ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1425/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนสิทธิฟ้องร้องเป็นโมฆะ: สิทธิเรียกร้องไม่สามารถซื้อขายได้
จำเลยได้ให้การต่อสู้คดีว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เมื่อจำเลยแก้อุทธรณ์ จำเลยก็ยังโต้แย้งความข้อนี้อยู่ ประเด็นนี้ยังไม่ยุติศาลอุทธรณ์วินิจฉัยได้
เจ้าของที่ดินได้โอนการฟ้องร้องขอให้เพิกถอนหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างเจ้าของที่ดินกับจำเลยให้กับโจทก์ ซึ่งไม่ใช่เป็นการโอนสิทธิเรียกร้องจึงเท่ากับขายความเป็นการผิดศีลธรรมอันดี ไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้โอนกันได้และไม่ใช่เป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เช่น มอบอำนาจหรือแต่งทนายไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในนามตนเอง
เจ้าของที่ดินได้โอนการฟ้องร้องขอให้เพิกถอนหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างเจ้าของที่ดินกับจำเลยให้กับโจทก์ ซึ่งไม่ใช่เป็นการโอนสิทธิเรียกร้องจึงเท่ากับขายความเป็นการผิดศีลธรรมอันดี ไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้โอนกันได้และไม่ใช่เป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เช่น มอบอำนาจหรือแต่งทนายไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในนามตนเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1424/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการบังคับใช้ พ.ร.บ.การค้าข้าว: กสิกรผู้ผลิตข้าวก็ต้องปฏิบัติตาม
พ.ร.บ.การค้าข้าวหาได้บัญญัติควบคุมฉะเพาะผู้ค้าข้าวเท่านั้นไม่ แต่เป็นการควมคุมตลอดถึงกิจการต่าง ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการค้าข้าวนั้นด้วย.
จำเลยเป็นกสิกร มีข้าวเปลือก ซึ่งจำเลยทำจากนาของจำเลยเอง แต่จำเลยไปให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณ จำเลยย่อมมีผิดตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว
มีข้าวเปลือกไว้ในความครอบครอง 4 เกวียนหลวง แต่แจ้งปริมาณเพียง 1 เกวียนหลวงกับ 50 ถัง ดังนี้ ข้าว 4 เกวียนหลวงของกลางอันเกี่ยวเนื่องกับความผิด ต้องริบ.
จำเลยเป็นกสิกร มีข้าวเปลือก ซึ่งจำเลยทำจากนาของจำเลยเอง แต่จำเลยไปให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณ จำเลยย่อมมีผิดตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว
มีข้าวเปลือกไว้ในความครอบครอง 4 เกวียนหลวง แต่แจ้งปริมาณเพียง 1 เกวียนหลวงกับ 50 ถัง ดังนี้ ข้าว 4 เกวียนหลวงของกลางอันเกี่ยวเนื่องกับความผิด ต้องริบ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1424/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขต พ.ร.บ.การค้าข้าว ครอบคลุมถึงกสิกรผู้ผลิตและแจ้งปริมาณข้าวเท็จ
พ.ร.บ.การค้าข้าวหาได้บัญญัติควบคุมเฉพาะผู้ค้าข้าวเท่านั้นไม่ แต่เป็นการควบคุมตลอดถึงกิจการต่างๆอันเกี่ยวเนื่องกับการค้าข้าวนั้นด้วย
จำเลยเป็นกสิกร มีข้าวเปลือก ซึ่งจำเลยทำจากนาของจำเลยเอง แต่จำเลยไปให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณจำเลยย่อมมีผิดตาม พระราชบัญญัติการค้าข้าว
มีข้าวเปลือกไว้ในความครอบครอง 4 เกวียนหลวง แต่แจ้งปริมาณเพียง 1 เกวียนหลวงกับ 50 ถัง ดังนี้ ข้าว 4 เกวียนหลวงของกลางอันเกี่ยวเนื่องกับความผิด ต้องริบ
จำเลยเป็นกสิกร มีข้าวเปลือก ซึ่งจำเลยทำจากนาของจำเลยเอง แต่จำเลยไปให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณจำเลยย่อมมีผิดตาม พระราชบัญญัติการค้าข้าว
มีข้าวเปลือกไว้ในความครอบครอง 4 เกวียนหลวง แต่แจ้งปริมาณเพียง 1 เกวียนหลวงกับ 50 ถัง ดังนี้ ข้าว 4 เกวียนหลวงของกลางอันเกี่ยวเนื่องกับความผิด ต้องริบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาไถ่ถอนที่ดิน: การตีความเจตนาสละสิทธิ vs. กำหนดระยะเวลาชำระหนี้
ทำสัญญากู้เงินมอบที่นาให้ทำกินต่างดอกเบี้ย กำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปี เมื่อพ้นกำหนดแล้วไม่ไถ่ ดังนี้ ในข้อวินิจฉัยที่ว่า จะเป็นการแสดงเจตนาสละสิทธิครอบครองหรือเป็นเรื่องระยะเวลาชำระหนี้นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวแก่การวินิจฉัยหรือตีความตามข้อตกลงแห่งสัญญา ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าข้อตกลงเพียงเท่านี้ยังแปลไม่ได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาสละสิทธิครอบครอง แปลได้เพียงว่า เป็นกำหนดระยะเวลาชำระหนี้หรือกำหนดเวลาการไถ่ถอน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเงินกู้ต่างดอกเบี้ยกำหนดไถ่ถอน: การตีความเจตนาสละสิทธิ vs. กำหนดระยะเวลาชำระหนี้
ทำสัญญากู้เงินมอบที่นาให้ทำกินต่างดอกเบี้ย กำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปี เมื่อพ้นกำหนดแล้วไม่ไถ่ ดังนี้ ในข้อวินิจฉัยที่ว่าจะเป็นการแสดงเจตนาสละสิทธิครอบครองหรือเป็นเรื่องระยะเวลาชำระหนี้นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวแก่การวินิจฉัยหรือตีความตามข้อตกลงแห่งสัญญาซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าข้อตกลงเพียงเท่านี้ยังแปลไม่ได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาสละสิทธิครอบครอง แปลได้เพียงว่า เป็นกำหนดระยะเวลาชำระหนี้หรือกำหนดเวลาการไถ่ถอน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละมฤดกโดยเอกสารปรานีประนอมยอมความ: ผลผูกพันต่อผู้รับมฤดกอื่น
ผู้รับมฤดกได้ทำเอกสารเป็นการปราณีประนอมยอมความในการสละมฤดกถูกต้องตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1612, 850 และผู้รับมฤดกผู้รับผิดได้ลงชื่อไว้ให้แล้ว ผู้รับมฤดกคนอื่นที่มิได้สละสิทธิไม่จำต้องลงชื่อด้วย ก็ย่อมใช้ได้และผูกพันผู้รับมฤดกที่สละมฤดกนั้น.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละมรดกโดยการประนีประนอมยอมความ: การผูกพันผู้รับมรดกและผลของการไม่ลงชื่อ
ผู้รับมรดกได้ทำเอกสารเป็นการประนีประนอมยอมความในการสละมรดกถูกต้องตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612,850 และผู้รับมรดกผู้รับผิดได้ลงชื่อไว้ให้แล้วผู้รับมรดกคนอื่นที่มิได้สละสิทธิ ไม่จำต้องลงชื่อด้วยก็ย่อมใช้ได้และผูกพันผู้รับมรดกที่สละมรดกนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416-1417/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแย่งกระบือจำนำคืน ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ หากไม่มีเจตนาทุจริต
จำเลยได้จำนำกระบือไว้กับผู้เสียหาย จำเลยได้นำเงินไปขอไถ่กระบือคืนผู้เสียหายไม่ยอมให้ไถ่ จำเลยได้เอาเงินค่าไถ่กระบือวางไว้ให้ แล้วจำเลยต้อนกระบือของจำเลยที่จำนำไว้นั้นไป ดังนี้ การกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาทุจริต ไม่มีผิดฐานลักทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานทำร้ายร่างกายและปล้นทรัพย์ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องข้อหาฐานทำร้ายร่างกาย โจทก์ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงในข้อหาฐานทำร้ายร่างกาย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานทำร้ายร่างกายและปล้นทรัพย์ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องข้อหาฐานทำร้ายร่างกาย โจทก์ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงในข้อหาฐานทำร้ายร่างกาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความวุ่นวายในที่เลือกตั้งหลังปิดหีบ: การกระทำผิดหลัง 17.00 น. ระหว่างการตรวจนับคะแนน
จำเลยเสพสุราเมาขึ้นไปก่อให้เกิดการวุ่นวายบนที่เลือกตั้งในเวลาหลัง 17.00 น. ซึ่งปิดการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแล้วแต่เป็นเวลาในขณะที่กรรมการตรวจนับคะแนนเสียงอยู่ จำเลยก็ย่อมมีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความวุ่นวายในที่เลือกตั้งหลังปิดหีบ: กรรมการตรวจนับคะแนนยังมีความผิด
จำเลยเสพสุราเมาขึ้นไปก่อให้เกิดการวุ่นวายบนที่เลือกตั้งในเวลาหลัง 17.00 น. ซึ่งปิดการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแล้วแต่เป็นเวลาในขณะที่กรรมการตรวจนับคะแนนเสียงอยู่ จำเลยก็ย่อมมีความผิด.