ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1545/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงพิเศษนอกเหนือจากสัญญาซื้อขายและการวางมัดจำ ศาลไม่อาจรับฟังได้หากไม่ปรากฏในสัญญา
จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์และได้มีการวางมัดจำด้วย แต่ความประสงค์ของทั้งสองฝ่ายมุ่งจะผูกมัดกันโดยหนังสือสัญญานี้ ส่วนการวางมัดจำเป็นแต่ข้อสัญญากันข้อหนึ่ง หาใช่ตกลงกันทำสัญญาด้วยการวางมัดจำไม่ กรณีเข้า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 คู่ความจะสืบว่ามีข้อตกลงเป็นพิเศษว่า จำเลยจะต้องให้ผู้เช่าออกไปจากที่ก่อนโอน โดยไม่ปรากฏในหนังสือสัญญาเช่นนี้ ศาลรับฟังไม่ได้โดยขัดกับมาตรา 94(ประชุมใหญ่ ครั้งที่21/92)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1545/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดิน: การเปลี่ยนแปลงสัญญาและการรับฟังพยานหลักฐานนอกเอกสาร
จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์และได้มีการวางมัดจำด้วย แต่ความประสงค์ของทั้งสองฝ่ายมุ่งจะผูกมัดกันโดยหนังสือสัญญานี้ส่วนการวางมัดจำเป็นแต่ข้อสัญญากันข้อหนึ่ง หาใช่ตกลงกันทำสัญญาด้วยการวางมัดจำไม่ กรณีเข้า ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94 คู่ความจะสืบว่าตกลงเป็นพิเศษว่า จำเลยต้องให้ผู้เช่าออกไปจากที่ก่อนโอน โดยไม่ปรากฎในหนังสือสัญญาเช่นนี้ ศาลรับฟังไม่ได้โดยขัดกับมาตรา 94.
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 21/2492
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 21/2492
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฎีกาต้องโต้แย้งคำสั่งก่อน และหลักเกณฑ์สมบูรณ์ของพินัยกรรม
การฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลที่สั่งก่อนมีคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดตัดสินคดีนั้น จะต้องได้โต้แย้งคำสั่งนั้นไว้แล้ว จึงจะฎีกาได้ตาม ม.226 ป.ม.วิ.แพ่ง
ตาม ม.1656 ป.ม.แพ่งฯ ไม่จำเป็นต้องถามผู้อาพาธ 3 ครั้ง 3 หน พินัยกรรม์จึงจะสมบูรณ์.
ตาม ม.1656 ป.ม.แพ่งฯ ไม่จำเป็นต้องถามผู้อาพาธ 3 ครั้ง 3 หน พินัยกรรม์จึงจะสมบูรณ์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฎีกาต้องอ้างเหตุโต้แย้งคำสั่งศาลก่อน และการพิสูจน์ความสมบูรณ์ของพินัยกรรม
การฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลที่สั่งก่อนมีคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดตัดสินคดีนั้น จะต้องได้โต้แย้งคำสั่งนั้นไว้แล้วจึงจะฎีกาได้ตาม มาตรา226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ตาม มาตรา1656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่จำเป็นต้องถามผู้อาพาธ3ครั้ง3หน พินัยกรรมจึงจะสมบูรณ์
ตาม มาตรา1656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่จำเป็นต้องถามผู้อาพาธ3ครั้ง3หน พินัยกรรมจึงจะสมบูรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนายิงเพื่อฆ่า แม้ไม่ถึงแก่ชีวิต ศาลพิพากษาฐานพยายามฆ่า
จำเลยเอาปืนแก๊ปยิง พ.ในระยะห่าง 1 วา กระสุนถูกหน้าอกและแขน แต่เป็นบาดแผลเพียงหนังขาด กระสุนฝังกล้ามเนื้อ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยยิงโดยเจตนาจะฆ่าให้ตาย จำเลยก็มีความผิดตามมาตรา 249,60
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนายิงเพื่อฆ่า แม้ไม่ถึงแก่ชีวิต ศาลพิพากษาฐานพยายามฆ่าได้
จำเลยเอาปืนแก๊ปยิง พ.ในระยะห่าง 1 วา กระสุนถูกหน้าอกและแขน แต่เป็นบาดแผลเพียงหนังขาด กระสุนฝังกล้ามเนื้อ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยยิงโดยเจตนาจะฆ่าให้ตาย จำเลยก็มีความผิดตามมาตรา 249,60
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1533/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแทงข้างหลังขณะผู้ถูกทำร้ายจะผละหนี ไม่เป็นเหตุป้องกันตัวตามกฎหมาย
ผู้ตายได้โต้เถียงและทำร้ายบิดาจำเลย ๆ ได้วิ่งเข้ามา ผู้ตายได้ใช้ไม้ตีจำเลย ๆ จึงใช้มีดแทงผู้ตายไป 1 ที และผู้ตายได้ตีจำเลยอีก 1 ที แล้วเอี้ยวตัวจะผละหนี จำเลยก็แทงผู้ตายที่หลังอีก 1 ที ดังนี้การที่จำเลยแทงครั้งหลังนั้นไม่เป็นการป้องกันตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 50 เพราะจำเลยแทงข้างหลัง ไม่มีความจำเป็นที่จำเลยจะต้องแทงผู้ตายเพื่อให้บิดาหรือตัวจำเลยพ้นภยันตรายจากการกระทำของผู้ตาย การกระทำของจำเลยจึงมีผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่กระทำลงโดยบรรดาลโทษะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1533/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแทงข้างหลังขณะคู่ต่อสู้ผละหนี ไม่เป็นเหตุป้องกันตัวตามกฎหมาย
ผู้ตายได้โต้เถียงและทำร้ายบิดาจำเลย บิดาจำเลยได้วิ่งเข้ามา ผู้ตายได้ใช้ไม้ตีจำเลย จำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตายไป 1 ที และผู้ตายได้ตีจำเลยอีก 1 ที แล้วเอี้ยวตัวจะผละหนี จำเลยก็แทงผู้ตายที่หลังอีก 1 ทีดังนี้ การที่จำเลยแทงครั้งหลังนั้น ไม่เป็นการป้องกันตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50 เพราะจำเลยแทงข้างหลัง ไม่มีความจำเป็นที่จำเลยจะต้องแทงผู้ตายเพื่อให้บิดาหรือตัวจำเลยพ้นภยันตรายจากการกระทำของผู้ตาย การกระทำของจำเลยจึงมีผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่กระทำลงโดยบันดาลโทสะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1530/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงค่าเสียหายในสัญญาเช่า: ศาลยืนตามเจตนาคู่สัญญา
สัญญามีความว่า ถ้าผู้ให้เช่าลงมอบที่ดินและโรงเรือนให้แก่ผู้เช่าไม่ได้ ผู้ให้เช่ายอมใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1800 บาท ดังนี้แสดงว่าคู่สัญญาแสดงเจตนาให้ถือว่าเงินจำนวน 1800 บาทเป็นค่าเสียหายในเมื่อผู้ให้เช่าผิดสัญญา ศาลจะลดค่าเสียหายลงหาชอบไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1530/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงค่าเสียหายในสัญญาเช่า: ศาลยืนตามข้อตกลงเดิม
สัญญามีความว่า ถ้าผู้ให้เช่าส่งมอบที่ดินและโรงเรือนให้แก่ผู้เช่าไม่ได้ ผู้ให้เช่ายอมใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน1,800 บาท ดังนี้ แสดงว่าคู่สัญญาแสดงเจตนาให้ถือว่าเงินจำนวน 1,800 บาทเป็นค่าเสียหายในเมื่อผู้ให้เช่าผิดสัญญา ศาลจะลดค่าเสียหายลงหาชอบไม่