Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2501 — หน้า 11

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2501" (682 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยินยอมเป็นผู้กู้ร่วม แม้เดิมทีตั้งใจเป็นผู้ค้ำประกัน ย่อมมีผลผูกพันตามสัญญา
แม้ในชั้นต้นจำเลยที่ 1 ตั้งใจเพียงจะเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 2-3 ก็ดี แต่เมื่อโจทก์ต้องการให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้กู้ด้วย จำเลยที่ 1 ก็ยินยอมและได้ลงชื่อในหนังสือสัญญากู้ร่วมกับจำเลยที่ 2-3 แล้ว ก็เท่ากับจำเลยที่ 1 ได้สละความตั้งใจเดิมและยอมเป็นผู้กู้ร่วมกับจำเลยที่ 2-3 จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดในฐานเป็นผู้กู้ร่วมกับจำเลยที่ 2-3 ด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 785/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสมบูรณ์ของฟ้องหมิ่นประมาท การบรรยายข้อความที่แสดงเจตนาดูหมิ่นต้องชัดเจน
ตามฟ้องโจทก์ได้กล่าวบรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียด ฯลฯ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อเขียนของจำเลยที่หาว่าดูหมิ่นนายแม๊ควัลโดบิชอบซึ่งเขียนลงในหนังสือพิมพ์ก็ได้คัดมาลงไว้โดยบริบูรณ์ ซึ่งเมื่ออ่านตามข้อเขียนของจำเลยโดยตลอดแล้วมีข้อความพอที่จะให้สามัญชนเข้าใจได้ว่าเป็นการว่านายบิชอบเป็นกุ๊ย ซึ่งโจทก์หาว่าเป็นการดูหมิ่นนายบิชอบเช่นนี้ ต้องถือว่าตามฟ้องที่โจทก์กล่าวบรรยายมานั้น พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว เป็นฟ้องอันสมบูรณ์ตามกฎหมาย
( ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2501)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 785/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสมบูรณ์ของฟ้องหมิ่นประมาท การบรรยายข้อความที่ถูกกล่าวอ้าง และการที่สามัญชนเข้าใจได้ถึงเจตนาดูหมิ่น
ตามฟ้องโจทก์ได้กล่าวบรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดฯลฯ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อเขียนของจำเลยที่หาว่าดูหมิ่นนายแม๊ควัลโดบิชอบซึ่งเขียนลงในหนังสือพิมพ์ก็ได้คัดมาลงไว้โดยบริบูรณ์ซึ่งเมื่ออ่านตามข้อเขียนของจำเลยโดยตลอดแล้วมีข้อความพอที่จะให้สามัญชนเข้าใจได้ว่าเป็นการว่านายบิชอบเป็นกุ๊ย ซึ่งโจทก์หาว่าเป็นการดูหมิ่นนายบิชอบเช่นนี้ ต้องถือว่าตามฟ้องที่โจทก์กล่าวบรรยายมานั้น พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว เป็นฟ้องอันสมบูรณ์ตามกฎหมาย(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2501)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาการกระทำและความรับผิดทางอาญา: การถือปืนและการลั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ
จำเลยควักปืนออกมาถือ ไม่ปรากฏอากัปกิริยาว่าจะยิงผู้ใด ผู้เสียหายกระโดดเข้ากอดจำเลยขณะจำเลยจะหันหน้ามาทางผู้เสียหาย ผู้เสียหายผลักปืนที่จำเลยถือ ปืนก็ลั่นขึ้นหนึ่งนัด โดยไม่ได้ความว่าปืนลั่นขึ้นเพราะเหตุใด ถือว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะยิงผู้เสียหายจึงไม่เป็นผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาการกระทำความผิดพยายามฆ่า - ปืนลั่นโดยไม่ชัดเจน - ยกฟ้อง
จำเลยควักปืนออกมาถือ ไม่ปรากฎอากับกิริยาว่าจะยิงผู้ใดผู้เสียหายกระโดดเข้ากอดจำเลยขณะจำเลยจะหันหน้ามาทางผู้เสียหาย ๆ ผลักปืนที่จำเลยถือ ปืนก็ลั่นขึ้นหนึ่งนัด โดยไม่ได้ความว่าปืนลั่นขึ้นเพราะเหตุใด ถือว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะยิงผู้เสียหายจึงไม่เป็นผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ฟ้องที่จำเลยหลงต่อสู้คดี และการยกฟ้องเมื่อข้อเท็จจริงจากการสืบพยานต่างจากฟ้อง
ฟ้องบรรยายว่าจำเลยทำผิดในวันใดวันหนึ่งแน่นอนจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ครั้นเมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้วโจทก์ขอแก้ฟ้องเป็นว่า เมื่อระหว่างวันหนึ่งถึงอีกวันหนึ่งวันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยได้กระทำผิดดังนี้ ไม่ใช่เป็นการขอเพิ่มเติม แต่เป็นการขอแก้รายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158(5),164
เมื่อจำเลยปฏิเสธฟ้องเดิมและได้ต่อสู้คดีในการสืบพยานโจทก์ตลอดมาจนหมดพยาน จึงถือได้ว่าจำเลยได้หลงต่อสู้คดีไปตามที่โจทก์ฟ้องผิดวันนั้นแล้วควรต้องยกคำร้องขอแก้ฟ้องนั้นและถือตามฟ้องเดิม
ดังนั้น เมื่อโจทก์นำสืบว่าจำเลยกระทำผิดก่อนวันตามฟ้องเดิมถึง 2 วันข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาจึงต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสำคัญ ชอบที่จะยกฟ้องเสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ฟ้องคดีอาญาที่จำเลยต่อสู้คดีแล้ว และการนำสืบข้อเท็จจริงต่างจากฟ้องเดิม
ฟ้องบรรยายว่าจำเลยทำผิดในวันใดวันหนึ่งแน่นอน จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ ครั้นเมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้ว โจทก์ขอแก้ฟ้องเป็นว่า เมื่อระหว่างวันหนึ่งถึงอีกวันหนึ่ง วันเวลาใดไม่ปรากฎชัดจำเลยได้กระทำผิด ดังนี้ ไม่ใช่เป็นการขอเพิ่มเติม แต่เป็นการขอแก้รายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 158(5),164 เมื่อจำเลยปฏิเสธฟ้องเดิมและได้ต่อสู้คดีในการสืบพยานโจทก์ตลอดมาจนหมดพยาน จึงถือได้ว่าจำเลยได้หลงต่อสู้คดีไปตามที่โจทก์ฟ้องผิดวันนั้นแล้ว ควรต้องยกคำร้องขอแก้ฟ้องนั้นและถือตามฟ้องเดิม
ดังนั้น เมื่อโจทก์นำสืบว่าจำเลยกระทำผิดก่อนวันตามฟ้องเดิมถึง 2 วัน ข้อเท็จจริงที่ปรากฎในการพิจารณา จึงต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสำคัญ ชอบที่จะยกฟ้องเสียตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 192

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์สิทธิในที่ดินมรดกโดยการนำสืบพยานเพื่อหักล้างข้อกล่าวอ้างของคู่ความ และการรับฟังพยานนอกฟ้องเพื่อแก้เหตุ
โจทก์ฟ้องขอให้แสดงสิทธิที่ดินมรดกของบิดาโจทก์ ซึ่งจำเลยผู้เป็นบิดาเลี้ยง และมารดาโจทก์ครอบครองแทนโจทก์มา จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยก่อนได้กับมารดาโจทก์ และว่ามีคนภายนอกฟ้องจำเลยมาครั้งหนึ่ง โจทก์ย่อมนำสืบพยานได้ว่า คดีที่คนภายนอกฟ้องจำเลยนั้น เป็นเรื่องฟ้องมรดกของบิดาโจทก์ โดยโจทก์ไม่ต้องอ้างถึงคดีที่ฟ้องกันนี้เป็นประเด็นมาในฟ้อง เพราะเป็นประเด็นที่จำเลยอ้างมาในคำให้การ โจทก์นำสืบแก้ให้เห็นว่าข้ออ้างของจำเลยไม่เป็นความจริงย่อมมีสิทธินำสืบได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลิกหุ้นส่วนกรณีผิดสัญญา: ผู้เป็นหุ้นส่วนฟ้องเลิกได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
การฟ้องขอเลิกหุ้นส่วนในกรณีที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งซึ่งมิใช่ผู้ฟ้องร้อง ได้จงใจล่วงละเมิดบทบังคับอันเป็นสาระสำคัญซึ่งสัญญาหุ้นส่วนกำหนดไว้แก่ตน เป็นกรณีที่ต้องด้วยบทมาตรา 1057(1) แห่งประมวลแพ่งฯ ย่อมฟ้องร้องได้ทันที ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือคอยระยะเวลาสิ้นรอบปีในทางบัญชีเงินตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1056 แห่งประมวลแพ่งฯ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลิกหุ้นส่วนกรณีผิดสัญญา: ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหากผู้เป็นหุ้นส่วนฝ่ายหนึ่งจงใจผิดสัญญา
การฟ้องขอเลิกหุ้นส่วนในกรณีที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งซึ่งมิใช่ผู้ฟ้องร้องได้จงใจล่วงละเมิดบทบังคับอันเป็นสาระสำคัญซึ่งสัญญาหุ้นส่วนกำหนดไว้แก่ตนเป็นกรณีที่ต้องด้วยบทมาตรา 1057(1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งฯ ย่อมฟ้องร้องได้ทันที ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือคอยระยะเวลาสิ้นรอบปีในทางบัญชีเงินตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1056 แห่งประมวลแพ่งฯ
of 69 ⏮ ◀ ▶ ⏭