Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2495 — หน้า 13

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2495" (625 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 756/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอไถ่คืนทรัพย์หลังขายทอดตลาด: ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยประเด็นใหม่ที่ยกขึ้นในชั้นฎีกา
จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า เจ้าพนักงานศาลขายทอดตลาดฝนกำลังตกหนัก จำเลยมาสายไป 20 นาที จะขอชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานแจ้งว่า ขายแล้ว จึงขอให้จำเลยวางเงินชำระหนี้ โจทก์และคืนทรัพย์ที่ยึดให้จำเลย
ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์อ้างเหตุว่า ในวันขายทรัพย์ยังไม่หมดเวลาทำงาน จำเลยมีความชอบธรรมที่จะนำเงินมาชำนะหนี้ได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า แม้ศาลขายทอดตลาดแล้ว แต่ทรัพย์ที่ขายเป็นอสังหาริมทรัพย์ ยังมิได้ทำนิติกรรมซื้อขายต่อกรมการอำเภอ จำเลยชอบที่จะขอไถ่คืนทรัพย์ที่ขายได้ ดังนี้ วินิจฉัยว่า จำเลยเพิ่งมากล่าวในชั้นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำนิติกรรมแทนเด็กโดยไม่ชอบ ศาลมีสิทธิเพิกถอนได้
ยื่นคำร้องต่อศาลขอเป็นผู้ปกครองเฉพาะทำนิติกรรมขายที่ดินของเด็ก แทนเด็ก ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาต เมื่อปรากฏว่าการซื้อขายนั้นได้กระทำโดยสมยอมกันขายในราคาต่ำและปิดบังความจริงต่อศาลเด็กก็ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมการซื้อขายนั้นเสียได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินที่เกิดจากการสมยอมและปิดบังความจริงต่อศาล
ยื่นคำร้องต่อศาลขอเป็นผู้ปกครองเฉพาะทำนิติกรรมขายที่ดินของเด็ก แทนเด็ก ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาติ เมื่อปรากฎว่า การซื้อขายนั้นได้กระทำโดยสมยอมกันขายในราคาต่ำและปิดบังความจริงต่อศาล เด็กก็ย่อมมีสิทธิฟ้อง ขอให้ทำลายนิติกรรมการซื้อขายนั้นเสียได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฝ่าฝืนประกาศควบคุมราคาน้ำมัน แม้ขายไม่ถึงปริมาณที่กำหนดก็มีผิด พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร
ประกาศของคณะกรรมการฯกำหนดไม่ให้ขายน้ำมันเบ็นซินเกินกว่าถังละ 32 บาท(ถังหนึ่งมี 20 ลิตร) แม้จำเลยขายน้ำมันเบ็นซินไม่ถึง 20 ลิตรก็ตาม แต่จำเลยขายไปเป็นปีบมีจำนวนน้ำมัน 19 ลิตร และขายไปในราคา 34 บาท ดังนี้ ย่อมแสดงให้เห็นชัดว่าจำเลยมีเจตนาฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการฯลฯ จึงต้องมีความผิด พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร 2490 มาตรา 17.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฝ่าฝืนประกาศควบคุมราคาน้ำมัน แม้ขายไม่ถึงปริมาณที่กำหนด
ประกาศของคณะกรรมการฯ กำหนดไม่ให้ขายน้ำมันเบ็นซินเกินกว่าถังละ 32 บาท(ถังหนึ่งมี 20 ลิตร) แม้จำเลยขายน้ำมันเบ็นซินไม่ถึง 20 ลิตรก็ตาม แต่จำเลยขายไปเป็นปีบมีจำนวนน้ำมัน 19 ลิตรและขายไปในราคา 34 บาทดังนี้ ย่อมแสดงให้เห็นชัดว่าจำเลยมีเจตนาฝ่าฝืนประกาศของคณะกรรมการฯลฯ จึงต้องมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร 2490 มาตรา 17

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิบุริมสิทธิของผู้รับจำนองในคดีล้มละลาย: การคิดดอกเบี้ยจนถึงวันขายทอดตลาด
เมื่อจำเลยต้องคำพิพากษาให้ล้มลัลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกผู้รับจำนองที่ดินของจำเลย ไปชี้แจ้งเกี่ยวแก่การรับจำนอง ผู้รับจำนองแถลงขอรับต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มตามสัญญาจำนองเท่านั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงให้โจทก์นำยึดที่แปลงนั้นขายทอดตลาด โดยกำหนดราคาคั่นต่ำเท่าต้นเงินและดอกเบี้ย ถึงวันขายทอดตลาด การขายได้เงินท่วมต้นเงินและดอกเบี้ย เช่นนี้ จะยกมาตรา 100 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย ซึ่งบัญญัติว่า "ดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการออื่นแทนดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้น ไม่ให้ถือว่าเป็นหนี้ที่จะขอรับชำระได้" มาปรับมิได้ เพราะมิใช่เป็นเรื่องที่ผู้รับจำนองขอรับชำระหนี้ หากเป็นเรื่องที่ผู้รับจำนองขอเอาบุริมสิทธิในทรัพย์ที่รับจำนองไว้ไม่เกินกว่าหนี้ที่รับจำนองเท่านั้น ถ้าขายไม่ได้ถึงราคาทรัพย์จำนอง ก็ตกเป็นพับแก่ผู้รับจำนองไป ฉะนั้นต้องคิดดอกเบี้ยให้ผู้รับจำนองจนกึงวันขายทอดตลาด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับชำระหนี้จำนองหลังล้มละลาย: ดอกเบี้ยจนถึงวันขายทอดตลาด
เมื่อจำเลยต้องคำพิพากษาให้ล้มละลายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกผู้รับจำนองที่ดินของจำเลย ไปชี้แจงเกี่ยวกับการรับจำนอง ผู้รับจำนองแถลงขอรับต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มตามสัญญาจำนองเท่านั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงให้โจทก์นำยึดที่แปลงนั้นขายทอดตลาดโดยกำหนดราคาขั้นต่ำเท่าต้นเงินและดอกเบี้ย ถึงวันขายทอดตลาดการขายได้เงินท่วมต้นเงินและดอกเบี้ยเช่นนี้ จะยกมาตรา 100 แห่ง พระราชบัญญัติล้มละลายซึ่งบัญญัติว่า 'ดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการอื่นแทนดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้น ไม่ให้ถือว่าเป็นหนี้ที่จะขอรับชำระได้' มาปรับมิได้ เพราะมิใช่เป็นเรื่องที่ผู้รับจำนองขอรับชำระหนี้หากเป็นเรื่องที่ผู้รับจำนองขอเอาบุริมสิทธิในทรัพย์ที่รับจำนองไว้ไม่เกินกว่าหนี้ที่รับจำนองเท่านั้น ถ้าขายไม่ได้ถึงราคาทรัพย์จำนองก็ตกเป็นพับแก่ผู้รับจำนองไปฉะนั้นต้องคิดดอกเบี้ยให้ผู้รับจำนองจนถึงวันขายทอดตลาด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 722/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าตึกเพื่อประกอบกิจการซักรีด ไม่ถือเป็น 'เคหะ' ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า จึงไม่ได้รับความคุ้มครอง
เช่าตึกเพื่อใช้เป็นสถานที่รับจ้างซักรีดผ้า ติดป้ายโฆษณาและตั้งตู้แสดงกิจการซักรีด ตำบล ซึ่งตึกเช่าตั้งอยู่ ก็อยู่ในทำเลการค้า วัตถุประสงค์แห่งการเช่า ไม่ปรากฎว่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ดังนี้ จะถือว่าตึกเช่านั้นเป็น "เคหะ" ตามความหมายของ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ(ฉะบับที่ 2) พ.ศ.2490 มาตรา 3 ไม่ได้ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 16

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 722/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าตึกเพื่อใช้ประกอบธุรกิจซักรีด ไม่ถือเป็น 'เคหะ' ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
เช่าตึกเพื่อใช้เป็นสถานที่รับจ้างซักรีดผ้า ติดป้ายโฆษณาและตั้งตู้แสดงกิจการซักรีดตำบลซึ่งตึกเช่าตั้งอยู่ ก็อยู่ในทำเลการค้าวัตถุประสงค์แห่งการเช่า ไม่ปรากฏว่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ดังนี้ จะถือว่าตึกเช่านั้นเป็น 'เคหะ' ตามความหมายของ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 มาตรา 3 ไม่ได้ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 16

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 708/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงข้อหาจากฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาเป็นเจตนาได้หลังอุทธรณ์
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249
แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 251 และศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้ยกฟ้องก็ตาม โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริง ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249 ได้
of 63 ⏮ ◀ ▶ ⏭