Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2492 — หน้า 137

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการซื้อที่ดินของคนต่างด้าว: ต้องมีสนธิสัญญาและได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ หากไม่มีสัญญา สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ
พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 มาตรา 5, 6 คนต่างด้าวจะเข้าถือกรรมสิทธิในที่ดินได้ ก็ต่อเมื่อมีสนธิสัญญาบัญญัติให้ไว้ และแม้จะมีสนธิสัญญาเช่นว่านั้นก็ตาม แต่การได้มาจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนด ทั้งต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ถ้าไม่มีสนธิสัญญาให้มีกรรมสิทธิในที่ดินได้ คนต่างด้าวนั้นก็ไม่มีสิทธิจะได้มาซึ่งที่ดินและแม้จะขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ๆ ก็ไม่มีอำนาจอนุญาตได้.
โจทก์เป็นคนจีนทำสัญญาซื้อที่ดินจากจำเลย ในเวลาที่จะต้องโอนที่ดินตามสัญญานั้น ประเทศจีนยังไม่ได้ประกาศใช้สนธิสัญญากับประเทศไทย โจทก์จึงไม่มีทางได้กรรมสิทธิในที่ดินตามสัญญาได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 113 จำเลยไม่ใช่ฝ่ายผิดสัญญาและไม่ต้องชดใช้เบี้ยปรับ แต่จำเลยควรคืนมัดจำให้โจทก์.
(อ้างฎีกา 188/2492)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจปกครองบุตร: กรณีพิเศษที่อำนาจอยู่ที่มารดา แม้บิดาฟ้องขอ
โจทก์ผู้เป็นบิดาฟ้องเรียกบุตรคืนจากหญิงผู้เป็นมารดา โดยอ้างอำนาจปกครงอตามมาตรา 1537 ป.ม.แพ่งฯ แต่จำเลยก็ได้ฟ้องแย้งขอให้ศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่แก่มารดาตามมาตรา 1538(6) ดังนี้ เป็นบทยกเว้นของมาตรา 1537 ที่อำนาจปกครองนั้นอยู่แก่มารดา อันเป็นกรณีธรรมดาโดยทั่ว ๆ ไป.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจปกครองบุตร: ศาลพิจารณาตามความเหมาะสมเมื่อแม่ฟ้องแย้งสิทธิบิดา
โจทก์ผู้เป็นบิดาฟ้องเรียกบุตรคืนจากหญิงผู้เป็นมารดาโดยอ้างอำนาจปกครองตามมาตรา 1537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่จำเลยก็ได้ฟ้องแย้งขอให้ศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่แก่มารดาตามมาตรา 1538(6) ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษาให้เด็กอยู่ในอำนาจปกครองของมารดาได้ในเมื่อเป็นการสมควรแก่รูปคดี เพราะมาตรา 1538 นี้ เป็นบทยกเว้นของมาตรา 1537 ที่อำนาจปกครองนั้นอยู่แก่มารดา อันเป็นกรณีธรรมดาโดยทั่วๆ ไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอแก้ฟ้องต้องแสดงเหตุอันควร มิใช่เพียงกล่าวว่า 'คลาดเคลื่อน'
โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยกล่าวแต่เพียงว่า ฟ้องของโจทก์ "ยังคลาดเคลื่อนอยู่" ดังนี้ นับว่าโจทก์ไม่ได้แสดงว่า "มีเหตุอันควร" ที่จะขอแก้ฟ้องได้ตามมาตรา 163 ป.ม.วิ.อาญา
(อ้างฎีกาที่ 70/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอแก้ฟ้องต้องแสดงเหตุอันควร มิใช่เพียงกล่าวว่าฟ้องคลาดเคลื่อน
โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยกล่าวแต่เพียงว่า ฟ้องของโจทก์ "ยังคลาดเคลื่อนอยู่"ดังนี้ นับว่าโจทก์ไม่ได้แสดงว่า"มีเหตุอันควร" ที่จะขอแก้ฟ้องได้ตามมาตรา 163ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(อ้างฎีกาที่ 70/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1108/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งปริมาณโคและการริบโค: ผู้รับฝากไม่ผิด เจ้าของต้องรับผิด
จำเลยต้องโทษฐานไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บโค เมื่อปรากฎว่า โคของกลางไม่ใช่ของจำเลย ๆ เป็นแต่เพียงผู้รับฝากโคไว้ เจ้าของโคไม่ใช่ผู้กระทำผิด โคของกลางก็ไม่ใช่ของควรริบ.
(อ้างฎีกา 379/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1108/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งปริมาณโคและการริบของกลาง: ผู้รับฝากไม่ผิด เจ้าของต้องรับผิด
จำเลยต้องโทษฐานไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บโค เมื่อปรากฏว่า โคของกลางไม่ใช่ของจำเลย จำเลยเป็นแต่เพียงผู้รับฝากโคไว้ เจ้าของโคไม่ใช่ผู้กระทำผิด โคของกลางก็ไม่ใช่ของควรริบ (อ้างฎีกา 379/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาทำลายทรัพย์สิน - การขาดเจตนาโดยตรงเป็นเหตุให้ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 324
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจลงไปสุ่มปลาในนาของนายมาแล้วเหยียบย่ำข้าวกล้าเสียหายขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324 ดังนี้ฟ้องของโจทก์ไม่พอจะเข้าใจได้ว่าจำเลยมีเจตนาโดยตรงที่จะเหยียบย่ำต้นข้าวให้เสียหาย รูปคดียังไม่เป็นความผิดตามมาตรา 324 กฎหมายลักษณะอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาทำลายทรัพย์สิน: การพิสูจน์เจตนาโดยตรงในการกระทำความเสียหายต่อทรัพย์สิน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจลงไปสุ่มปลาในนาของนายมาแล้วเหยียบย่ำข้าวกล้าเสียหายขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 324 ดังนี้ ฟ้องของโจทก์ไม่พอจะเข้าใจได้ว่าจำเลยมีเจตนาโดยตรงที่จะเหยียบย่ำต้นข้าวให้เสียหาย รูปคดียังไม่เป็นความผิดตามมาตรา 324 กฎหมายลักษณะอาญา./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1097/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่แจ้งปริมาณข้าวสารเกินเกณฑ์ที่กำหนดเป็นความผิดทั้งหมด ริบได้ทั้งจำนวน
จำเลยมีข้าวสาร 180 กิโลกรัมโดยไม่แจ้งปริมาณข้าวสารทั้งหมดเป็นจำนวนที่ต้องแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ เมื่อจำเลยไม่แจ้ง ก็ต้องเป็นความผิดทั้งหมด ต้องริบข้าวสารทั้งหมด จะแยกเป็นส่วนไม่ได้
of 145 ⏮ ◀ ▶ ⏭