ผลการค้นหาตามปี "2535" (2169 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2364/2535 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าทดแทนการใช้ที่ดินและต้นยางพารา กรณีการไฟฟ้าฯ ก่อสร้างเสาไฟฟ้า ต้องพิจารณาความเสียหายที่น้อยกว่าการเวนคืน
การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ฝ่ายเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องเสียไปซึ่งกรรมสิทธิ์ ส่วนการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยใช้ที่ดินก่อสร้างเสาไฟฟ้าแรงสูงและเดินสายไฟฟ้าผ่าน เจ้าของที่ดินมิได้เสียไปซึ่งกรรมสิทธิ์ เพียงแต่เสียสิทธิเกี่ยวกับการใช้ที่ดินดังกล่าวไปบ้าง จึงเป็นการเสียหายน้อยกว่ามากการจ่ายค่าทดแทนการใช้ที่ดินย่อมต้องให้ต่ำกว่าการจ่ายค่าทดแทนการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ จึงนำบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 มาตรา 28 วรรคสามมาใช้ เช่นเดียวกับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจ่ายค่าทดแทนที่ดินตามราคาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2356/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษทางอาญา: ความผิดเฉพาะกระทบการพิจารณาความผิดอื่น และการรอการลงโทษ
เมื่อจำเลยมีความผิดตามมาตรา 265 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว ศาลจึงไม่ต้องระบุมาตรา 264 ในคำพิพากษาอีก.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 235/2535 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรวมโทษจำคุกที่รอการลงโทษ: ศาลฎีกาแก้ไขโทษให้ถูกต้องตามระยะเวลาคำนวณ
การคำนวณระยะเวลาเป็นเดือน ให้นับสามสิบวันเป็น หนึ่งเดือนตาม ป.อ. มาตรา 21 วรรคสอง การที่ศาลชั้นต้นนำโทษ ของจำเลย ซึ่งศาลพิพากษาให้จำคุก 3 เดือนกับ 9 เดือน และรอการ ลงโทษไว้ มาบวกกับโทษจำคุก 10 ปี ของจำเลยในคดีหลัง รวมเป็น จำคุก 11 ปี จึงเป็นผลร้ายแก่จำเลย ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้ให้จำคุก จำเลยมีกำหนด10 ปี 12 เดือน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 235/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคำนวณโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 และการแก้ไขโทษให้ถูกต้อง
การนำโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดี ก่อน 2 คดีซึ่งพิพากษาให้จำคุก 3 เดือนและ 9 เดือนที่รอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษจำคุก 10 ปีของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้รวมเป็นจำคุก 11 ปี เป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 1 เนื่องจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 วรรคสองบัญญัติว่า ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือนให้นับ 30 วันเป็น 1 เดือน ถ้ากำหนดเป็นปีให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการดังนั้นการนับจำนวนวันใน 1 เดือนเท่ากับ 30 วัน กำหนดโทษจำคุก12 เดือนคิดเป็นจำนวนวันเท่ากับ 360 วัน แต่การนับจำนวนวันใน 1 ปีเท่ากับ 365 วันหรือ 366 วันจึงมากกว่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิดจากการเบิกความพยาน, พยานหลักฐาน, และคำรับสารภาพของผู้ต้องหา
ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 นุ่งโสร่งและใส่เสื้อแขนสั้นตรงกับที่จำเลยที่ 1 แต่งกายในตอนเช้าและในตอนเย็น ขณะเจ้าพนักงานตำรวจไปจับกุมก็ยังแต่งกายชุดเดิมการปล้นกระทำกันในระยะประชิดโดยจำเลยที่ 1 วิ่งจากข้างทางมายืนขวางหน้ารถแล้วยกอาวุธปืนขึ้นจ้องขู่บังคับให้หยุดรถ แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 จะสวมหมวกถักด้วยไหมพรม แต่ใบหน้าตั้งแต่ระดับคิ้วลงมาจดคางไม่มีสิ่งใดปิดบัง เหตุเกิดเวลากลางวัน พยานโจทก์เคยเห็นหน้าจำเลยที่ 1 มาก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง และเห็นรอยแผลเป็นที่บริเวณใกล้ข้อมือซ้ายของจำเลยที่ 1 ขณะยกอาวุธปืนจ้องขู่บังคับอยู่ตรงหน้ารถ พยานโจทก์ย่อมจำคนร้ายได้ถูกต้อง และหลังเกิดเหตุยังได้ระบุตำหนิรูปพรรณคนร้ายจนเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตำรวจติดตามไปจับจำเลยที่ 1 ได้ แล้วจำเลยที่ 1 ซัดทอดว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนร้ายและนำเจ้าพนักงานตำรวจไปจับจำเลยที่ 2 ได้พร้อมของกลางจำเลยที่ 2 ให้การรับว่าเงินของกลางได้มาจากการปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพพยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดจริงตามฟ้อง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2349/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เช็คแลกเงินสด: การออกเช็คโดยไม่มีหนี้เดิม ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค
จำเลยออกเช็คพิพาทแลกเงินสดไปจากโจทก์ขณะแลกทรัพย์สินในระหว่างกันนั้น ผู้แลกต่างไม่ได้มีหนี้ต่อกันมาก่อน การออกเช็คในกรณีนี้จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงให้แก่โจทก์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 4 ซึ่งเป็นบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังที่จำเลยออกเช็ค จำเลยจึงพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2335/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดอาวุธปืนเป็นความผิดที่ร่วมกันกระทำได้ แม้ไม่ได้เป็นผู้มีหรือพาอาวุธปืนโดยตรง
ความผิดฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดที่ร่วมกันกระทำด้วยกันได้ มิใช่เป็นความผิดเฉพาะตัวของผู้มีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2307/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความน่าเชื่อถือของพยานผู้เห็นเหตุการณ์และหลักการยกประโยชน์แห่งความสงสัยในคดีอาญา
อ. พยานโจทก์เบิกความว่า จำเลยยิงผู้ตาย แต่กลับปรากฏว่าหลังเกิดเหตุประมาณ 10 นาที เจ้าพนักงานตำรวจได้มาที่เกิดเหตุพยานไม่ได้บอกเจ้าพนักงานตำรวจ พยานอ้างว่าเพราะกลัวคนร้ายจะมาทำร้ายพยาน แต่กับ ท. พี่ของผู้ตายพยานก็ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนร้าย พยานเป็นคนบอก ท. ทันทีที่เกิดเหตุว่าผู้ตายถูกยิงพยานไม่น่าจะเกิดความกลัวจนไม่กล้าบอกชื่อจำเลยต่อ ท. การที่พยานกลับไปภูมิลำเนาและญาติของผู้ตายไปตามให้มาเป็นพยานก็เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะญาติของผู้ตายรู้ได้อย่างไรว่าพยานจำคนร้ายได้ในเมื่อพยานไม่ได้บอกใครไว้เลยว่า พยานจำคนร้ายได้ นอกจากนี้คนงานที่อยู่ด้วยในที่เกิดเหตุคือ ส.เบิกความว่าส. กับพวกอีก 3 คน ไม่มีใครจำหน้าคนร้ายได้ พ.เบิกความว่าพ.อ.และลูกจ้างคนอื่นไม่มีใครจำหน้าคนร้ายได้ จึงทำให้น่าสงสัยว่าอ. จำคนร้ายได้แน่นอนหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2307/2535 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความเสียหายจากการก่อสร้าง: การรบกวนสิทธิความเป็นส่วนตัวและอนามัยจากการตอกเสาเข็มและการสั่นสะเทือน
ค่าเสียหายที่โจทก์อ้างว่าต้องทนทุกขเวทนาแสนสาหัส ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจนอนไม่หลับ เพราะหนวกหู ฝุ่นละอองจากการก่อสร้างทำให้บ้านเรือนสกปรก บ้านสั่นสะเทือนหินและไม้ตกลงบนหลังคาบ้านโจทก์เกรงจะเกิดอันตรายต่อโจทก์และบริวารนั้น เป็นเรื่องเสียหายต่ออนามัยและสิทธิจะอยู่อย่างสงบไม่ถูกรบกวน เพราะความทรมานนอนไม่หลับอันเนื่องจากฝุ่นละอองเสียงจากการก่อสร้างอันได้แก่การตอกเสาเข็มและความหวาดระแวงอันเกิดจากสิ่งของตกหล่นลงมาบนหลังคาอันอาจเกิดอันตรายแก่อาคารและผู้อยู่อาศัย รวมทั้งการอัดตัวของดินทำให้บ้านเรือนโจทก์เสียหายอันอาจเป็นอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์เช่นนี้เกิดอยู่เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน ตามพฤติการณ์ทำให้โจทก์เสียหายแก่อนามัยรวมทั้งสิทธิส่วนตัวที่จะมีความเป็นอยู่อย่างสงบสุขทั้งร่างกายและจิตใจ โจทก์จึงสมควรได้รับชดใช้ค่าเสียหายในความเสียหายนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2304/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตความรับผิดชอบของจำเลยในคดีรับของโจร: การคืนหรือใช้ราคาเฉพาะทรัพย์ที่ได้รับไป
กล้องถ่ายรูปและแว่นตากันแดด ของผู้เสียหายถูกคนร้ายลักไปแต่ตามคำฟ้องและคำให้การของจำเลยที่รับสารภาพฐานรับของโจรฟังได้ว่าจำเลยรับเอากล้องถ่ายรูปไม่ได้รับเอาแว่นตากันแดด ไว้จึงไม่ชอบที่ศาลจะสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาแว่นตากันแดด แก่ผู้เสียหาย