Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2498 — หน้า 11

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2498" (1061 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 807/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การผัดเวลาออกจากที่เช่า ไม่ถือเป็นการเช่าใหม่ สิทธิขับไล่ยังคงมี
คณะกรรมการควบคุมค่าเช่ามีมติยินยอมให้ผู้ให้เช่าเข้าอยู่ในที่เช่าแล้วผู้ให้เช่ายังยอมให้ผู้เช่าอยู่ต่อไปโดยผู้เช่าทำหนังสือขอผัดว่าจะออกไปใน 3 เดือนนับแต่สามีผู้ให้เช่ากลับจากต่างจังหวัดหรือถ้าขายบ้านได้ก่อนจะออกโดยเร็ว ดังนี้ ไม่ผูกมัดผู้ให้เช่าที่จะต้องยอมให้อยู่ไปตามที่ผัด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 806/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฟ้องบังคับทำสัญญาไม่ได้
สัญญาให้เช่าที่ดิน เพื่อปลูกตึกแถว ปลูกแล้วยกกรรมสิทธิ์ให้ผู้ให้เช่าผู้ให้เช่ายอมให้เช่า 10 ปีนับแต่ก่อสร้างเสร็จ. ดังนี้เป็นสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือผู้เช่าจะบังคับให้จดทะเบียนการเช่าเพื่อปลูกตึกแถวไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาฝากทรัพย์: สิทธิเรียกคืนทรัพย์ของผู้ฝาก แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ
โจทก์ฟ้องว่ามอบฝากเรือมาดไว้ แล้วจำเลยผิดสัญญาขอให้จำเลยคืนเรือนหรือใช้ราคาเรือ จำเลยสู้ว่าไม่ได้รับฝากแต่เคยซื้อเรือโจทก์เมื่อ พ.ศ. 2493 ชำระราคาเสร็จแล้วดังนี้ จึงคงมีประเด็นว่าโจทก์ได้ฝากเรือไว้กับจำเลยแล้ว จำเลยผิดสัญญาฝากนั้นจริงหรือไม่เท่านั้น
ในเรื่องสัญญาฝากทรัพย์นั้น ผู้ฝากย่อมมีสิทธิเรียกคืนทรัพย์นั้นจากผู้รับฝากได้เสมอถึงแม้โจทก์จะแถลงรับว่าเรือนั้นเป็นของผู้อื่น ก็ไม่มีประเด็นถึงเรื่องโจทก์จะมีกรรมสิทธิในเรือนั้นหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเรียกคืนทรัพย์ที่ฝาก แม้ผู้ฝากจะแถลงกรรมสิทธิ์เป็นของผู้อื่น ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิสูจน์สัญญาฝาก
โจทก์ฟ้องว่ามอบฝากเรือมาดไว้ แล้วจำเลยผิดสัญญาขอให้จำเลยคืนเรือหรือใช้ราคาเรือจำเลยสู้ว่าไม่ได้รับฝากแต่เคยซื้อเรือโจทก์เมื่อ พ.ศ.2493 ชำระราคาเสร็จแล้วดังนี้ จึงคงมีประเด็นว่าโจทก์ได้ฝากเรือไว้กับจำเลยแล้วจำเลยผิดสัญญาฝากนั้นจริงหรือไม่เท่านั้น
ในเรื่องสัญญาฝากทรัพย์นั้น ผู้ฝากย่อมมีสิทธิเรียกคืนทรัพย์นั้นจากผู้รับฝากได้เสมอถึงแม้โจทก์จะแถลงรับว่าเรือนั้นเป็นของผู้อื่นก็ไม่มีประเด็นถึงเรื่องโจทก์จะมีกรรมสิทธิในเรือนั้นหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 798/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทิ้งฟ้องในชั้นอุทธรณ์: การกำหนดระยะเวลาและการปฏิบัติตามคำสั่งศาล
ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นเพียงแต่สั่งรับอุทธรณ์ส่งสำเนาอีกฝ่ายเพื่อแก้ แต่มิได้กำหนดวันให้ผู้อุทธรณ์จัดการส่ง เมื่อปรากฎว่าผู้อุทธรณ์ไม่นำเจ้าหนักงานศาลส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเกินกำหนด 15 วัน ไป 6 วัน นับแต่วันศาลสั่งรับอุทธรณ์นั้น ยังไม่พอถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันถึงกับจะให้จำหน่างคดี
ส่วนกำหนดระยะเวลา 15 วัน ที่บัญญัติไว้ใน ม. 174 ข้อ 1 นั้น หมายความเฉพาะในชั้นยื่นฟ้องและขอหมายเรียกให้จำเลยแก้คดีเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 798/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทิ้งฟ้องในชั้นอุทธรณ์: การกำหนดระยะเวลาและหน้าที่ของคู่ความ
ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์.ศาลชั้นต้นเพียงแต่สั่งรับอุทธรณ์ส่งสำเนาอีกฝ่ายเพื่อแก้ แต่มิได้กำหนดวันให้ผู้อุทธรณ์จัดการส่งเมื่อปรากฏว่าผู้อุทธรณ์ไม่นำเจ้าพนักงานศาลส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเกินกำหนด 15 วัน ไป 6 วัน นับแต่วันศาลสั่งรับอุทธรณ์นั้นยังไม่พอถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันถึงกับจะให้จำหน่ายคดี
ส่วนกำหนดระยะเวลา 15 วัน ที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 174 ข้อ 1 นั้นหมายความเฉพาะในชั้นยื่นฟ้องและขอหมายเรียกให้จำเลยแก้คดีเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนนิติกรรมปลดหนี้ที่ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ และสิทธิของเจ้าหนี้ในการเรียกร้องแทนลูกหนี้
เมื่อปรากฏว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาทำนิติกรรมปลดหนี้ให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นแม่ลูกกันโดยที่ต่างก็รู้อยู่ว่าเป็นการทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบเจ้าหนี้ก็ชอบที่จะร้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมปลดหนี้นั้นเสียได้
การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องแก่บุคคลที่ 3อันเป็นเหตุให้เจ้าหนี้เสียประโยชน์เจ้าหนี้ย่อมร้องแทนลูกหนี้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนนิติกรรมปลดหนี้ระหว่างลูกหนี้และบุตรเพื่อคุ้มครองสิทธิเจ้าหนี้
เมื่อปรากฎว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาทำนิติกรรมปลดหนี้ให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นแม่ลูกกันโดยที่ต่างก็รู้อยู่ว่าเป็นการทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้ก็ชอบที่จะร้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมปลดหนี้นั้นเสียได้
การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องแก่บุคคลที่ 3 อันเป็นเหตุให้เจ้าหนี้เสียประโยชน์เจ้าหนี้ย่อมร้องแทนลูกหนี้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบุกรุกทำนาในที่ดินของผู้อื่น แม้เจ้าของที่ดินมิได้เข้าทำเอง ก็ถือเป็นการละเมิดและมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้
เมื่อปรากฎว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ แม้โจทก์จะมิได้เข้าทำด้วยตนเองก็ดี การที่จำเลยบุกรุกเข้าทำในที่พิพาทจึงเป็นการละเมิดโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบุกรุกทำกินในที่ดินของผู้อื่น แม้เจ้าของไม่ได้เข้าทำเอง ก็ถือเป็นการละเมิดและเรียกค่าเสียหายได้
เมื่อปรากฏว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ แม้โจทก์จะมิได้เข้าทำด้วยตนเองก็ดีการที่จำเลยบุกรุกเข้าทำในที่นาพิพาทจึงเป็นการละเมิดโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้
of 107 ⏮ ◀ ▶ ⏭