Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2524 — หน้า 128

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2524" (1454 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1568/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องหย่าเนื่องจากภริยาออกจากบ้านโดยไม่กลับ และแจ้งให้จัดการเรื่องหย่า ถือเป็นการละทิ้งร้างเกินกว่าหนึ่งปี
ภริยาออกจากบ้านที่อยู่กินกับสามีไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับตามคำขอร้องของสามี และบอกให้สามีจัดการเรื่องหย่า ภริยาจงใจละทิ้งร้างไปเกิน 1 ปีสามีฟ้องหย่าได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(4)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1567/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทรัพย์สินก่อนสมรสและหลังสมรส: ที่ดินก่อนสมรสไม่เป็นสินสมรส ห้องแถวหลังสมรสเป็นสินสมรสร่วมกัน
ที่ดินของชายถือกรรมสิทธิ์รวมกับมารดา มาก่อนเป็นสามีภริยากับโจทก์เป็นสินส่วนตัวของชาย ต่อมาชายทำสัญญาประนีประนอมแบ่งกับมารดา เมื่อโจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ก็เป็นแต่แบ่งกรรมสิทธิ์รวมระหว่างจำเลยกับมารดา ที่ดินไม่เป็นสินสมรส
ชายหญิงอยู่กินเป็นสามีภริยากันมาก่อน แล้วจดทะเบียนสมรสภายหลัง ทรัพย์ที่ได้มาร่วมกันก่อนจดทะเบียนสมรส เป็นกรรมสิทธิ์รวมแบ่งกันคนละครึ่งเมื่อหย่ากัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่ารักษาทรัพย์ยึด: ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดค่าธรรมเนียมได้ แม้ต่ำกว่าสัญญาก็ตาม
ค่ารักษาทรัพย์ (ที่ยึดไว้ในคดี) เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งศาลอาจจะพิจารณาสั่งให้ได้ตามที่เห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 161 ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดค่ารักษาทรัพย์ให้ผู้ร้องต่ำกว่าจำนวนที่ระบุในหนังสือสัญญารักษาทรัพย์จึงเป็นอำนาจที่จะกระทำได้ หาเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่เมื่อค่ารักษาทรัพย์เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ศาลอาจสั่งให้ได้ การที่ผู้ร้องไม่พอใจคำสั่งกำหนดค่ารักษาทรัพย์ของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ต่อมาก็เป็นการฟ้องคดีต่อศาลอุทธรณ์ ให้กำหนดค่ารักษาทรัพย์เช่นเดียวกันหาใช่เรื่องเรียกร้องค่ารักษาทรัพย์ไม่ จึงเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลสั่งค่ารักษาทรัพย์ยึดในคดีแพ่ง: ศาลใช้ดุลพินิจได้ แม้ไม่ตรงตามสัญญา
ค่ารักษาทรัพย์ (ที่ยึดไว้ในคดี) เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งศาลอาจจะพิจารณาสั่งให้ได้ตามที่เห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 161 ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดค่ารักษาทรัพย์ให้ผู้ร้องต่ำกว่าจำนวนที่ระบุในหนังสือสัญญารักษาทรัพย์จึงเป็นอำนาจที่จะกระทำได้ หาเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่เมื่อค่ารักษาทรัพย์เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ศาลอาจสั่งให้ได้ การที่ผู้ร้องไม่พอใจคำสั่งกำหนดค่ารักษาทรัพย์ของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ต่อมาก็เป็นการฟ้องคดีต่อศาลอุทธรณ์ ให้กำหนดค่ารักษาทรัพย์เช่นเดียวกัน หาใช่เรื่องเรียกร้องค่ารักษาทรัพย์ไม่ จึงเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1565/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ดอกเบี้ยเกินอัตรา: โมฆะเฉพาะดอกเบี้ย, ชำระหนี้ตามอำเภอใจไม่อ้างอิงได้, ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 329
การกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรานั้นตกเป็นโมฆะเฉพาะดอกเบี้ยเท่านั้น ต้นเงินหาตกเป็นโมฆะไม่
เมื่อจำเลยนำสืบไม่ได้ว่าเงินที่ยังค้างชำระโจทก์อยู่จำนวนใดเป็นดอกเบี้ยและจำนวนใดเป็นต้นเงินกู้ ก็ต้องถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329 ว่าเงินที่จำเลยชำระแก่โจทก์ไปแล้วจำนวนหนึ่งนั้นต้องเอาใช้เป็นดอกเบี้ยเสียก่อน ส่วนจำนวนหนี้ที่เหลือถือว่าเป็นต้นเงินกู้ที่ยังค้างชำระ
เมื่อถือว่าจำเลยได้ชำระดอกเบี้ยไปแล้ว แม้จะฟังว่าเป็นดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมาย ก็เท่ากับเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจ โดยที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีความผูกพันต้องชำระ จำเลยไม่มีสิทธิยกขึ้นต่อสู้คดีให้หลุดพ้นความรับผิดไปได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้ที่ดินบุตรเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ใช่การให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยา มารดาสามารถถอนคืนได้
มารดายกที่ดินให้บุตร เพื่อเอาไปทำมาหาเลี้ยงชีพ ไม่เป็นการให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยา ซึ่งมารดาไม่มีหน้าที่ธรรมจรรยาที่จะต้องทำเช่นนั้น จึงถอนคืนเพราะเหตุเนรคุณได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1559/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กลฉ้อฉลเพื่อเหตุ สัญญาซื้อขายยังไม่เป็นโมฆะ ผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย
แม้จะปรากฏว่าโจทก์กับเจ้าหน้าที่ของจำเลยร่วมกันทำกลฉ้อฉลในการเสนอขายเครื่องจักรให้จำเลย แต่เพราะเหตุที่จำเลยมีเจตนาที่จะซื้อเครื่องจักรดังกล่าวอยู่แล้วและการทำกลฉ้อฉลก็เพื่อให้จำเลยต้องซื้อในราคาแพงกว่าความเป็นจริงกลฉ้อฉลดังกล่าวจึงเป็นกลฉ้อฉลเพื่อเหตุ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 123 จำเลยจะบอกล้างสัญญาซื้อขายเสียทีเดียวหาได้ไม่ ได้แต่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนและค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้ก็คือจำนวนเงินที่จำเลยต้องจ่ายเกินไปกว่าราคาอันแท้จริงในขณะนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1558/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดจากละเลยระเบียบการตรวจสอบลายเซ็นสั่งจ่ายข้าวสารและการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน
ระเบียบงานของโจทก์มีว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้ากองข้าวสาร มีหน้าที่กำหนดตัวบุคคลผู้มีอำนาจเซ็นสั่งจ่ายข้าวสาร และส่งตัวอย่างลายเซ็นชื่อของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายข้าวสารไปให้แผนกคลังสินค้าเพื่อตรวจสอบก่อนที่จะจ่ายข้าวสาร แต่จำเลยที่ 1 ไม่มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่แผนกคลังสินค้าที่มีหน้าที่จ่ายข้าวสารตามใบสั่ง จำเลยที่ 1 กำหนดตัวบุคคลซึ่งมีอำนาจเซ็นสั่งจ่ายข้าวสารแล้ว แต่ไม่ได้ส่งตัวอย่างลายเซ็นชื่อของผู้มีอำนาจเซ็นสั่งจ่ายไปให้แผนกคลังสินค้าได้มีผู้ปลอมลายเซ็นชื่อของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายข้าวสารและเจ้าหน้าที่แผนกคลังสินค้าได้จ่ายข้าวสารไปตามใบสั่งซึ่งมีลายเซ็นปลอม ดังนี้การที่จำเลยที่ 1 ฝ่าฝืนระเบียบ ไม่ส่งตัวอย่างลายเซ็นของผู้ที่มีอำนาจสั่งจ่ายให้แผนกคลังสินค้าทราบ เพื่อตรวจสอบลายเซ็นนั้นไม่เป็นเหตุโดยตรงที่ทำให้มีบุคคลปลอมลายเซ็นของผู้มีอำนาจสั่งจ่าย จึงจะถือว่าจำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหายเพราะเหตุนี้ไม่ได้
จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วยหัวหน้าคลังสินค้ากลาง มีหน้าที่จะต้องตรวจลายเซ็นชื่อผู้สั่งจ่ายในใบสั่งจ่ายข้าวสารตาม ระเบียบ การที่ไม่มีตัวอย่างลายเซ็นชื่อของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายในใบสั่งจ่ายสินค้าที่แท้จริงไว้เพื่อตรวจสอบ โดยจำเลยที่ 2 มิได้เรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ซึ่งมีหน้าที่ส่งตัวอย่างลายเซ็นให้ส่งตัวอย่างลายเซ็นมาให้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวอันเป็นการประมาทเลินเล่อมาตั้งแต่ต้น จำเลยที่ 2 มอบให้จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ทำหน้าที่ตรวจสอบใบสั่งจ่ายสินค้าแทน. ผู้ทำแทนก็ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ครบถ้วน เมื่อมีการปลอมลายมือผู้สั่งจ่ายแล้วนำมาเบิกสินค้าข้าวสาร จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ตรวจดูลายเซ็นโดยเทียบกับลายเซ็นที่ผู้สั่งจ่ายเซ็นไว้ในใบสั่งจ่ายเก่าๆ ที่ยื่น เพราะไม่มีตัวอย่างลายเซ็นที่แท้จริงไว้ตรวจสอบ แล้วจ่ายข้าวสารไปตามใบสั่งจ่ายปลอมทำให้โจทก์เสียหาย ดังนี้ จำเลยที่ 2 จะปัดความรับผิดหาได้ไม่
จำเลยที่ 3 เป็นผู้ช่วยหัวหน้าคลังสินค้ากลาง ซึ่งเก็บเฉพาะข้าวสาร และเป็นผู้เก็บรักษากุญแจโกดังแต่ผู้เดียว มีหน้าที่ปฏิบัติการควบคุม ตรวจตราใบสั่งจ่ายสินค้าและรับจ่ายข้าวสารด้วย จึงปฏิเสธความรับผิดไม่ได้
ส่วนจำเลยที่ 4 มีหน้าที่ฝึกสอนจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ในการจ่ายข้าวสารตามใบสั่งจ่าย แต่ไม่มีตัวอย่างลายเซ็นของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายมาให้ตรวจสอบ จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 เป็นพนักงานชั้นผู้น้อย ไม่มีหน้าที่ทวงถามให้มีการส่งตัวอย่างลายเซ็นมา การฝึกสอนก็เพียงให้ดูว่าใบสั่งจ่ายที่ผู้มาขอรับมีรายการอะไรบ้างลายเซ็นชื่อผู้สั่งจ่ายครบถ้วนหรือไม่ โดยให้ดูจากลายเซ็นชื่อผู้สั่งจ่ายเก่าๆ จำเลยที่ 5 ถึงที่ 7ก็สั่งจ่ายข้าวสารไปตามระเบียบที่จำเลยที่ 4 ฝึกสอน เมื่อมีการปลอมลายเซ็นและมีการจ่ายข้าวสารไปตามลายเซ็นปลอมนั้น.โดยให้การจ่ายก็ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวเช่นนี้ จะถือว่าจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ไม่ปฏิบัติตามระเบียบเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์มิได้ แต่จำเลยที่ 4 มีหน้าที่ต้องตรวจสอบรายการสินค้าที่จะจ่ายหรือขอดูหลักฐานเอกสารใบขายเงินสด หรือใบเสร็จรับเงินจากผู้ซื้อที่มารับของตามระเบียบว่าด้วยการรับจ่ายฯลฯ ให้ถูกต้องเสียก่อน เมื่อจำเลยที่ 4 ไม่ปฏิบัติตามจึงต้องรับผิดตามจำนวนเงินในใบจ่ายสินค้าฉบับที่จำเลยที่ 4เป็นผู้เขียนตามใบสั่งจ่ายสินค้าปลอมนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1557/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเงินกู้ - มูลหนี้ - การแปลงหนี้ - หลักประกัน - ความรับผิด
จำเลยยอมตกลงว่าจะใช้เงินที่โจทก์เสียไปคืนให้แก่โจทก์หากบุตรโจทก์ไม่ได้ไปทำงานที่ต่างประเทศตามที่จำเลยชักนำ โดยจำเลยยอมทำสัญญากู้ให้โจทก์ไว้เพื่อเป็นหลักประกัน เมื่อบริษัทจัดหางานไม่สามารถส่งบุตรโจทก์ไปทำงานต่างประเทศได้ จำเลยก็ต้องรับผิดใช้หนี้ให้โจทก์ตามที่ตกลงทำสัญญากู้ไว้ จะอ้างว่าไม่มีมูลหนี้ต่อกันหาได้ไม่ เพราะการกู้ยืมเงินนั้น ผู้กู้ไม่จำต้องรับเงินไปจากผู้ให้กู้เสมอไป ผู้กู้อาจตกลงยอมรับเอาหนี้สินอย่างอื่นมาแปลงเป็นหนี้เงินกู้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1555-1556/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดชอบด้วยกฎหมาย แม้มิได้แยกรายการ หากขายได้ราคาสูงกว่าประเมินและไม่มีข้อโต้แย้งวิธีขาย
เจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้แยกทรัพย์ออกขายเป็นรายการไปจำเลยมิได้ร้องขอเกี่ยวกับวิธีขาย และขายได้สูงกว่าราคาประเมิน เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจขายได้โดยชอบ
of 146 ⏮ ◀ ▶ ⏭