Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2493 — หน้า 117

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1130/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีของกระทรวงพาณิชย์เมื่อทำสัญญาผ่านองค์การจัดซื้อฯ ที่ไม่ใช่ นิติบุคคล
กระทรวงพาณิชย์สั่งให้ผู้อำนวยการองค์การจัดซื้อสิ่งของ ๆ จัดหาช่างทำเคียว จำเลยประมูลได้กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งผู้อำนวยการองค์การนี้เป็นตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการในเรื่องนี้ ต่อไปได้ ผู้อำนวยการจึงทำสัญญากับจำเลยโดย "องค์การจัดซื้อสิ่งของ ๆ กระทรวงพาณิชย์" กับจำเลยและผู้อำนวยการองค์การเป็นผู้ลงนามในช่องผู้จ้าง ดังนี้เมื่อองค์การจัดซื้อสิ่งของไม่ใช่นิติบุคคล ก็ต้องถือว่าผู้อำนวยการทำสัญญาในฐานะเป็นตัวแทนกระทรวงพาณิชย์
การที่กระทรวงพาณิชย์จ้างจำเลยทำเคียวเกี่ยวข้าวนั้นไม่เป็นการค้าอันเป็นการนอกวัตถุประสงค์ของกระทรวง พาณิชย์ดังเช่น การรับจ้างขนส่งน้ำตาล ตามที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาฎีกาที่ 950/2491 และจำเลยก็มิได้ต่อสู้ว่าอยู่นอกวัตถุประสงค์ฉะนั้นเพียงแต่กระทรวงพาณิชย์จ้างจำเลยเช่นนี้ จะว่าเป็นการกระทำนอกขอบวัตถุประสงค์กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ได้ ถ้าจำเลยผิดสัญญา กระทรวงพาณิชย์ก็มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิฟ้องเพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดิน: โจทก์ต้องพิสูจน์กรรมสิทธิ์ร่วม หากพิสูจน์ไม่ได้ สิทธิฟ้องไม่มี
ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดิน โดยอ้างว่าตนเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินนั้นด้วย การซื้อขายทำกันไม่สมบูรณ์เพราะตนหรือเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งไม่ได้เป็นผู้ขาย หากแต่จำเลยคนหนึ่งทำใบมอบฉันทะปลอมขึ้นว่า เจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งนั้นมอบฉันทะให้จำเลยขายแก่จำเลยอีกคนหนึ่งฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ใบมอบฉันทะที่ให้จำเลยขายนั้น เป็นใบมอบฉันทะที่แท้จริง และผู้มอบฉันทะก็เป็นเจ้าของที่ดินแต่ผู้เดียว ดังนี้ ถือว่าเป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ซึ่งกำหนดลงเป็นราคาเงินมิได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการฟ้องเพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินต้องมีกรรมสิทธิร่วม หากไม่มีสิทธิฟ้องย่อมไม่มีผล
ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดิน โดยอ้างว่าตนเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินนั้นด้วยการซื้อขายทำกันไม่สมบูรณ์เพราะตนหรือเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งไม่ ได้เป็นผู้ขาย หากแต่จำเลยคนหนึ่งทำใบมอบฉันทะปลอมขึ้นว่าเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งนั้นมอบฉันทะให้จำเลยขายแก่จำเลยอีก คนหนึ่งฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องใบมอบฉันทะที่ให้จำเลยขายนั้น เป็นใบมอบฉันทะที่แท้จริงและผู้มอบฉันทะก็เป็นเจ้าของที่ดินแต่ผู้เดียว ดังนี้ถือว่าเป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ซึ่งกำหนดลงเป็นราคาเงินมิได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์การกระทำผิดฐานขนย้ายข้าว ต้องแสดงให้เห็นประกาศเขตห้าม และจำเลยทราบประกาศนั้น
ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าวพ.ศ. 2489 มาตรา 10 นั้น จะต้องได้ความว่าคณะกรรมการฯ ได้ประกาศกำหนดเขตห้ามการขนย้ายข้าวไว้และจำเลยได้ทราบประกาศนั้น ฉะนั้นเมื่อตามท้องสำนวนไม่ปรากฏเลยว่าคณะกรรมการตาม พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าวได้ออกประกาศเกี่ยวแก่การกักกันข้าวในเขตจังหวัดที่ฟ้องจำเลยว่าอย่างใด แม้แต่สำเนาประกาศก็ไม่มีในสำนวน หรือแม้แต่จะกล่าวในฟ้องว่าได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ไม่ได้กล่าว ตลอดจนเมื่อสืบพยานก็ไม่ได้นำสืบว่าได้มีประกาศอย่างไร จึงไม่มีทางที่จะฟังลงโทษจำเลยได้ (อ้างฎีกาที่ 1176/2492)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว ต้องพิสูจน์ได้ว่าจำเลยทราบประกาศห้ามขนย้ายข้าว
ฟ้องขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 มาตรา 10 นั้นจะต้องได้ความว่าคณะกรรมการฯ ได้ประกาศกำหนดเขตต์ห้ามการขนย้ายข้าวไว้และจำเลยได้ทราบประกาศนั้น ฉะนั้นเมื่อตามท้องสำนวนไม่ปรากฎเลยว่าคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าวได้ออกประกาศเกี่ยวแก่การกักกันข้าวในเขตต์จังหวัดที่ฟ้องจำเลยว่าอย่างใด แม้แต่สำเนาประกาศก็ไม่มีในสำนวนหรือแม้แต่จะกล่าวในฟ้องว่าได้ประกาสในราชกิจจานุเบกษาก็ไม่ได้กล่าว ตลอดจนเมื่อสืบพยานก็ไม่ได้นำสืบว่าได้มีประกาศอย่างไร จึงไม่มีทางที่จะฟังลงโทษจำเลยได้
(อ้างฎีกาที่ 1176/2492)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1127/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีพิพาทกรรมสิทธิโรงเรือนเกินอำนาจศาลแขวง แม้จำเลยไม่ยกข้อต่อสู้ ศาลฎีกาหยิบยกได้
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าเป็นบิดา ๆ ตายจึงเป็นมฤดกตกได้แก่โจทก์จำเลยต่อสู้ว่า โรงเรือนพิพาทไม่ใช่ของบิดาโจทก์เป็นโรงเรือนที่จำเลยร่วมกับผู้มีชื่อออกเงินทุนสร้างขึ้นเป็นสถานกุศลกิจ ดังนี้เป็นคดีพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิในโรงเรือนพิพาทนั้น เมื่อโรงเรือนพิพาทมีราคาถึง 6000 บาท คดีก็เกินอำนาจผู้พิพากษานายเดียวจะพิจารณาพิพากษาได้
โจทก์ฟ้องคดีเกินอำนาจศาลแขวงต่อศาลแขวง แม้จำเลยจะไม่ได้ยกอำนาจศาลขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลแขวงนั้น ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจศาลตามพระธรรมนูญศาลยุตติธรรมเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าวศาลสูงจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1127/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลและการพิพาทกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน: คดีเกินอำนาจศาลแขวงเนื่องจากราคาเกินเกณฑ์
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าเป็นของบิดา บิดาตาย จึงเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า โรงเรือนพิพาทไม่ใช่ของบิดาโจทก์เป็นโรงเรือนที่จำเลยร่วมกับผู้มีชื่อออกเงินทุนสร้างขึ้นเป็นสถานกุศลกิจดังนี้ เป็นคดีพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนพิพาทนั้น เมื่อโรงเรือนพิพาทมีราคาถึง 6000 บาท คดีก็เกินอำนาจผู้พิพากษานายเดียวจะพิจารณาพิพากษาได้
โจทก์ฟ้องคดีเกินอำนาจศาลแขวงต่อศาลแขวง แม้จำเลยจะไม่ได้ยกอำนาจศาลขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลแขวงนั้น ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจศาลตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าวศาลสูงก็หยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เรือนหอเป็นสินสมรส พินัยกรรมไม่มีวันที่เป็นโมฆะ การแบ่งมรดกและที่ดิน
เรือนที่ยกให้เป็นเรือนหอแก่คู่สมรสเมื่อแต่งงาน เป็นสินสมรสของคู่สมรส
พินัยกรรมที่ไม่ลงวันที่ทำพินัยกรรม เป็นโมฆะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เรือนหอเป็นสินสมรส พินัยกรรม์ไม่มีวันที่ทำเป็นโมฆะ ที่ดินยังเป็นสิทธิของผู้วางพินัยกรรม
เรือนที่ยกให้เป็นเรือนหอแก่คู่สมรสเมื่อแต่งงาน เป็นสินสมรสของคู่สมรส
พินัยกรรม์ที่ไม่ลงวันที่ทำพินัยกรรม์ เป็นโมฆะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1121/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำกัดสิทธิฎีกาในคดีทุนทรัพย์น้อยกว่า 2,000 บาท โต้เถียงข้อเท็จจริงไม่ได้
โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทราคา 3000 บาท ออกเป็น 3 ส่วน เป็นของโจทก์คนละ 1 ส่วน เป็นของจำเลย 1 ส่วน ถือว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 2000 บาท และตามฟ้องโจทก์ตั้งทุนทรัพย์เพียง 2000 บาทเท่านั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริง โจทก์จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
of 130 ⏮ ◀ ▶ ⏭