Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2493 — หน้า 121

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1098/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลักทรัพย์: 'สิ่งที่ใช้บรรจุทรัพย์' ตาม ม.293(5) ต้องเป็นสิ่งมั่นคง ยากต่อการเคลื่อนย้าย เช่น ตู้ หรือกำปั่น
การลักสิ่งที่ใช้บรรจุทรัพย์อันเป็นเหตุฉกรรจ์อย่างหนึ่งซึ่งจะทำให้โทษหนักขึ้นตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293(5) นั้น ต้องเป็นสิ่งที่ใช้บรรจุทรัพย์เพื่อเก็บรักษาไว้อย่างมั่นคงตามปกติย่อมยากแก่การที่จะพาไป เช่น ตู้หรือกำปั่นเหล็ก เพียงแต่เป็นกระเป๋าเดินทางหรือกระเป๋าเสื่อ หาได้อยู่ในความหมายแห่งข้อนี้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1097/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนับอายุผู้กระทำผิดในคดีอาญา: เกณฑ์อายุ 16 ปีบริบูรณ์ตามฎีกา 1738/2492
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าจำเลยเป็นเด็กอายุยังไม่เต็ม 16 ปีบริบูรณ์
โจทก์ฎีกาว่า ศาลล่างทั้งสองใช้วิธีนับอายุจำเลยยังไม่ถูก ต้องนำมาตรา 16 แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้จึงจะถูก ดังนี้ถือว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างว่าจำเลยมีอายุยังไม่เต็ม 16 ปี
การที่จะลงโทษจำเลยในคดีอาญา ซึ่งมีอายุ 16 ปีศาลฎีกาได้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานมาแล้วว่า ต้องนับอายุ16 ปีบริบูรณ์ตามนัยฎีกาที่ 1738/2492 จะนับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 16 หาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1097/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุเด็กในคดีอาญา: การนับอายุ 16 ปีบริบูรณ์ตามกฎหมายลักษณะอาญา
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าจำเลยเป็นเด็กอายุยังไม่เต็ม 16 ปีบริบูรณ์
โจทก์ฎีกาว่า ศาลล่างทั้งสองใช้วิธีนับอายุจำเลยยังไม่ถูก ต้องนำมาตรา 16 แห่งป.ม.แพ่งฯ มาใช้จึงจะถูก ดังนี้ถือว่าโจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างจำเลยมีอายุไม่เต็ม 16 ปี
การที่จะลงโทษจำเลยในคดีอาญาซึ่งมีอายุ 16 ปี ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานมาแล้วว่า ต้องนับอายุ 16 ปีบริบูรณ์ตามนัยฎีกาที่ 1738/2492 จะนับตามป.ม.แพ่งฯมาตรา 16 หาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายที่ดินโดยผู้ขายมีสิทธิไม่สมบูรณ์ ผู้ซื้อไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 1300 ป.พ.พ.
ซื้อที่ดินมือเปล่าโดยทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนที่อำเภอ เมื่อปรากฎว่าผู้ขายเป็นเจ้าของที่ดินนั้นแต่เพียงครึ่งเดียว และยังได้ขายให้ผู้อื่นไป โดยมอบการครอบครองแก่เขาให้ครอบครองที่ดินส่วนนั้นไปแล้วด้วยดังนี้ ผู้ซื้อไม่ได้รับความคุ้มครองตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1300

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อที่ดินมือเปล่า ผู้ขายไม่มีสิทธิโอน ผู้ซื้อไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 1300
ซื้อที่ดินมือเปล่าโดยทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนที่อำเภอเมื่อปรากฏว่าผู้ขายเป็นเจ้าของที่ดินนั้นแต่เพียงครึ่งเดียว และยังได้ขายให้ผู้อื่นไป โดยมอบการครอบครองแก่เขาให้ครอบครองที่ดินส่วนนั้นไปแล้วด้วยดังนี้ ผู้ซื้อไม่ได้รับความคุ้มครองตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะมีการทำหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ ก็ไม่ถือเป็นคำสั่งอนุญาต
จำเลยทำการเรี่ยไรด้วยการจำหน่ายรูปปั้นอ้างว่าเพื่อสร้างอนุสาวรีย์โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จำเลยจะได้เคยยื่นคำร้องขออนุญาตต่อคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไร และคณะกรรมการฯมีหนังสือแจ้งมาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการขายสิ่งของมีสิทธิทำได้เอง ดังนี้จำเลยย่อมมีความผิด และไม่ถือว่าหนังสือคณะกรรมการฯนั้นเป็นคำสั่งอนุญาต

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในการควบคุมค่าเช่า และการเรียกค่าเสียหายจากการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการ
ผู้ให้เช่าเดิมตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯมาตรา 16(6)นั้นหมายความถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิ์มาจากผู้ให้เช่าเดิมด้วย (อ้างฎีกาที่ 845/2490)
ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องแถวที่ให้เช่า ย่อมมีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อขอเข้าอยู่ในเคหะที่ให้เช่าได้
ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะผู้เช่าไม่ยอมออกจากเคหะที่เช่านั้น ผู้ให้เช่ามีสิทธิให้ชดใช้ได้ตั้งแต่วันครบกำหนดที่มติกรรมการให้ออกจนกว่าผู้เช่าจะออกไปโดยพิเคราะห์ถึงทำเลการค้าและผลกำไรของร้านใกล้เคียง แต่ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิเลิกสัญญา และเรียกค่าเสียหายก่อนได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการฯ นอกจากค่าเช่าที่ค้างเท่านั้น แต่ถ้าผู้ให้เช่าไม่ฟ้องเรียกค่าเช่า ศาลจะบังคับให้ใช้ค่าเสียหายแทนค่าเช่าไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของผู้รับโอนกรรมสิทธิในการขอเข้าอยู่ในเคหะที่เช่า และการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้เช่าค้างชำระ
ผู้ให้เช่าเดิมตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(6)นั้น หมายความถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิมาจากผู้เช่าเดิมด้วย
(อ้างฎีกาที่ 845/2490)
ผู้รับโอนกรรมสิทธิห้องแถวที่ให้เช่าย่อมมีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อขอเข้าอยู่ในในเคหะที่ให้เช่าได้
ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะผู้เช่าไม่ยอมออกจากเคหะที่เช่านั้น ผู้ให้เช่ามีสิทธิให้ชดใช้ได้ตั้งแต่วันครบกำหนดที่มติกรรมการให้ออกจนกว่าผู้เช่าจะออกไปโดยพิเคราะห์ถึงทำเล การค้าและผลกำไรของร้านใกล้เคียง แต่ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิเลิกสัญญา และเรียกค่าเสียหายก่อนได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการฯ นอกจากค่าเช่าที่ค้างเท่านั้น แต่ถ้าผู้ให้เช่าไม่ฟ้องเรียกค่าเช่า ศาลจะบังคับให้ใช้ค่าเสียหายแทนค่าเช่าไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การถูกยั่วโทสะและการป้องกันตัว: การพิจารณาเหตุในการกระทำความผิดฐานฆ่า
ผู้ตายใช้ขวดตีศีรษะจำเลยทางหลังขณะจำเลยลุกขึ้นจะไปจำเลยถูกตีแล้วจึงหันกลับมาใช้มีดแทงผู้ตายโดยผู้ตายไม่มีกิริยาท่าทางว่าจะทำร้ายจำเลยซ้ำเติมอีก เช่นนี้การกระทำของจำเลยเข้าลักษณะถูกยั่วโทสะไม่ใช่ทำการป้องกันตัว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การถูกยั่วโทษะกับการป้องกันตัวในคดีทำร้ายถึงแก่ความตาย
ผู้ตายใช้ขวดตีศรีษะจำเลยทางหลังขณะจำเลยลุกขึ้นจะไป จำเลยถูกตีแล้วจึงหันกลับมาใช้มีดแทงผู้ตายโดยผู้ตายไม่มีกิริยาท่าทางว่าจะทำร้ายจำเลยซ้ำเติมอีก เช่นนี้การกระทำของจำเลยเข้าลักษณะถูกยั่วโทษะไม่ใช่ทำการป้องกันตัว
of 130 ⏮ ◀ ▶ ⏭