ผลการค้นหาตามปี "2521" (902 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 768/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การละเมิดจากยึดรถของผู้อื่นโดยเข้าใจผิดถึงหนี้สิน และความรับผิดของนายจ้างต่อการกระทำของลูกจ้าง
รถยนต์พิพาทเป็นของโจทก์ น้องชายโจทก์เช่าไปขับรับจ้างชักลากไม้ให้บริษัทจำเลยที่ 3 โดยน้องชายโจทก์ได้เบิกเงินค่าจ้างล่วงหน้าไปจากจำเลยที่ 3 แล้วยังชักลากไม้ให้ไม่ครบตามจำนวนเงินที่ขอเบิกล่วงหน้าไปต่อมาโจทก์ต้องการใช้รถยนต์พิพาท จึงให้น้องชายโจทก์พาคนไปขับรถยนต์พิพาทไปเสียจากบริษัทจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานของบริษัทจำเลยที่ 3 มีหน้าที่ควบคุมรถยนต์บรรทุกไม้รู้อยู่แล้วว่ารถยนต์พิพาทเป็นของโจทก์ ได้ไปขอกำลังตำรวจติดตามไปยึดรถยนต์พิพาทไว้โดยคำนึงอยู่แต่อย่างเดียวว่าน้องชายโจทก์ยังติดค้างหนี้สินบริษัทจำเลยที่ 3 อยู่ ดังนี้ การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายและเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ถือว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 3 ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในระหว่างที่ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของบริษัทจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดในความเสียหายซึ่งเกิดจากผลของการละเมิดที่จำเลยที่ 1 ก่อขึ้นในฐานะเป็นผู้แทนนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 กรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามมาตรา 451 ส่วนจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้ติดตามรถยนต์พิพาทไปกับจำเลยที่ 1 และแจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจอีกท้องที่หนึ่งยึดรถยนต์พิพาทไว้ เมื่อปรากฏว่าได้กระทำไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยสุจริตใจจึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการแบ่งมรดกของผู้ที่ออกจากที่ดิน: การครอบครองแทนและเจตนาไม่ครอบครอง
โจทก์จำเลยแบ่งมรดกที่ดินของบิดามารดาแล้วครอบครองร่วมกันมา โจทก์ออกจากที่ดินไปอยู่ลาว ถือว่าจำเลยครอบครองแทนโจทก์ต่อมาเมื่อไม่ได้แสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะการครอบครอง โจทก์ฟ้องแบ่งที่ดินได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 761/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตตามรายงาน ไม่ถือเป็นการละเมิด แม้จะรังวัดที่ดินตามคำกล่าวอ้างที่ไม่ถูกต้อง และสิทธิเรียกร้องค่าทนายความ
ที่ดินที่โจทก์ขอออกโฉนดมิใช่ที่สงวนไว้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ตามประกาศหวงห้ามฯ นายอำเภอสั่งคนไปรังวัดสำรวจคัดค้านการออกโฉนดว่าเป็นที่สงวนตามประกาศหวงห้าม แต่คนเหล่านั้นปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตตามที่กำนันผู้ใหญ่บ้านรายงานมา ไม่จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ไม่เป็นละเมิด
โจทก์ไม่ได้แต่งทนายความ ไม่มีค่าทนายความที่โจทก์ต้องเสียศาลไม่ให้จำเลยผู้แพ้คดีใช้ค่าทนายความแก่โจทก์
โจทก์ไม่ได้แต่งทนายความ ไม่มีค่าทนายความที่โจทก์ต้องเสียศาลไม่ให้จำเลยผู้แพ้คดีใช้ค่าทนายความแก่โจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 759/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการทุเลาการบังคับ: อุทธรณ์-ฎีกาแยกกัน, ไม่อุทธรณ์/ฎีกาเรื่องทุเลาการบังคับระหว่างอุทธรณ์
การทุเลาการบังคับนั้น กฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นขั้น ๆ ไป ต่อเมื่อเป็นการขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาจึงจะอยู่ในอำนาจศาลฎีกาถ้าเป็นการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจศาลอุทธรณ์กฎหมายไม่ประสงค์จะให้ศาลฎีกาไปเกี่ยวข้องกับการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์การขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งการอุทธรณ์และฎีกาอย่างเรื่องอื่น ๆ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 101/2491)
ศาลชั้นต้นสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้ล้มละลายจำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า "ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยจะขอทุเลาการบังคับไม่ได้" ดังนี้ แม้จำเลยจะฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาของจำเลยก็เป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามกฎหมาย ศาลฎีกาพิพากษายกฎีกาจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาให้แก่จำเลยทั้งหมด
ศาลชั้นต้นสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้ล้มละลายจำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า "ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยจะขอทุเลาการบังคับไม่ได้" ดังนี้ แม้จำเลยจะฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาของจำเลยก็เป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามกฎหมาย ศาลฎีกาพิพากษายกฎีกาจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาให้แก่จำเลยทั้งหมด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 759/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการทุเลาการบังคับ: อุทธรณ์เป็นอำนาจศาลอุทธรณ์ ฎีกาเป็นอำนาจศาลฎีกา
การทุเลาการบังคับนั้น กฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นขั้น ๆ ไป ต่อเมื่อเป็นการขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาจึงจะอยู่ในอำนาจศาลฎีกา ถ้าเป็นการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจศาลอุทธรณ์ กฎหมายไม่ประสงค์จะให้ศาลฎีกาไปเกี่ยวข้องกับการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์การขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งการอุทธรณ์และฎีกาอย่างเรื่องอื่น ๆ
(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 101/2491)
ศาลชั้นต้นสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้ล้มละลาย จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า "ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยจะขอทุเลาการบังคับไม่ได้" ดังนี้ แม้จำเลยจะฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาของจำเลยก็เป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามกฎหมายศาลฎีกาพิพากษายกฎีกาจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมขั้นฎีกาให้แก่จำเลยทั้งหมด
(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 101/2491)
ศาลชั้นต้นสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้ล้มละลาย จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า "ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยจะขอทุเลาการบังคับไม่ได้" ดังนี้ แม้จำเลยจะฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาของจำเลยก็เป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามกฎหมายศาลฎีกาพิพากษายกฎีกาจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมขั้นฎีกาให้แก่จำเลยทั้งหมด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหักวันคุมขังสำหรับผู้ถูกควบคุมทั้งในฐานะภัยต่อสังคมและผู้ต้องหาอาญา
คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 22 นอกจากจะมุ่งหมายให้พนักงานฝ่ายปกครองและตำรวจมีอำนาจควบคุมและสอบสวนผู้เป็นภัยต่อสังคมเพื่อการอบรมแล้ว ยังให้อำนาจพนักงานสอบสวนควบคุมผู้นั้นเพื่อดำเนินคดีอาญาโดยไม่ต้องปฏิบัติตามวิธีการและกำหนดระยะเวลาควบคุมดังบัญญัติไว้ในกฎหมายอีกด้วย คดีนี้ นอกจากจำเลยจะถูกเรียกตัวมาสอบสวนเพื่ออบรมฐานเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมแล้ว ยังถูกตั้งข้อหาว่าได้กระทำผิดอาญาด้วย ดังนั้น การที่จำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ระหว่างนั้นต้องถือว่าถูกควบคุมไว้เพื่อสอบสวนคดีความผิดอาญาด้วยจึงชอบที่จะต้องหักวันคุมขังให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เครื่องพิมพ์ปลอมเงินตรา แม้ไม่สมบูรณ์ แต่มีเจตนาและสามารถใช้ได้จริง ถือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 246
มีเครื่องพิมพ์ที่เจตนาใช้พิมพ์ธนบัตรปลอม แม้ขาดอุปกรณ์แต่ถ้ามีอุปกรณ์ประกอบเข้าก็ใช้พิมพ์ธนบัตรปลอมได้ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 246
เส้นสีแดงที่กระดาษของกลางต่างกับธนบัตรของแท้ เป็นเรื่องของขีดความสามารถที่จะทำปลอมไม่จำต้องถึงกับเหมือนของแท้จนไม่รู้ว่าปลอมหรือแท้
จำเลยให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่คดีอยู่บ้าง และเคยช่วยเหลือราชการจนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ศาลลดโทษตาม มาตรา 78
โจทก์ส่งบันทึกภาษาจีนพร้อมด้วยคำแปลต่อศาลในวันที่สืบผู้แปลเพื่อยืนยันคำแปล ไม่ใช่ส่งในฐานะที่พยานเป็นผู้ชำนาญการพิเศษแสดงความเห็น ไม่ใช่กรณีตาม มาตรา 243 ที่ต้องส่งสำเนาเอกสารก่อน
เส้นสีแดงที่กระดาษของกลางต่างกับธนบัตรของแท้ เป็นเรื่องของขีดความสามารถที่จะทำปลอมไม่จำต้องถึงกับเหมือนของแท้จนไม่รู้ว่าปลอมหรือแท้
จำเลยให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่คดีอยู่บ้าง และเคยช่วยเหลือราชการจนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ศาลลดโทษตาม มาตรา 78
โจทก์ส่งบันทึกภาษาจีนพร้อมด้วยคำแปลต่อศาลในวันที่สืบผู้แปลเพื่อยืนยันคำแปล ไม่ใช่ส่งในฐานะที่พยานเป็นผู้ชำนาญการพิเศษแสดงความเห็น ไม่ใช่กรณีตาม มาตรา 243 ที่ต้องส่งสำเนาเอกสารก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าจากการแทงด้วยอาวุธมีด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายจริง
ใช้มีดพกปลายแหลมทั้งตัวทั้งด้ามยาว 1 คืบเศษ แทงชายโครงขวา 1 ที โดยมีโอกาสเลือกแทงและจะแทงซ้ำอีกหากผู้เสียหายหนีทันและแพทย์รักษาได้ทันท่วงที เป็นพยายามฆ่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดของบุคคลโรคจิตเภท: การประเมินความสามารถในการรู้ผิดชอบ
จำเลยอายุ 19 ปี เป็นโรคจิตเภท ลักรถยนต์ในเวลารู้ผิดชอบอยู่บ้าง ศาลลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรค 2คงจำคุก 8 เดือน และรอการลงโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 729/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจอดรถฝั่งขวาในถนนทางเดินรถทางเดียว: การบังคับใช้มาตรา 18 พ.ร.บ.จราจร แม้มีกฎหมายจราจรอื่น
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 18 เป็นบทบัญญัติบังคับให้นำรถเข้าจอดทางด้านซ้ายของทาง การที่จำเลยนำรถไปจอดด้านขวาของทางโดยที่ไม่มีเครื่องหมายหรือเจ้าพนักงานจราจรอนุญาตให้จอดได้ จึงเป็นการฝ่าฝืนและเป็นความผิด
แม้เจ้าพนักงานจราจรจะได้กำหนดให้ถนนสายหนึ่งสายใดเป็นทางเดินรถทางเดียวไว้ สภาพของถนนหรือทางตอนนั้นก็ยังคงมีสภาพ 2 ขอบทาง คือขอบทางด้านซ้าย กับขอบทางด้านขวาของถนนหรือทางนั้นอยู่เช่นเดิมหาได้ทำให้สภาพของขอบทางของถนนทั้งสองด้าน ให้เป็นหรือรวมอยู่ในความหมายของทางเดินรถด้านซ้ายไม่
การที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้แล่นรถได้ทางเดียวโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 69 ที่ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานจราจรไว้ หาได้ไปยกเลิกบทบัญญัติตามมาตรา 18 แต่ประการใดไม่
แม้เจ้าพนักงานจราจรจะได้กำหนดให้ถนนสายหนึ่งสายใดเป็นทางเดินรถทางเดียวไว้ สภาพของถนนหรือทางตอนนั้นก็ยังคงมีสภาพ 2 ขอบทาง คือขอบทางด้านซ้าย กับขอบทางด้านขวาของถนนหรือทางนั้นอยู่เช่นเดิมหาได้ทำให้สภาพของขอบทางของถนนทั้งสองด้าน ให้เป็นหรือรวมอยู่ในความหมายของทางเดินรถด้านซ้ายไม่
การที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้แล่นรถได้ทางเดียวโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 69 ที่ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานจราจรไว้ หาได้ไปยกเลิกบทบัญญัติตามมาตรา 18 แต่ประการใดไม่