Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2492 — หน้า 11

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมอบที่ดินโดยมิได้จดทะเบียน ไม่ก่อให้เกิดสิทธิยึดถือ เจ้าของกรรมสิทธิ์มีสิทธิเรียกคืนได้
มอบที่ดินให้เจ้าหนี้ทำกินต่างดอกเบี้ยโดยทำสัญญากันเอง ไม่ได้จดทะเบียนแต่อย่างใด ย่อมไม่มีผลสมบูรณ์ที่จะใช้บังคับให้เกิดสิทธิยึดถือไว้ เมื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ติดตามเอาคืน โดยขอชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เจ้าหนี้ต้องคืนที่ดินให้แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไป
คำพิพากษาคดีอาญาศาลชั้นต้นที่ศาลสูงได้พิพากษากลับแล้วนั้นจะนำเอาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดมาใช้ในคดีแพ่งไม่ได้
โจทก์ขอให้จำเลยรับชำระหนี้ 300 บาท และคืนนาให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่ากู้กัน 1300 บาท ไม่ใช่ 300บาท ดังนี้ จำนวนหนี้ที่แท้จริงจะบังคับกันได้หรือไม่และจะเป็นจำนวนมากกว่า 300 บาทหรือเท่าใดนั้นจำเลยมิได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ให้ใช้เงินอันจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลจึงไม่วินิจฉัยปัญหาเรื่องจำนวนหนี้ให้
(อ้างฎีกา1283/2480,231/2482)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 874/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการใช้ทาง – จำเลยต้องพิสูจน์สิทธิในที่ดินก่อนปิดกั้นทางเดินของผู้อื่น
คดีขอให้เปิดกั้นทางเดินเมื่อจำเลยปิดกั้นทางเดินจำเลยจะต้องแสดงให้ประจักษ์ว่าจำเลยมีสิทธิปิดกั้นเสียได้ คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิอย่างใดเหนือที่ตอนพิพาทนั้น จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะปิดกั้นทางเดินนั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 874/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการใช้ทาง - จำเลยต้องพิสูจน์สิทธิเหนือทางเมื่อปิดกั้นการใช้ทางของผู้อื่น
คดีขอให้เปิดกั้นทางเดิน เมื่อจำเลยปิดกั้นทางเดิน จำเลยจะต้องแสดงให้ประจักษ์ว่าจำเลยมีสิทธิปิดกั้นเสียได้ คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิอย่างใดเหนือที่ตอนพิพาทนั้น จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะปิดกั้นทางเดินนั้นได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 873/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การถอนฎีกา: สิทธิของโจทก์ก่อนคู่ความตอบโต้
โจทก์ขอถอนฟ้องฎีกาก่อนจำเลยยื่นคำแก้ฎีกา ทำเป็นคำแถลงได้ และศาลฎีกาอนุญาตให้ถอนฎีกาได้โดยไม่ต้องฟังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 873/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การถอนฟ้องฎีกาทำได้ก่อนยื่นคำแก้ฎีกา ศาลอนุญาตได้โดยไม่ต้องฟังคู่ความอีกฝ่าย
โจทก์ขอถอนฟ้องฎีกา ก่อนจำเลยยื่นคำแก้ฎีกา ทำเป็นคำแถลงได้ และศาลฎีกาอนุญาตให้ถอนฎีกาได้โดยไม่ต้องฟังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาคดีอาญาเมื่อโจทก์ไม่มาศาลและศาลวินิจฉัยว่าไม่มีพยาน ทำให้คำพิพากษายกฟ้องเป็นอันยุติ
โจทก์และพยานไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบตามฟ้อง พิพากษายกฟ้องดังนี้ มิใช่เป็นเรื่องขาดนัด ศาลจะยกคดีขึ้น พิจารณาใหม่ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสอง ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่อนุญาตเลื่อนการพิจารณาคดีและผลกระทบต่อการพิจารณาใหม่ตาม ป.วิ.อาญา
โจทก์และพยานไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพะยานมาสืบตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ดังนี้ มิใช่เป็นเรื่องขาดนัด ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 166 วรรค 2 ไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ องค์ความผิดการค้ากำไรเกินควร: ความจำเป็นในการระบุเจตนาทราบประกาศ
โจทก์ฟ้องว่า
คณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควรประจำจังหวัดนครพนมอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่ง พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร 2490 ได้ประกาศระบุให้น้ำมันก๊าดเป็นสิ่งของต้องห้ามมิให้ค้ากำไรเกินควร โดยได้กำหนดราคาสูงสุดไว้แล้วตามสำเนาประกาศท้ายฟ้อง จำเลยบังอาจค้ากำไรเกินควรโดยขายน้ำมันก๊าดให้นายทองไป 1 ลิตรราคา 2 บาท เกินราคาสูงสุดที่กำหนดไว้ 50 สตางค์ ดังนี้ ตามข้อความในฟ้อง พอเข้าใจได้แล้วว่า โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยบังอาจกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศ แม้โจทก์จะมิได้ระบุในฟ้องว่าจำเลยได้ทราบประกาศนั้นแล้วฟ้องของโจทก์ก็สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสมบูรณ์ของฟ้องคดีค้ากำไรเกินควร การทราบประกาศเป็นองค์ประกอบที่ต้องพิสูจน์ในชั้นพิจารณา
โจทก์ฟ้องว่า คณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควรประจำจังหวัดนครพนม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร 2490 ได้ประกาศระบุให้น้ำมันก๊าสเป็นสิ่งของต้องห้ามมิให้ค้ากำไรเกินควร โดยได้กำหนดราคาสูงสุดไว้แล้วตามสำเนาประกาศท้ายฟ้อง จำเลยบังอาจค้ากำไรเกินควรโดยขายน้ำมันก๊าสให้นายทองไป 1 ลิตร ราคา 2 บาท เกินราคาสูงสุดที่กำหนดไว้ 50 สตางค์ ดังนี้ตามข้อความในฟ้อง พอเข้าใจได้แล้วว่า โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยบังอาจกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศ แม้โจทก์จะมิได้ระบุในฟ้องว่าจำเลยได้ทราบประกาศนั้นแล้ว ฟ้องของโจทก์ก็สมบูรณ์ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158 แล้ว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำรับของผู้ต้องหาต่อตำรวจไม่ผูกมัดในชั้นศาล และการขนย้ายข้าวภายในจังหวัดไม่ผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจข้าว
คำรับของผู้ต้องหาต่อนายสิบและพลตำรวจที่บันทึกขึ้นไว้หาผูกมัดผู้นั้นในชั้นศาลไม่ เพราะตำรวจผู้บันทึกไม่ใช่พนักงานสอบสวน
ฟ้องหาว่า จำเลยเจตนาขนย้ายข้าวภายในเขตจังหวัดเดียวกันแต่เป็นการขนย้ายทางทะเล ดังนี้ ย่อมไม่เป็นผิดตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 มาตรา 10,13 เพราะมิได้เป็นการขนย้ายออกนอกเขตที่กำหนดไว้
(อ้างฎีกาที่ 637/2492)
of 145 ⏮ ◀ ▶ ⏭