Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2490 — หน้า 13

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2490" (684 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การโอนที่ดินโดยสุจริต ผู้รับโอนมีสิทธิในที่ดิน แม้จะเป็นสินสมรส
ผู้รับโอนที่ดินจากผู้มีชื่อในโฉนดโดยเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว เจ้าของร่วมจะฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนนันไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีถึงที่สุดเมื่อไม่มีการฎีกา แม้มีการยอมความก่อนถึงที่สุด ศาลอุทธรณ์ยังคงยืนตามคำพิพากษาเดิม
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งไม่มีฝ่ายใดฎีกาคัดค้านและไม่มีทางใดที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉะบับนั้นได้ ต้องถือว่าถึงที่สุด เมื่ออ่านให้คู่ความฟังแล้ว
ในคดีความผิดส่วนตัวเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้อง แต่คดีไม่มีการยื่นฎีกานั้น ศาลจะสั่งให้คดีระงับไม่ได้ โดยถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีถึงที่สุดเมื่อไม่มีฎีกาคัดค้าน แม้มีการถอนคำร้องทุกข์หลังศาลอุทธรณ์พิพากษา
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งไม่มีฝ่ายใดฎีกาคัดค้านและไม่มีทางใดที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉบับนั้นได้ ต้องถือว่าถึงที่สุดเมื่ออ่านให้คู่ความฟังแล้ว
ในคดีความผิดส่วนตัวเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยแล้วผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ แต่คดีไม่มีการยื่นฎีกานั้น ศาลจะสั่งให้คดีระงับไม่ได้ โดยถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 852/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวิวาทกลุ่มและการลงโทษตามมาตรา 258 หากฟ้องไม่ชัดเจนถึงการกระทำของจำเลยแต่ละคน
การวิวาทต่อสู้กันระหว่างคนตั้งแต่สามคนขึ้นไปอันเป็นความผิดตามมาตรา 258 นั้น ฝ่ายที่ถูกทำร้ายสาหัสหรือคนที่ถูกทำร้ายสาหัสก็คงมีความผิดตาม มาตรา 258
ในกรณีที่บุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปวิวาทต่อสู้กันจนบาดเจ็บสาหัสในที่วิวาทต่อสู้นั้น ถ้าฟ้องมิได้บรรยายให้เป็นกิจลักษณะชัดเจนลงไปว่า จำเลยคนใดทำร้ายคนใดมีบาดเจ็บอย่างไรแล้ว แม้จำเลยจะรับสารภาพว่าได้ทำร้ายคู่ต่อสู้คนใดมีบาดเจ็บหรือบาดเจ็บสาหัส ก็ลงโทษตามมาตรา 254, 256 ไม่ได้ ต้องลงโทษตาม มาตรา 258
ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254,256แต่ตามคำบรรยายฟ้องและทางพิจารณาได้ความว่าเป็นความผิดตาม มาตรา 258 ศาลลงโทษตาม มาตรา 258 ได้
ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256,254 นั้น หากตามฟ้องลงโทษตาม มาตรา 256,254ไม่ได้ คงลงโทษจำเลยตาม มาตรา 258 ได้เช่นนี้ แม้จำเลยบางคนจะมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลสูงก็มีอำนาจที่จะแก้บทลงโทษแก่จำเลยที่มิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาด้วยได้ เพราะเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 852/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดวิวาททำร้ายร่างกายหลายคน: การกำหนดบทลงโทษตามฟ้องที่ไม่ชัดเจน
การวิวาทต่อสู้กันระหว่างคนตั้งแต่สามคนขึ้นไปอันเป็นความผิดตามมาตรา 258 นั้น ฝ่ายที่ถูกทำร้ายสาหัสคือคนที่ถูกทำร้ายสาหัสก็คงมีความผิดตาม ม. 258
ในกรณีที่บุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปวิวาทต่อสู้กันจนบาดเจ็บสาหัสในที่วิวาทต่อสู้กัน ถ้าฟ้องมิได้บรรยายให้เป็นกิจลักษณะชัดเจนลงไปว่า จำเลยคนใดทำร้ายคนใดมีบาดเจ็บอย่างไรแล้ว แม้จำเลยจะรับสารภาพว่าได้ทำร้ายคู่ต่อสู้คนใดมีบาดเจ็บหรือบาดเจ็บสาหัส ก็ลงโทษตาม ม. 254, 256 ไม่ได้ ต้องลงโทษตาม ม. 258
ฟ้องข้อให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 254, 256 แต่ตามคำบรรยายฟ้องและทางพิจารณาได้ความว่าเป็นความผิด ตาม ม. 258 ศาลลงโทษตาม ม. 258 ได้
ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 256, 254 นั้น หากตามฟ้องลงโทษตาม ม. 256, 254 ไม่ได้ คงลงโทษจำเลยตาม ม.258 ได้ เช่นนี้ แม้จำเลยบางคนจะมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลสูงก็มีอำนาจที่จะแก้บทลงโทษแก่จำเลยที่มิได้อุทธรณ์, ฎีกาขึ้นมาด้วยได้ เพราะเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน แม้เป็นคำให้การก็ถือเป็นการแจ้งความได้
การให้การหรือให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะผู้เสียหายนั้นอยู่ในลักษณะที่เรียกว่าเป็นการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานเหมือนกัน ถ้าเป็นเท็จก็ผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118
ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จในวันที่ 15 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยนำความไปแจ้งในวันที่ 13 ส่วนวันที่ 15 เจ้าพนักงานเรียกตัวไปสอบสวน จำเลยให้ถ้อยคำเท็จอย่างเดียวกับถ้อยคำในวันที่ 13ดังนี้ ลงโทษได้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน แม้เป็นคำให้การในฐานะผู้เสียหาย ก็ถือเป็นการแจ้งความเท็จได้
การให้การหรือให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะผู้เสียหายนั้น อยู่ในลักษณะที่เรียกว่าเป็นการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานเหมือนกัน ถ้าเป็นเท็จก็ผิดตาม ก.ม.อาญา ม. 118
ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จ ในวันที่ 15 ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยนำความไปแจ้งในวันที่ 13 ส่วนวันที่ 15 เจ้าพนักงานเรียกตัวไปสอบสวน จำเลยให้ถ้อยคำเท็จอย่างเดียวกัน ถ้อยคำในวันที่ 13 ดังนี้ ลงโทษได้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 850/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขวันเวลาในฟ้องอาญา: หลักการไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบและการไม่หลงต่อสู้
โจทก์ขอแก้วันที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาตาม ป.ม.วิ.อาญา ม. 158 ในขณะที่สืบพะยานโจทก์ปากแรกนั้น ถ้าจำเลยมิได้หลงต่อสู้ประการใดแล้ว ศาลก็อนุญาตให้แก้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 850/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขฟ้องคดีอาญาในประเด็นเวลา หากจำเลยไม่หลงต่อสู้ ศาลอนุญาตได้ตามกฎหมาย
โจทก์ขอแก้วันที่กล่าวหาว่า จำเลยกระทำผิดซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158ในขณะที่สืบพยานโจทก์ปากแรกนั้น ถ้าจำเลยมิได้หลงต่อสู้ประการใดแล้วศาลก็อนุญาตให้แก้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 849/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผู้เช่าต้องรับผิดไฟไหม้บ้านเช่า หากสืบไม่ได้เหตุเกิดจากตนหรือไม่
เกิดไฟไหม้บ้านเช่าในขณะที่ผู้เช่าเป็นผู้ครอบครอง ในฐานะเป็นผู้เช่านั้น แม้ผู้ให้เช่าจะสืบไม่ได้ความชัดว่า ไฟเกิดขึ้นด้วยเหตุใดหรือใครทำให้เกิดขึ้นก็ดี เมื่อได้ความว่าไฟเกิดขึ้นจากบ้านที่เช่า ไม่ใช่เกิดขึ้นที่อื่นแล้วลุกลามมาไหม้บ้านเช่าแล้ว ผู้เช่าก็ย่อมมีหน้าที่สืบแสดงข้อแก้ตัวเพื่อให้พ้นความรับผิด ถ้าสืบไม่ได้ก็ไม่พ้นความรับผิด
of 69 ⏮ ◀ ▶ ⏭