Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2527 — หน้า 117

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2527" (1201 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1069/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอพิจารณาคดีใหม่เนื่องจากความเข้าใจผิดเรื่องวันนัดพิจารณา ซึ่งส่งผลต่อการขาดนัด จำเลยมิได้จงใจ
จำเลยขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอ้างว่า ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายซึ่งเป็นเสมียนฝึกหัดใหม่นำคำร้องขอเลื่อนคดีมายื่นต่อศาล และกำหนดวันนัดพิจารณาแทน โดยทนายจำเลยจดวันว่างมอบให้เสมียนทนายมากำหนดวันนัดใหม่ แต่ทนายโจทก์เป็นผู้ทำเครื่องหมายวงกลมบนกระดาษที่ทนายจำเลยจดวันว่างให้แก่เสมียนทนายดังกล่าว โดยวงไว้ วันที่ 2 และ15 กรกฎาคม 2525 และเขียนข้อความไว้ด้วยว่านัดสืบ 2 วัน และเสมียนทนายจำเลยได้นำกระดาษดังกล่าวมามอบให้ทนายจำเลย ทำให้ทนายจำเลยเข้าใจวันนัดผิดโดยคิดว่านัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 2 และ 15 กรกฎาคม 2525 ซึ่งถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ดังข้อกล่าวอ้างของจำเลย ย่อมถือได้ว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณาอันเป็นเหตุที่จำเลยจะขอให้พิจารณาใหม่ได้ ศาลชั้นต้นควรให้โอกาสโจทก์ยื่นคำคัดค้านและไต่สวนพยานหลักฐานให้สิ้นกระแสความก่อน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวเนื่องกับฟ้องเดิม ศาลไม่รับพิจารณา เนื่องจากเป็นคนละเรื่องและภารจำยอมคนละแปลง
โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสองมีที่ดินติดต่อกัน ต่างฝ่ายต่างฟ้องอ้างว่าที่ดินของอีกฝ่ายหนึ่งตกอยู่ในภารจำยอมโดยอายุความ จึงเป็นที่เห็นได้ว่าที่ดินที่ตกเป็นภารจำยอมตามฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเป็นที่ดินคนละแปลงกับภารจำยอมตามฟ้องของโจทก์ทั้งสอง จึงเป็นฟ้องแย้งที่ไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม จะรับไว้พิจารณารวมกับฟ้องเดิมหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวเนื่องกับฟ้องเดิม ศาลไม่รับพิจารณารวมกัน
โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสองมีที่ดินติดต่อกันต่างฝ่ายต่างฟ้อง อ้างว่าที่ดินของอีกฝ่ายหนึ่งตกอยู่ในภารจำยอมโดยอายุความ จึงเป็น ที่เห็นได้ว่าที่ดินที่ตกเป็นภารจำยอมตามฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง เป็นที่ดินคนละแปลงกับภารจำยอมตามฟ้องของโจทก์ทั้งสอง จึงเป็น ฟ้องแย้งที่ไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมจะรับไว้พิจารณารวมกับฟ้องเดิมหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1067/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาคนอนาถาไม่ชอบด้วยกฎหมายเมื่อมีทรัพย์สินเพียงพอชำระค่าฤชาธรรมเนียม และศาลไม่ผิดที่ไม่อนุญาตเลื่อนสืบพยาน
จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถา เมื่อแพ้คดีชั้นฎีกาศาลฎีกาให้จำเลยซึ่งมีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและทำสัญญาจำนองไว้แก่โจทก์ เสียค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาในส่วนที่ได้รับยกเว้นทั้งหมด ถ้าไม่ชำระก็ให้เอาชำระจากทรัพย์สินที่จำนอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการแก้ไขคำพิพากษาเฉพาะค่าขาดไร้อุปการะ ดอกเบี้ยยังคงมีผล
ในคดีละเมิด ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยระบุไว้โดยชัดแจ้งว่า แก้เฉพาะค่าขาดไร้อุปการะ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ใช้เงิน 360,000 บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แสดงว่าศาลฎีกาพิพากษาแก้เฉพาะจำนวนเงินค่าขาดไร้อุปการะ ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าสูงเกินไปเท่านั้น ส่วนดอกเบี้ยสำหรับเงินต้น ค่าขาดไร้อุปการะมิได้แก้ไขจำเลยจึงต้องเสียดอกเบี้ยในต้นเงิน 360,000 บาท ซึ่งเป็นค่าขาดไร้อุปการะด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการแก้ไขค่าขาดไร้อุปการะในคำพิพากษา: ดอกเบี้ยยังคงมีผล
ในคดีละเมิด ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยระบุไว้โดยชัดแจ้งว่า แก้เฉพาะค่าขาดไร้อุปการะ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ใช้เงิน 360,000 บาทแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์แสดงว่าศาลฎีกา พิพากษาแก้เฉพาะจำนวนเงินค่าขาดไร้อุปการะ ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าสูงเกินไปเท่านั้นส่วนดอกเบี้ยสำหรับเงินต้น ค่าขาดไร้อุปการะมิได้แก้ไขจำเลยจึงต้องเสียดอกเบี้ยในต้นเงิน 360,000 บาท ซึ่งเป็นค่าขาดไร้อุปการะด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำและอำนาจศาลอุทธรณ์: คดีซื้อขายที่ดินและบ้านกับคดีขับไล่
คดีก่อนโจทก์ (จำเลยคดีนี้) ฟ้องขับไล่จำเลย (โจทก์คดีนี้) ออกจากบ้านและเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลย (โจทก์คดีนี้) ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ (จำเลยคดีนี้) มิได้เป็นเจ้าของบ้านตามฟ้อง จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า บ้านพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรือไม่ ค่าเสียหายมีจำนวนเท่าใดส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาจะซื้อขาย ที่ดินและบ้านพิพาททำให้โจทก์เสียหาย จำเลยให้การว่าไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญา โจทก์เองเป็นฝ่ายปฏิบัติผิดสัญญา ประเด็นแห่งคดีจึงมีว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายปฏิบัติผิดสัญญาซื้อขายที่ดินและบ้านพิพาท จึงเป็นคนละประเด็นกัน และไม่เป็นฟ้องซ้ำ
โจทก์อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกคำสั่งงดชี้สองสถานแล้วพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ อันเป็นการอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยปฏิเสธไม่สืบพยานตามที่โจทก์ร้องขอ ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจพิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243(2) กรณีเช่นนี้โจทก์หาจำต้องอุทธรณ์คำพิพากษาอีกไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วคำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ไม่ผูกพันโจทก์อีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำ-ประเด็นต่างกัน: ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ แม้ไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
คดีก่อนโจทก์ (จำเลยคดีนี้) ฟ้องขับไล่จำเลย (โจทก์คดีนี้)ออกจากบ้านและเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าบ้านพิพาทเป็นของโจทก์จำเลย (โจทก์คดีนี้) ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ (จำเลยคดีนี้) มิได้เป็นเจ้าของบ้านตามฟ้อง จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า บ้านพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรือไม่ ค่าเสียหายมีจำนวนเท่าใดส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิด สัญญาจะซื้อขาย ที่ดินและบ้านพิพาททำให้โจทก์เสียหายจำเลยให้การว่าไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญา โจทก์เองเป็นฝ่ายปฏิบัติผิดสัญญาประเด็นแห่งคดีจึงมีว่าฝ่ายใดเป็น ฝ่ายปฏิบัติผิดสัญญาซื้อขายที่ดินและบ้านพิพาท จึงเป็นคนละประเด็นกัน และไม่เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกคำสั่งงดชี้สองสถาน แล้วพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่อันเป็นการอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยปฏิเสธไม่สืบพยานตามที่โจทก์ร้องขอศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจพิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243(2) กรณีเช่นนี้โจทก์หาจำต้องอุทธรณ์คำพิพากษาอีกไม่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วคำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ไม่ผูกพันโจทก์อีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสลักหลังเช็คโดยตัวแทนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ทำให้สัญญาไม่ผูกพันจำเลยอื่น
การที่จำเลยที่ 2 ผู้จัดการธนาคารจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นสาขาของธนาคารจำเลยที่ 4 ลงชื่อรับรองการใช้เงินตามเช็คแทนจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นการที่ตัวแทนเข้าทำสัญญากับบุคคลภายนอก แต่ในการเข้าทำสัญญาดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปโดยเห็นแก่ประโยชน์ที่โจทก์ได้ให้เป็นลาภส่วนตัวแก่จำเลยที่ 2 คือโจทก์ยอมรับชำระหนี้ด้วยเช็คและคืนหลักฐานที่จำเลยที่ 2 ยืมเงินจากโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งจะเป็นผลให้จำเลยที่ 2 หลุดพ้นจากการเป็นลูกหนี้โจทก์โดยจำเลยที่ 3 และที่ 4 มิได้ยินยอมในการกระทำของจำเลยที่ 2 ด้วยการเข้าทำสัญญาดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 825

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินจากการครอบครองปรปักษ์ ศาลไม่จำกัดว่าผู้ร้องต้องครอบครองขณะยื่นคำร้อง
การยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 78 มิได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าผู้ร้องจะต้องเป็นผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์อยู่ในขณะยื่นคำร้องขอต่อศาล และคำสั่งของศาล ที่แสดงว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามคำร้องขอนั้น ก็เป็นเพียงคำสั่งที่รับรองว่าการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้ร้องตามที่ได้ครอบครองมาแล้วนั้น เป็นผลให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์แล้ว เพื่อที่ผู้ร้องจะได้นำคำพิพากษาไปจดทะเบียนสิทธิต่อเจ้าพนักงานที่ดินต่อไปเท่านั้น
of 121 ⏮ ◀ ▶ ⏭