ผลการค้นหาตามปี "2481" (471 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2481
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์องค์ประกอบความผิดฐานมีสุราเถื่อน ต้องมีการสืบว่ามีแอลกอฮอล์และดื่มกินได้
+สุรานั้นหมายความถึง+หรือของผสมที่มีแอลกอฮอล์ซึ่งสามารถดื่มกินได้+สุรา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีน้ำสุราเถื่อนไว้ในครอบครองจำเลยให้การว่าจำเลยมีน้ำกระแช่ดองกินได้เมาอย่างสุรา เมื่อโจทก์ไม่นำสืบว่าวัตถุของกลางนี้มีแอลกอฮอล์และสามารถดื่มกินได้อย่างสุราแล้ว ศาลตัดสินยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีน้ำสุราเถื่อนไว้ในครอบครองจำเลยให้การว่าจำเลยมีน้ำกระแช่ดองกินได้เมาอย่างสุรา เมื่อโจทก์ไม่นำสืบว่าวัตถุของกลางนี้มีแอลกอฮอล์และสามารถดื่มกินได้อย่างสุราแล้ว ศาลตัดสินยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2481
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำสั่งไม่อนุญาตถอนฟ้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา อุทธรณ์ฎีกาไม่ได้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจะอุทธรณ์ฎีกามิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 697/2481
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าของสวนยางเก็บยางเอง ไม่ผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมจำกัดยาง หากไม่ซื้อขาย
เจ้าของสวนยางตั้งสถานที่เก็บยางที่ทำได้จากสวนของตนเองโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานประจำท้องถิ่น ก็ไม่มีความผิด
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานยางไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต จำเลยผู้เดียวอุทธรณ์ว่าเป็นเจ้าของสวนยางไม่มีความผิดดังนี้ ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยเลยไปว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดโดยเป็นการซื้อยางจากบุคคลอื่น มิได้เพราะเป็นการวินิจฉัยเกินอุทธรณ์ไป
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานยางไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต จำเลยผู้เดียวอุทธรณ์ว่าเป็นเจ้าของสวนยางไม่มีความผิดดังนี้ ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยเลยไปว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดโดยเป็นการซื้อยางจากบุคคลอื่น มิได้เพราะเป็นการวินิจฉัยเกินอุทธรณ์ไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2481
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวิวาทต่อสู้และการลงโทษทางอาญา: การพิจารณาความผิดตามมาตรา 338(3) และ 256
+ใจวิวาทต่อสู้กันจะลงโทษ
อ้างฎีกาที่ 972/2478
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทาจำเลยตามมาตรา 256 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยทำร้ายเจ้าทุกข์ไม่ถึงบาดเจ็บ ซึ่งศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.338(3) ของศาลอุทธรณ์ยกฟ้องนั้น โจทก์หาข้อเท็จจริงตามความผิด+ ม.256 ได้
อ้างฎีกาที่ 972/2478
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทาจำเลยตามมาตรา 256 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยทำร้ายเจ้าทุกข์ไม่ถึงบาดเจ็บ ซึ่งศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.338(3) ของศาลอุทธรณ์ยกฟ้องนั้น โจทก์หาข้อเท็จจริงตามความผิด+ ม.256 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2481
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อุทธรณ์ไม่สมบูรณ์หลังพ้นกำหนด การมอบอำนาจแก้ไม่ได้
จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยมีทนาย+ชื่อในท้ายอุทธรณ์แต่ผู้เดียวศาลจึงสั่งไม่รับผิดอุทธรณ์ ต่อ+จำเลยได้ทำใบมอบอำนาจให้ทนายมีอำนาจทำการแทนได้ทุกอย่างตาม ม.62 แห่งประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง แต่เป็นเวลาเกินกำหนดอายุอุทธรณ์เสียแล้วดังนี้ ไม่ทำให้อุทธรณ์นั้นกลับสมบูรณ์ดีขึ้น ชั้นคดีอาญาเมื่อศาลอุทธรณ์สั่งไม่รับอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น ผู้อุทธรณ์ฎีกาคำสั่งนั้นต่อมาได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2481
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนับอายุตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร: เริ่มนับหนึ่งจากปีเกิด
การนับอายุตาม พ.ร.บ.รับราชการทหารนั้นให้นับ 1 ในปีที่เกิดเป็นต้นไป
ผู้มีอายุ 17 ปีต้องไปขึ้นทะเบียนทหารภายเดือนกุมภาพันธิของปีที่กฎหมายถือว่ามีอายุ 17 ปีบริบูรณ์
ผู้มีอายุ 17 ปีต้องไปขึ้นทะเบียนทหารภายเดือนกุมภาพันธิของปีที่กฎหมายถือว่ามีอายุ 17 ปีบริบูรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2481
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การส่งสำเนาฎีกาและการจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ได้รับสำเนา
โจทก์ฎีกาแต่จำเลยไม่ยอมรับสำเนาฎีกาผู้ส่งจึงได้ปิดสำเนาฎีกาไว้ยังบ้านเรือนของจำเลยดังนี้ ถือว่าจำเลยได้รับสำเนาฎีกาแล้ว ยังสำเนาฎีกาให้จำเลยได้แต่บางคน ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีฉะเพาะจำเลยที่ส่งสำเนาฎีกาให้ได้เท่านั้นที่ส่งไม่ได้ต้องจำหน่ายคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 681/2481
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลเด็ดขาดของพระบรมราชโองการในเรื่องมรดก: สิทธิเบี้ยเลี้ยงชีพ vs. ส่วนแบ่งมรดก
การตีความในเอกสารอำนาจของพระเจ้าแผ่นดิน+กฎหมาย พระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์ย่อมมีผลเด็ดขาดตามกฎหมาย
จำเลยที่ 2 เป็นหม่อมของ พ.+ พ.สิ้นพระชนม์ รัชชกาล ที่ 6 จึงทรงตั้งกรรมการขึ้น+การพระมฤดก กรรมการทำรายงานถวายความ+ว่าจำเลยที่ 2 ควรได้รับแต่เงินเลี้ยงชีพเดือนละ +00 บาท รัชชกาลที่ 6 พระบรมราชโองการให้เป็นไปตามนั้นดังนี้ จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิจะได้รับพระมฤดกอื่น + พ.นอกจากเงินเลี้ยงชีพเดือนละ 200 บาทนั้น
การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้
จำเลยที่ 2 เป็นหม่อมของ พ.+ พ.สิ้นพระชนม์ รัชชกาล ที่ 6 จึงทรงตั้งกรรมการขึ้น+การพระมฤดก กรรมการทำรายงานถวายความ+ว่าจำเลยที่ 2 ควรได้รับแต่เงินเลี้ยงชีพเดือนละ +00 บาท รัชชกาลที่ 6 พระบรมราชโองการให้เป็นไปตามนั้นดังนี้ จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิจะได้รับพระมฤดกอื่น + พ.นอกจากเงินเลี้ยงชีพเดือนละ 200 บาทนั้น
การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2481
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจเด็ดขาดของพระมหากษัตริย์ในคดีมรดก: พระบรมราชโองการมีผลผูกพันและเปลี่ยนแปลงสิทธิในกองมรดก
การตีความในเอกสารอำนาจของพระเจ้าแผ่นดินเหนือกฎหมาย พระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์ย่อมมีผลเด็ดขาดตามกฎหมาย โจทก์เป็นหม่อมของ พ.ครั้น พ.สิ้นพระชนม์ รัชชกาลที่ 6 จึงทรงตั้งกรรมการขึ้นจัดการพระมฤดก กรรมการได้ทำรายงานถวายความเห็นว่าโจทก์ควรได้รับแต่เงินค่าเลี้ยงชีพเดือนละ 200 บาท รัชชกาลที่ 6 มีพระบรมราชโองการให้เป็นไปตามนั้นดังนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิจะได้รับพระมฤดกอื่นของ พ.นอกจากเงินเลี้ยงชีพเดือนละ 200 บาทนั้น
การที่บุคคลภายนอกเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์และจำเลยในคดีเรื่องนี้เป็นจำเลยโดยมูลสิทธิแห่งคดีเป็นอย่างเดียวกับคดีเรื่องนี้นั้น ไม่เรียกว่าโจทก์ในคดีนี้ฟ้องซ้ำค่าธรรมเนียม
การที่บุคคลภายนอกเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์และจำเลยในคดีเรื่องนี้เป็นจำเลยโดยมูลสิทธิแห่งคดีเป็นอย่างเดียวกับคดีเรื่องนี้นั้น ไม่เรียกว่าโจทก์ในคดีนี้ฟ้องซ้ำค่าธรรมเนียม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 679/2481
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลักทรัพย์ในเวลากลางคืนต้องมีเหตุฉกรรจน์อื่นประกอบ จึงจะผิดตาม ม.295
งัดกุญแจประตูห้องเรือนเข้าไปลักทรัพย์ในเวลาค่ำคืน ต้องมีความผิดตามกฎหมายอาญา ม.294 วรรคท้ายความผิดตามกฎหมายอาญา ม.295 นั้นจะต้องประกอบด้วยเหตุฉกรรจ์อย่างอื่น + ม.293 ไม่ใช่เหตุเวลาค่ำคืนซึ่งมีบัญญัติไว้ใน ม.295 แล้วแต่อย่างเดียว
(หมายเหตุ การงัดกุญแจประตูห้องเรือนไม่เรียกว่าเป็นการไขกุญแจด้วยเครื่องมืออย่างอื่นตาม ม.293(4) ตามฎีกาประชุมใหญ่ที่ 695/2479)
(หมายเหตุ การงัดกุญแจประตูห้องเรือนไม่เรียกว่าเป็นการไขกุญแจด้วยเครื่องมืออย่างอื่นตาม ม.293(4) ตามฎีกาประชุมใหญ่ที่ 695/2479)