Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2524 — หน้า 117

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2524" (1454 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1967/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแสดงเอกสารปลอมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อพ้นผิด แม้เป็นผู้ต้องหาฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ก็ถือเป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอม
เจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่บ้านจำเลย พบรถยนต์ซึ่งถูกคนร้ายลักมา 1 คัน จำเลยแสดงตนว่าเป็นเจ้าของรถ โดยนำใบอนุญาตทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีซึ่งเป็นเอกสารปลอมมาแสดงเพื่อให้พ้นผิด เป็นการใช้หรืออ้างเอกสารนั้นต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับแล้ว เมื่อจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเอกสารดังกล่าว เป็นเอกสารปลอม แม้จำเลยต้องหาฐานลักทรัพย์รับของโจร จำเลยก็มีความผิดฐานใช้เอกสารปลอม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1965/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข่มขืนกระทำชำเราและการพิจารณาการกระทำเป็น 'โทรมหญิง' ตามประมวลกฎหมายอาญา
จำเลยลอบเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายถึงในห้องจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง แล้วจำเลยก็ออกจากห้องเรียกนาย ด. ลูกจ้างของจำเลยให้เข้าไปข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายด้วย นาย ด. ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง โดยจำเลยมิได้ร่วมกระทำผิดด้วยในตอนนั้น การกระทำของจำเลยต่อผู้เสียหายดังกล่าวแล้วกรณียังไม่เข้าลักษณะเป็นการโทรมหญิง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคสองจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา276 วรรคแรกเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผลผูกพันสัญญาเช่าช่วง: สัญญาเช่าเดิมหมดอายุแล้วการเช่าช่วงจึงไม่ผูกพันเจ้าของทรัพย์
สัญญาเช่าข้อ 6 ระบุให้สัญญาเช่าผูกพันไปถึงผู้เช่าช่วงจนกว่าจะครบกำหนด 3 ปี ตามข้อ 1 สัญญาข้อ 7 ให้ผู้เช่าต่ออายุได้ถ้าต้องการ ผู้เช่าเช่าต่อจาก 3 ปีแล้วเอามาให้เช่าช่วง การเช่าช่วงนี้ไม่มีผลผูกพันถึงผู้เช่าช่วงตามข้อ 6 ศาลพิพากษาขับไล่ผู้เช่า ผู้เช่าช่วงอยู่ในฐานะบริวารจึงถูกบังคับตามคำพิพากษาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1959/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาล: คดีความมั่นคงคอมมิวนิสต์อยู่ภายใต้อำนาจศาลทหาร ไม่ใช่ศาลพลเรือน
คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2519ให้คดีข้อหากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 ไม่ว่าจะมีข้อหาความผิดอื่นด้วยหรือไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ซึ่งตามคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 14 หมายความถึงศาลทหารในเวลาไม่ปกติตาม พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 จะฟ้องต่อศาลพลเรือนไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับจำนำโดยไม่มีเจตนาเป็นปกติธุระ ไม่เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.โรงรับจำนำ
จำเลยให้บุคคล 4 คนยืมเงินไป โดยไม่มีดอกเบี้ย และจำเลยมิได้เรียกร้องเอาสิ่งของประกันเงินยืม หากแต่ผู้ยืมเกรงใจจึงให้จำเลยเอาสิ่งของไว้เป็นประกัน ดังนี้ ยังไม่พอถือว่าจำเลยรับจำนำสิ่งของไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้เป็นปกติธุระ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับจำนำโดยมิได้รับอนุญาต: ข้อเท็จจริงต้องชัดเจนว่าเป็นการประกอบธุรกิจรับจำนำเป็นปกติ
ได้ความจากพยานโจทก์ 4 คนว่า จำเลยให้พยานโจทก์ทั้งสี่ยืมเงินโดยไม่มีดอกเบี้ย และมิได้เรียกเอาสิ่งของเป็นประกันเงินยืม หากแต่ผู้ยืมเกรงใจ จึงให้จำเลยเอาสิ่งของไว้เป็นประกัน ส่วนทรัพย์รายการอื่นโจทก์มิได้นำผู้เป็นเจ้าของสิ่งของนั้นมาสืบ แม้จำเลยจะนำสืบรับเข้ามาว่าได้รับจำนำนาฬิกาของ ท. ไว้อีก 1 เรือน แต่จำเลยก็นำเจ้าของสิ่งของอื่นมาสืบว่ามิได้นำสิ่งของเหล่านั้นมาจำนำไว้กับจำเลย ข้อเท็จจริงเพียงเท่านี้ยังไม่พอถือว่า จำเลยรับจำนำสิ่งของไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้เป็นปกติธุระ ตามมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติโรงรับจำนำจำเลยไม่มีความผิดฐานตั้งโรงรับจำนำโดยมิได้รับอนุญาต

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1955/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เอกสารติดบัญชีหนี้สินไม่ใช่หลักฐานการกู้ยืม ตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 653
ข้อความในเอกสารเป็นแต่เพียงการคิดบัญชีแสดงหนี้สิน ที่มีอยู่ต่อกันระหว่างโจทก์กับ ส. ผู้ตาย และเป็นหนังสือนำส่งเช็คซึ่ง ส. ออกสั่งจ่ายเงินเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ตามที่ เป็นหนี้กันอยู่ และที่ขอแลกเงินสดจากโจทก์ไปอีกเท่านั้น หามีข้อความตอนใดแสดงว่า ส. ได้กู้ยืมเงินโจทก์ไม่ เอกสารดังกล่าวจึงไม่ใช่หนังสืออันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม คดีโจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฟ้องร้องบังคับคดีตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1947-1950/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหักโอนเงินจากบัญชีต้องมีหลักฐานชัดเจน การโอนทางโทรศัพท์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การโอนสิทธิเรียกร้องของผู้ฝากเงินไว้แก่ธนาคารให้แก่บุคคลอื่นในลักษณะการโอนหนี้อันจะพึงต้องชำระแก่เจ้าหนี้โดยเฉพาะเจาะจง จะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 306 กล่าวคือ ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนมิฉะนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ หากเป็นในลักษณะการโอนหนี้อันพึงต้องชำระตามเขาสั่งผู้ฝากเงินก็ต้องปฏิบัติด้วยการออกเช็คสั่งให้ธนาคารใช้เงินและส่งมอบเช็คนั้นให้แก่ผู้รับโอนไปเบิกเงินจากธนาคาร การที่ธนาคารหักโอนเงินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของผู้ฝากเงินไป โดยผู้ฝากเงินมิได้ออกเช็คสั่งจ่ายให้ธนาคารใช้เงิน หรือทำหนังสือโอนหนี้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมไม่เป็นเหตุให้สิทธิเรียกร้องของผู้ฝากเงินในหนี้เงินฝากต้องระงับสิ้นไป เพราะตามคำขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันมีข้อความระบุเงื่อนไขในการสั่งจ่ายและถอนเงินไว้ว่า เมื่อผู้ฝากเงินจะสั่งจ่ายหรือถอนเงิน ให้ใช้เช็คซึ่งธนาคารมอบให้ใช้สำหรับแต่ละบัญชีโดยเฉพาะ จะเขียนสั่งในกระดาษหรือแบบพิมพ์อย่างอื่นไม่ได้เว้นแต่ธนาคารจะตกลงยินยอมด้วย การหักโอนเงินจากบัญชีเงินฝากก็ไม่แตกต่างอะไรกับการถอนเงิน
การสั่งโอนเงินฝากทางโทรศัพท์จะใช้ได้แต่เฉพาะกรณีที่ผู้ฝากคนเดียวมีบัญชีเงินฝากอยู่หลายบัญชีและสั่งโอนเงินฝากจากบัญชีหนึ่งไปเข้าอีกบัญชีหนึ่งซึ่งมิใช่เป็นการโอนสิทธิเรียกร้อง แต่การโอนเงินฝากจากบัญชีของคนหนึ่งไปเข้าบัญชีของอีกคนหนึ่งนั้น เป็นการโอนสิทธิเรียกร้อง จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ธนาคารจะอ้างประเพณีมาลบล้างกฎหมายไม่ได้ แม้เจ้าของบัญชีเงินฝากกับผู้รับโอนจะมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนผู้ถือหุ้นหรือร่วมอยู่ในเครือเดียวกัน แต่จำเลยก็เป็นห้างหุ้นส่วนบริษัทนิติบุคคล ย่อมมีฐานะต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น บัญชีเงินฝากของจำเลยกับของผู้รับโอนจึงมิใช่บัญชีของบุคคลคนเดียวกัน ธนาคารโจทก์จึงหักโอนเงินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 ที่ 4 และ ที่ 5โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1946/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมูลหนี้ในคดีกู้ยืมเงิน ไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น หากเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทว่าจำเลยกู้เงินหรือไม่
ก่อนเริ่มสืบพยาน ศาลชั้นต้นได้ให้จำเลยตรวจดูสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 แล้ว จำเลยแถลงว่าจำเลยเป็นผู้เขียนสัญญาและลงชื่อเป็นผู้กู้จริงแต่หนี้ตามสัญญาเป็นค่าดอกเบี้ยเงินกู้จำนวนหนึ่งที่จำเลยกู้เงินโจทก์ และโจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละสามต่อเดือน จำเลยไม่มีเงินชำระจึงทำสัญญากู้ให้ไว้ การที่จำเลยนำสืบถึงมูลหนี้ว่าเป็นมาอย่างไรนั้น ก็เพื่อแสดงว่าความจริงจำเลยไม่ได้กู้เงินและรับเงินตามสัญญากู้ไปจากโจทก์ จึงรวมอยู่ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนดว่า จำเลยกู้เงินโจทก์หรือไม่นั่นเอง จึงไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1945/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การระบุพยานเพิ่มเติมต้องมีเหตุสมควร หากไม่มีเหตุผลรองรับ ศาลย่อมต้องห้ามมิให้รับฟัง
เมื่อไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสาม แม้ศาลชั้นต้นได้สืบพยานที่ระบุ เพิ่มเติมไปแล้ว ก็ย่อมต้องห้าม มิให้รับฟัง
of 146 ⏮ ◀ ▶ ⏭