล่าว ผู้ร้องฎีกาว่า กำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ไม่ใช่อายุความ เป็นเพียงระยะเวลาย่อม ย่น และขยายได้ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความเหตุใดที่กำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ไม่เป็นอายุความ แต่เป็นกำหนดระยะเวลา ผู้ร้องไม่ได้ยกเหตุผลขึ้นประกอบข้ออ้าง ฎีกาของผู้ร้องจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3704-3705/2532 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย: เจ้าหนี้ต้องยื่นตามกำหนด แม้ไม่ทราบหรือไม่ได้รับการแจ้ง
เจ้าหนี้จะรู้หรือไม่รู้กำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ เจ้าหนีก็จะยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ตามที่มาตรา ๙๑ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ บัญญัติไว้ไม่ได้ และจะมีการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยหรือไม่ ก็ไม่เป็นเหตุให้เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาตามมาตราดังกล่าว
ผู้ร้องฎีกาว่า กำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ไม่ใช่อายุความ เป็นเพียงระยะเวลาย่อม ย่น และขยายได้ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความเหตุใดที่กำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ไม่เป็นอายุความ แต่เป็นกำหนดระยะเวลา ผู้ร้องไม่ได้ยกเหตุผลขึ้นประกอบข้ออ้าง ฎีกาของผู้ร้องจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3694/2532

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการบังคับจำนองติดไปกับทรัพย์สิน แม้กรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือ บุคคลภายนอกขอหยุดยึดได้เฉพาะกรณีเจ้าพนักงานบังคับคดีฝ่าฝืนกฎหมาย
บุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินตามหมายบังคับคดีจะขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีได้เฉพาะในกรณีที่ศาลออกหมายบังคับคดีหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 เท่านั้น โจทก์บังคับคดีแก่ที่ดินซึ่งจำเลยจำนองไว้กับโจทก์ แม้ว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวจะเปลี่ยนไปเป็นของผู้อื่นสิทธิจำนองก็ติดไปด้วย การที่ศาลออกหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีแก่ที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยจำนองไว้กับโจทก์ จึงหาได้ฝ่าฝืนต่อกฎหมายแต่อย่างใดไม่ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะมาร้องขอให้งดการบังคับคดีไม่ได้.
of 282 ⏮ ◀ ▶ ⏭