Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2493 — หน้า 115

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 117/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทอนเงินผิดพลาดไม่ใช่ความผิดฐานลักทรัพย์หรือวิ่งราว ศาลยกฟ้อง
จำเลยขอแลกธนบัตรใบละ 100 บาทจากผู้เสียหาย ๆ นับเงินย่อยให้จำเลยแต่โดยความพลั้งเผลอได้ให้ใบละ 100 บาทที่ขอแลกปนไปด้วย จำเลยรับเงินรวมไปแล้วขึ้นรถจักรยานสองล้อที่มานั้นไปพ้นร้านผู้เสียหาย ผู้เสียหายเรียกให้หยุดไม่หยุด ดังนี้ จะลงโทษฐานลักทรัพย์หรือวิ่งราวไม่ได้เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องที่จำเลยเอาไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์: การแสดงเจตนาเป็นเจ้าของและการละทิ้งกรรมสิทธิ์เดิม
การที่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดินมอบที่นาและโฉนดให้ผู้อื่นครอบครองแล้วตนเองอพยพไปอยู่ที่อื่นประมาณ 15 ปีก็ตายผู้รับมอบและผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับมรดกต่อมาได้ครอบครองโดยแสดงต่อคนทั้งหลายว่าตนเป็นเจ้าของต่อมาจนบัดนี้ประมาณ30 ปี โดยฝ่ายทายาทของผู้มีชื่อในโฉนดเดิมไม่เคยแสดงอาการเป็นเจ้าของเลย ดังนี้ถือว่า ผู้ร้องซึ่งได้ครอบครองเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปีได้กรรมสิทธิ์
ในเบื้องต้นต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้มีชื่อได้จดทะเบียนไว้ในโฉนดเป็นผู้ครอบครอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปรปักษ์: เจตนาเป็นเจ้าของและขาดการแสดงความเป็นเจ้าของเดิม
การที่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดินมอบที่นาและโฉนดให้ผู้อื่นครอบครองแล้วตนเองอพยพไปอยู่ที่อื่นประมาณ 15 ปีก็ตาย ผู้รับมอบและผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับมฤดกต่อมาได้ครอบครองโดยแสดงต่อคนทั้งหลายว่าตนเป็นเจ้าของต่อมาจนบัดนี้ ประมาณ 30 ปี โดยฝ่ายทายาทของผู้มีชื่อในโฉนดเดิมไม่เคยแสดงอาการเป็นเจ้าของเลย ดังนี้ถือว่าผู้ร้องซึ่งได้ครอบครองเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปีได้กรรมสิทธิ
ในเบื้องต้นต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของกรรมสิทธิผู้มีชื่อได้จดทะเบียนไว้ในโฉนดเป็นผู้ครอบครอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิไถ่ถอนการขายฝากยังคงมีอยู่ แม้ทำสัญญาจะซื้อขายและรับเงินมัดจำแล้ว
ขายฝากที่ดินแก่เขาไว้โดยทำสัญญาและจดทะเบียนแล้วภายหลังทำสัญญากันเองว่าจะขายขาดที่นั้นให้แก่เขาโดยได้รับเงินมัดจำจากเขาแล้ว กำหนดจะไปทำการโอนกันต่อไป แต่ก่อนถึงกำหนดวันไปทำโอนกัน ผู้ขายกลับฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝาก ดังนี้ ผู้ขายมีสิทธิจะไถ่ได้ตามกฎหมายถ้าการขายฝากยังไม่พ้นระยะเวลาไถ่ถอน
คำรับรองด้วยปากเปล่าว่าจะไม่ไถ่การขายฝากเช่นนี้ไม่มีผลตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิไถ่ถอนการขายฝากมีผลเหนือกว่าสัญญาจะซื้อขาย การตกลงไม่ไถ่ด้วยปากเปล่าไม่ผูกพัน
ขายฝากที่ดินแก่เขาไว้โดยทำสัญญาและจดทะเบียนแล้ว ภายหลังทำสัญญากันเองว่าจะขายขาดที่นั้นให้แก่เขาโดยได้รับเงินมัดจำจากเขาแล้ว กำหนดจะไปทำการโอนกันต่อไป แต่ก่อนถึงกำหนดวันไปทำโอนกัน ผู้ขายกลับฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝากดังนี้ ผู้ขายมีสิทธิจะไถ่ได้ตามกฎหมายถ้าการขายฝากยังไม่พ้นระยะเวลาไถ่ถอน
คำรับรองด้วยปากเปล่าว่าจะไม่ไถ่การขายฝากเช่นนี้ไม่มีผลตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าพนักงานยักยอกเงินราชการ: ความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินของทางราชการกองทัพเรือ จำเลยให้การรับสารภาพ และตามคำพยานหลักฐานก็ปรากฏว่าจำเลยรับราชการในแผนกสมุหบัญชีอยู่แล้ว สมุหบัญชีได้มอบเงินทางราชการมาให้จำเลยจ่ายเงินเดือนซึ่งเป็นการมอบหมายมาในหน้าที่ แม้จะเป็นการมอบหมายให้ปกครองรักษาไว้ชั่วคราวก็ตาม เมื่อจำเลยยักยอกเอาไปก็มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าพนักงานยักยอกเงินราชการ แม้ได้รับมอบหมายให้รักษาไว้ชั่วคราว ก็มีความผิดตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินของทางราชการกองทัพเรือ จำเลยให้การรับสารภาพ และตามคำพยานหลักฐานก็ปรากฎว่าจำเลยรับราชการในแผนกสมุหบัญชีอยู่แล้ว สมุหบัญชีได้มอบเงินทางราชการมาให้จำเลยจ่ายเงินเดือนซึ่งเป็นการมอบหมายมาให้หน้าที่ แม้จะเป็นการมอบหมายให้ปกครองรักษาไว้ชั่วคราวก็ตาม เมื่อจำเลยยักยอกเอาไปก็มีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 131

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1152/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ประวิงคดีและการขาดนัดพิจารณา ศาลมีอำนาจงดสืบพยานและดำเนินการพิจารณาต่อไปได้
การที่โจทก์ซึ่งรับเป็นฝ่ายสืบก่อนได้ขอเลื่อนวันสืบพยานโจทก์มาถึง 2 นัดแล้ว นัดที่ 3 โจทก์ขอเลื่อนอีก โดยอ้างว่ากำลังทำความปรองดองกับจำเลย ซึ่งไม่เป็นความจริง และพยานโจทก์ไม่มีมาศาลทั้งโจทก์กลับสั่งห้ามไม่ให้พยานโจทก์ที่รับหมายแล้วมาศาล ดังนี้ได้ชื่อว่า โจทก์ประวิงคดีให้ชักช้าตาม มาตรา 86ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
และเมื่อศาลอนุญาตให้ตัวโจทก์เข้าเบิกความเป็นพยานตนเองได้และให้สืบในวันเดียวกับพยานจำเลย ถึงวันนัดตัวโจทก์และทนายไม่มา ดังนี้ถือว่า โจทก์ขาดนัดชั้นพิจารณาตามมาตรา 197 เมื่อจำเลยร้องขอให้ดำเนินการพิจารณาสืบพยานจำเลยต่อไป จึงต้องดำเนินการพิจารณาไปตาม มาตรา205
กรณีดังกล่าวไม่ต้องด้วย มาตรา 132 ศาลจึงไม่สั่งให้จำหน่ายคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1152/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประวิงคดีของโจทก์และการดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกฎหมาย
การที่โจทก์ซึ่งรับเป็นฝ่ายสืบก่อนได้ขอเลื่อนวันสืบพะยานโจทก์มาถึง 2 นัดแล้ว นัดที่ 3 โจทก์ขอเลื่อนอีก โดยอ้างว่ากำลังทำความปรองดองกับจำเลย ซึ่งไม่เป็นความจริง และพยานโจทก์ไม่มีมาศาลทั้งโจทก์กลับสั่งห้ามไม่ให้พะยานโจทก์ที่รับหมายแล้วมาศาลดังนี้ได้ชื่อว่าโจทก์ประวิง คดีให้ชักช้าตาม ม.86 วิ.แพ่ง
และเมื่อศาลอนุญาตให้ตัวโจทก์เข้าเบิกความเป็นพะยานตนเองได้และให้สืบในวันเดียวกับพะยานจำเลยถึงวันนัดตัวโจทก์และทนายไม่มา ดังนี้ถือว่าโจทก์ขาดนัดชั้นพิจารณาตาม ม. 197 เมื่อจำเลยร้องขอให้ดำเนินการพิจารณาสืบพะยานจำเลยต่อไป จึงต้องดำเนินการพิจารณาไปตาม ม. 205
กรณีดังกล่าวไม่ต้องด้วย ม. 132 ศาลจึงไม่สั่งให้จำหน่ายคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายระหว่างพิจารณาคดี: ใช้กฎหมายใหม่ที่มีโทษเบากว่า
ในระหวางพิจารณาคดีในชั้นศาลฎีกาได้มี พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 ประกาศออกใช้เป็นกฎหมายแล้วโดยยกเลิก พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 และ พ.ร.บ.ภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2476 ที่โจทก์ฟ้องอ้างเป็นบทลงโทษจำเลยแล้ว มีบัญญัติความผิดและกำหนดโทษไว้ใหม่ตามมาตรา 32 ซึ่งมีโทษเบากว่ามาตรา 8 พ.ร.บ.ภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2476 จึงต้องใช้กฎหมายใหม่เป็นบทลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 8
of 130 ⏮ ◀ ▶ ⏭