ผลการค้นหาตามปี "2525" (1529 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2525 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทำร้ายร่างกายเพื่อระงับเหตุชุลมุนวิวาท ไม่ถึงเจตนาฆ่า
จำเลยไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้เสียหายมาก่อน แต่โดยที่ผู้เสียหายเกิดเรื่องชกต่อยกับวัยรุ่นด้วยกันในร้านที่จำเลยทำงานอยู่ จำเลยจึงทำไปโดยเจตนาจะระงับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในร้าน ทั้งขณะนั้นก็เป็นเวลาที่คู่วิวาททั้งหลายกำลังชุลมุนชกต่อยกันอยู่ พัลวัน มีการตีกันถึงศีรษะแตก จำเลยแทงไป 1 ทีในขณะฉุกละหุกโดยไม่ได้แทงซ้ำอีก บาดแผลของผู้เสียหายสามารถรักษาหายได้ใน 10 วัน ทั้งจำเลยยังได้พาผู้ถูกทำร้ายบาดเจ็บคนหนึ่งไปโรงพยาบาล แสดงว่าจำเลยไม่ได้มีความรู้สึกว่าตนได้กระทำความผิดรุนแรงถึงกับฆ่าใคร ลักษณะและพฤติการณ์ที่จำเลยกระทำไปดังกล่าวไม่ถึงกับมีเจตนาฆ่า เป็นเพียงเจตนาทำร้ายร่างกายคู่วิวาทคนใดคนหนึ่งเพื่อระงับเหตุชุลมุนวิวาทกันในร้าน จำเลยจึงมีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2525
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บันทึกสอบปากคำฝ่ายเดียวไม่ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ต้องมีเจตนาและข้อตกลงร่วมกัน
บันทึกที่พนักงานสอบสวนจดแจ้งข้อความตามคำแจ้งความของฝ่ายผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่แจ้งกล่าวหาจำเลยที่ 1 ว่า กระทำการอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย แม้ความจะปรากฏตามบันทึกดังกล่าวนั้นด้วยว่าจำเลยที่ 1 ยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดและยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ โดยได้กำหนดเวลานำเงินมาชำระหนี้ไว้ด้วยก็ตาม แต่ก็เป็นการยอมรับผิดตามข้อสอบถามของพนักงานสอบสวนที่ได้สอบถามจำเลยที่ 1 เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าฝ่ายผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ได้ตกลงยินยอมตามนั้นด้วยทั้งจำนวนเงินอันเป็นค่าสินไหมทดแทนก็เป็นจำนวนที่ไม่แน่นอน เพียงแต่ระบุไว้โดยประมาณเอาเท่านั้น และที่ว่าคู่กรณีตกลงกันได้ตามบันทึกตอนท้ายนั้น ก็เห็นได้ว่าเป็นเพียงความเข้าใจของพนักงานสอบสวนผู้เขียนบันทึกเองเท่านั้น บันทึกดังกล่าวจึงไม่มีลักษณะที่จะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ อันคู่กรณีประสงค์จะระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่แล้วนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันตามความหมายในประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 850 ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2525 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บันทึกข้อความพนักงานสอบสวนไม่ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ หากไม่มีการตกลงร่วมกันและจำนวนค่าเสียหายไม่ชัดเจน
บันทึกที่พนักงานสอบสวนจดแจ้งข้อความตามคำแจ้งความของฝ่ายผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่แจ้งกล่าวหาจำเลยที่ 1 ว่า กระทำการอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย แม้ความจะปรากฏตามบันทึกดังกล่าวนั้นด้วยว่า จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดและยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ โดยได้กำหนดเวลานำเงินมาชำระหนี้ไว้ด้วยก็ตาม แต่ก็เป็นการยอมรับผิดตามข้อสอบถามของพนักงานสอบสวนที่ได้สอบถามจำเลยที่ 1 เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าฝ่ายผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ได้ตกลงยินยอมตามนั้นด้วย ทั้งจำนวนเงินอันเป็นค่าสินไหมทดแทนก็เป็นจำนวนที่ไม่แน่นอน เพียงแต่ระบุไว้โดยประมาณเอาเท่านั้น และที่ว่าคู่กรณีตกลงกันได้ตามบันทึกตอนท้ายนั้น ก็เห็นได้ว่าเป็นเพียงความเข้าใจของพนักงานสอบสวนผู้เขียนบันทึกเองเท่านั้น บันทึกดังกล่าวจึงไม่มีลักษณะที่จะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ อันคู่กรณีประสงค์จะระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่แล้วนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันตามความหมายในประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 850 ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2525
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซ่อมแซมอาคารเดิมไม่ถือเป็นการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร
การซ่อมแซมบางส่วนของอาคาร คือประตูหลังด้านข้างและผนังตึกบางส่วนเอาลูกกรงเหล็กออกแล้วเปลี่ยนเป็นก่ออิฐโปร่งแทนไม่เป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติ ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 689/2525
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดการมรดก: บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ชอบด้วยกฎหมายร่วมกันจัดการมรดก
ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอยู่ก่อนแล้ว ศาลตั้งผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรที่เกิดจากภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายให้เป็นผู้จัดการมรดกอีกได้ และเพื่อมิให้การปฏิบัติหน้าที่เกิดขัดแย้งกันจึงให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันจัดการมรดกรายนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 687/2525
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องผู้รับประกันภัยในฐานะผู้รับช่วงสิทธิ ไม่ต้องบรรยายกรมธรรม์และส่งเอกสาร
ผู้รับประกันภัยรถคันที่ถูกชนเป็นโจทก์ฟ้องในฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิบังคับให้จำเลยรับผิดด้วยในมูลละเมิด มิได้ฟ้องขอให้บังคับตาม กรมธรรม์ประกันภัยโดยตรง โจทก์จึงไม่จำต้องบรรยายเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยมากับฟ้อง ทั้งจำเลยก็ให้การได้ถูกว่าโจทก์ไม่ได้รับช่วงสิทธิฟ้องคดีนี้ คำฟ้องของโจทก์ จึงไม่เคลือบคลุม
โจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาประกันภัยกับจำเลยที่ 3 และมิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาประกันภัย จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งกรมธรรม์ประกันภัยต่อศาล
กรมธรรม์ประกันภัยโจทก์หาไม่พบ และต้นฉบับอยู่ที่สำนักงานประกันภัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โจทก์จึงไม่ต้องส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90(2) ศาลย่อมรับฟังเอกสารได้ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
โจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาประกันภัยกับจำเลยที่ 3 และมิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาประกันภัย จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งกรมธรรม์ประกันภัยต่อศาล
กรมธรรม์ประกันภัยโจทก์หาไม่พบ และต้นฉบับอยู่ที่สำนักงานประกันภัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โจทก์จึงไม่ต้องส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90(2) ศาลย่อมรับฟังเอกสารได้ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 685/2525
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่: การระบุรายละเอียดสินค้าในคำฟ้องซื้อขายและการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นพิจารณา
ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าซื้อสินค้าโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาซื้อสินค้าเครื่องปรับอากาศยี่ห้อแอร์โรมาสเตอร์ขนาด 1,200 บีทียูถึง60,000บีทียู ทั้งแบบแยกส่วนและแบบติดผนังของโจทก์ไปจำหน่าย กำหนดระยะเวลา 1 ปี โดยมีจำเลยที่ 21 ถึงที่ 9 เป็นผู้ค้ำประกัน โจทก์ได้แนบสำเนาสัญญาซื้อขายมาท้ายฟ้องด้วยในสัญญานี้ได้ระบุราคาของเครื่องปรับอากาศแต่ละชนิดและขนาดรวมทั้งวิธีการชำระเงินไว้แล้ว โจทก์ได้ส่งมอบเครื่องปรับอากาศให้จำเลยที่ 1 รับไปจำหน่ายครั้งละหลาย ๆ เครื่อง จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็ค 7 ฉบับ จำนวนเงินรวม805,863 บบาท ชำระหนี้ค่าสินค้าให้โจทก์ โจทก์นำเช็คดังกล่าว 6 ฉบับ ไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เป็นเหตุให้โจทก์ไม่ได้รับชำระหนี้จำนวน 805,863 บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ การที่โจทก์บรรยายถึงเรื่องเช็คมาด้วยกเพื่อแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้ค่าเครื่องปรับอากาศ คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172แล้ว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวน ชนิด ขนาดและราคาของสินค้าเครื่องปรับอากาศที่โจทก์ส่งมอบแก่จำเลยที่ 1 ในแต่ละครั้ง เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะนำสืบในชั้นพิจารณา แม้โจทก์จะมิได้กล่าวไว้ในคำฟ้องก็หาทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 685/2525 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่: สัญญาซื้อขาย, เช็คไม่ขึ้น, และการระบุรายละเอียดสินค้า
ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าซื้อสินค้าโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาซื้อสินค้าเครื่องปรับอากาศยี่ห้อแอร์โรมาสเตอร์ขนาด 1,200 บีทียู ถึง 60,000 บีทียู ทั้งแบบแยกส่วนและแบบติดผนังของโจทก์ไปจำหน่าย กำหนดระยะเวลา 1 ปี โดยมีจำเลยที่ 21 ถึงที่ 9 เป็นผู้ค้ำประกัน โจทก์ได้แนบสำเนาสัญญาซื้อขายมาท้ายฟ้องด้วย ในสัญญานี้ได้ระบุราคาของเครื่องปรับอากาศแต่ละชนิดและขนาดรวมทั้งวิธีการชำระเงินไว้แล้ว โจทก์ได้ส่งมอบเครื่องปรับอากาศให้จำเลยที่ 1 รับไปจำหน่ายครั้งละหลาย ๆ เครื่อง จำเลยที่ 1สั่งจ่ายเช็ค 7 ฉบับ จำนวนเงินรวม 805,863 บาท ชำระหนี้ค่าสินค้าให้โจทก์ โจทก์นำเช็คดังกล่าว 6 ฉบับ ไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เป็นเหตุให้โจทก์ไม่ได้รับชำระหนี้จำนวน 805,863 บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ การที่โจทก์บรรยายถึงเรื่องเช็คมาด้วยกเพื่อแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้ค่าเครื่องปรับอากาศ คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวน ชนิด ขนาดและราคาของสินค้าเครื่องปรับอากาศที่โจทก์ส่งมอบแก่จำเลยที่ 1 ในแต่ละครั้ง เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะนำสืบในชั้นพิจารณา แม้โจทก์จะมิได้กล่าวไว้ในคำฟ้องก็หาทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 684/2525
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทธรณ์และฎีกาในคดีทายาท – ประเด็นสิทธิในครอบครัวและการพิพากษาข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอ้างว่าจำเลยเป็นทายาทของผู้ตายจำเลยให้การปฏิเสธว่าตนมิได้เป็นทายาทของผู้ตายศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยเป็นทายาทของผู้ตายหรือไม่ และพิพากษาให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์เพราะจำเลยเป็นทายาทของผู้ตาย ดังนี้ ประเด็นโดยตรงแห่งคดีจึงเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 684/2525 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์สถานะทายาทและการอุทธรณ์ข้อเท็จจริงในคดีแพ่ง
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอ้างว่าจำเลยเป็นทายาทของ จ. ผู้ตาย จำเลยให้การปฏิเสธว่าตนมิได้เป็นทายาท ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยเป็นทายาทของ จ. หรือไม่ และพิพากษาให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์เพราะจำเลยเป็นทายาทของ จ. ประเด็นดังกล่าวจึงเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัวและเป็นประเด็นโดยตรงแห่งคดี จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง