Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2492 — หน้า 123

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความฟ้องเรียกคืนสินสอด ไม่ใช่ค่าทดแทนตาม ป.พ.พ.มาตรา 1444
การฟ้องเรียกเงินสินสอดคืน ไม่ใช่เป็นการเรียกค่าทดแทนตามความหมายแห่ง ป.พ.พ มาตรา 1444 เพราะฉะนั้นจะยกอายุความ 6 เดือนตามบทบัญญัติดังกล่าวขึ้นใช้บังคับไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1346/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขุดคลองเพื่อค้ากำไรทางธุรกิจเข้าข่ายเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.ควบคุมกิจการค้าขาย
ทางน้ำที่จำเลยขุดเป็นทางแยกจากคลองบางพระไปสู่แม่น้ำท่าจีน เป็นทางที่กว้างและลึกจนเรือใหญ่น้อยเดินผ่านเข้าออกระหว่างคลองบางพระกับแม่น้ำท่าจีนได้ ทางนี้ย่อมมีสภาพเป็นคลองตามที่เข้าใจทั่วไปแล้ว
จำเลยขุดคลองเพื่อให้เรือเดินและเก็บค่าผ่านคลองซึ่งเป็นเรื่องที่จำเลยลงทุนทำการค้าหากำไรแก่สาธารณชนโดยแท้ จำเลยย่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุขแห่งสาธารณชน พ.ศ. 2471 มาตรา 5.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1346/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขุดคลองเพื่อค้ากำไรโดยไม่ได้รับอนุญาตเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ควบคุมกิจการค้าขาย
ทางน้ำที่จำเลยขุดเป็นทางแยกจากคลองบางพระไปสู่แม่น้ำท่าจีน เป็นทางที่กว้างและลึกจนเรือใหญ่น้อยเดินผ่านเข้าออกระหว่างคลองบางพระกับแม่น้ำท่าจีนได้ ทางนี้ย่อมมีสภาพเป็นคลองตามที่เข้าใจทั่วไปแล้ว
จำเลยขุดคลองเพื่อให้เรือเดินและเก็บค่าผ่านคลองซึ่งเป็นเรื่องที่จำเลยลงทุนทำการค้าหากำไรแก่สาธารณชนโดยแท้ จำเลยย่อมมีความผิดตาม พระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุขแห่งสาธารณชนพ.ศ.2471 มาตรา 5

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1344/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงต่างจากฟ้อง ทำให้ฎีกาไม่รับตามมาตรา 219
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยถือว่าทางพิจารณาได้ความต่างกับฟ้อง ก็คือถือว่า ทางพิจารณาไม่ได้ความว่าจำเลยทำผิดตามฟ้องนั่นเอง เป็นการพิพากษาโดยอาศัยข้อเท็จจริงและศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ไม่เชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิดดังข้อหา ดังนี้ คดีโจทก์ต้องห้ามฎีกาต่อไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา219

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1344/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีอาญาที่ศาลยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงต่างจากฟ้อง ทำให้ฎีกาไม่รับ เพราะเป็นการพิพากษาโดยอาศัยข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยถือว่าทางพิจารณาได้ความต่างกับฟ้อง ก็คือถือว่า ทางพิจารณาไม่ได้ความว่าจำเลยทำผิดตามฟ้องนั่นเอง เป็นการพิพากษาโดยอาศัยข้อเท็จจริงและศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ไม่เชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิดดังข้อหา ดังนี้ คดีโจทก์ต้องห้ามฎีกาต่อไป ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 219.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 134/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของร่วมไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่เจ้าของร่วมอื่นออกจากเรือนพิพาท
เจ้าของร่วมในเรือนพิพาทไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่เจ้าของร่วมอีกผู้หนึ่งออกจากเรือนพิพาทได้
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าจำเลยอาศัย จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ ข้อเท็จจริงฟังว่าเรือนพิพาท จำเลยเป็นเจ้าของอยู่ด้วย ดังนี้ คดีไม่มีประเด็นว่าโจทก์อาจเป็นเจ้าของรวมหรืออาจไม่เป็นเจ้าของเลยหรือจะควรแบ่งกึ่งให้โจทก์จำเลยหรือจะควรประการใด ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 134/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของร่วมฟ้องขับไล่เจ้าของร่วมอื่นไม่ได้ แม้มีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์
เจ้าของร่วมในเรือนพิพาทไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่เจ้าของร่วมอีกผู้หนึ่งออกจากเรือนพิพาทได้
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าจำเลยอาศัยจำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ ข้อเท็จจริงฟังว่าเรือนพิพาท จำเลยเป็นเจ้าของอยู่ด้วยดังนี้ คดีไม่มีประเด็นว่าโจทก์อาจเป็นเจ้าของรวมหรืออาจไม่เป็นเจ้าของเลยหรือจะควรแบ่งกึ่งให้โจทก์จำเลยหรือจะควรประการใดศาลต้องพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1340/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำรับสารภาพที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย: คำให้การนอกเขตอำนาจสอบสวนไม่มีผลผูกพัน
จำเลยได้กระทำผิดในท้องที่หนึ่ง แล้วจำเลยเข้าไปหาพนักงานสอบสวนอีกเขตต์หนึ่งซึ่งไม่มีอำนาจให้เป็นผู้สอบสวนจดคำให้การของตนเช่นนี้ จะถือคำให้การของจำเลยนั้นเป็นคำรับของจำเลย ชั้นสอบสวนไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1340/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำให้การนอกเขตอำนาจสอบสวน ไม่ถือเป็นคำรับสารภาพ
จำเลยได้กระทำผิดในท้องที่หนึ่ง แล้วจำเลยเข้าไปหาพนักงานสอบสวนอีกเขตหนึ่งซึ่งไม่มีอำนาจให้เป็นผู้สอบสวนจดคำให้การของตนเช่นนี้ จะถือคำให้การของจำเลยนั้นเป็นคำรับของจำเลย ชั้นสอบสวนไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1337/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาปกปิดปริมาณข้าวถือเป็นความผิดฐานไม่แจ้งตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว และไม่มีสิทธิรับบำเหน็จ
จำเลยมีข้าวไว้ในครอบครอง 6 เกวียนหลวงกับ 10 ถัง แต่จำเลยได้แจ้งปริมาณเพียง 3 เกวียนหลวง การที่จำเลยไม่แจ้งประมาณให้ครบถ้วน เช่นนี้ แสดงว่าจำเลยเจตนาปกปิดข้าวนอกจากที่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บไว้นั้น จำเลยย่อมมีผิดฐานไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บสำหรับข้าวอีก 3 เกวียนหลวงกับ 10 ถัง
พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 5 บัญญัติให้ใช้บังคับแก่ความผิดซึ่งเกิดตามกฎหมายที่ระบุไว้ ส่วน พ.ร.บ.การค้าข้าวออกใช้ในภายหลัง และไม่มีบัญญัติให้นำ พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิดมาใช้บังคับแต่อย่างใด ฉะนั้นจะยกเอาการให้บำเหน็จตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว มาใช้แก่ความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว ย่อมไม่ได้
of 145 ⏮ ◀ ▶ ⏭