ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1097/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่แจ้งปริมาณข้าวสารเกินเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้ต้องริบข้าวสารทั้งหมด
จำเลยมีข้าวสาร 180 กิโลกรัม โดยไม่แจ้งปริมาณข้าวสารทั้งหมดเป็นจำนวนที่ต้องแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ เมื่อจำเลยไม่แจ้ง ก็ต้องเป็นความผิดทั้งหมด ต้องริบข้าวสารทั้งหมด จะแยกเป็นส่วนไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1096/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
วิ่งราวทรัพย์ต้องมีการฉกฉวยทรัพย์สิน การหยิบแล้วรีบหนีไม่ใช่ความผิดวิ่งราวทรัพย์
ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์นั้นได้แก่การลักทรัพย์โดยการใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์หนีไปต่อหน้า
จำเลยหยิบผ้าของเจ้าทรัพย์ซึ่งวางขายอยู่ แล้วรีบพามาขึ้นรถ 3 ล้อนั้น จำเลยไม่ได้ใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์นั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
จำเลยหยิบผ้าของเจ้าทรัพย์ซึ่งวางขายอยู่ แล้วรีบพามาขึ้นรถ 3 ล้อนั้น จำเลยไม่ได้ใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์นั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1096/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำไม่เข้าข่ายวิ่งราวทรัพย์ แม้มีการหยิบทรัพย์แล้วหลบหนี เพราะขาดเจตนาฉกฉวย
ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์นั้นได้แก่การลักทรัพย์โดยการใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์หนีไปต่อหน้า
จำเลยหยิบผ้าของเจ้าทรัพย์ซึ่งวางขายอยู่ แล้วรีบพามาขึ้นรถ 3 ล้อนั้น จำเลยไม่ได้ใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์นั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
จำเลยหยิบผ้าของเจ้าทรัพย์ซึ่งวางขายอยู่ แล้วรีบพามาขึ้นรถ 3 ล้อนั้น จำเลยไม่ได้ใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์นั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของพินัยกรรม: การบังคับใช้กฎหมายลักษณะมรดก vs. ประมวลกฎหมายแพ่งฯ และการรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ
พินัยกรรมทำเมื่อก่อนใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรมพ.ศ.2475 และก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ต้องใช้กฎหมายลักษณะมรดก บทที่ 49 บังคับ
ผู้ตายทำพินัยกรรมเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 1แล้ว ในพินัยกรรมมีพยานลงลายมือชื่อเพียง 2 คน และมีผู้พิมพ์ลายมืออีก 2 คน แต่ไม่มีพยานลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ ดังนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 มาตรา 9 บังคับให้มีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือพินัยกรรมดังกล่าวจึงมีผู้ลุกนั่งเพียง 2 คน ไม่ครบ 3 คนตามกฎหมายลักษณะมรดก บทที่ 49 จึงไม่สมบูรณ์
ผู้ตายทำพินัยกรรมเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 1แล้ว ในพินัยกรรมมีพยานลงลายมือชื่อเพียง 2 คน และมีผู้พิมพ์ลายมืออีก 2 คน แต่ไม่มีพยานลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ ดังนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 มาตรา 9 บังคับให้มีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือพินัยกรรมดังกล่าวจึงมีผู้ลุกนั่งเพียง 2 คน ไม่ครบ 3 คนตามกฎหมายลักษณะมรดก บทที่ 49 จึงไม่สมบูรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรมไม่สมบูรณ์เนื่องจากขาดพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ แม้มีพยานลงชื่อครบตาม กม.ลักษณะมฤดก
พินัยกรรม์ทำเมื่อก่อนใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม์ 2475 และก่อนใช้ ป.ม.แพ่ง ฯ บรรพ 6 ต้องใช้ ก.ม.ลักษณะมฤดก บทที่ 49 บังคับ.
ผู้ตายทำพินัยกรรม์เมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 1 แล้ว ในพินัยกรรม์มีพะยานลงลายมือชื่อเพียง 2 คน และมีผู้พิมพ์ลายมืออีก 2 คน แต่ไม่มีพะยานลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ ดังนี้ ตาม ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 1 มาตรา 9 บังคับให้มีพะยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือพินัยกรรม์ดั่งกล่าวจึงมีผู้ลุกนั่งเพียง 2 คน ไม่ครบ 3 คนตาม ก.ม.ลักษณะมฤดก บทที่ 49 จึงไม่สมบูรณ์.
ผู้ตายทำพินัยกรรม์เมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 1 แล้ว ในพินัยกรรม์มีพะยานลงลายมือชื่อเพียง 2 คน และมีผู้พิมพ์ลายมืออีก 2 คน แต่ไม่มีพะยานลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ ดังนี้ ตาม ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 1 มาตรา 9 บังคับให้มีพะยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือพินัยกรรม์ดั่งกล่าวจึงมีผู้ลุกนั่งเพียง 2 คน ไม่ครบ 3 คนตาม ก.ม.ลักษณะมฤดก บทที่ 49 จึงไม่สมบูรณ์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนาเนื่องจากถูกยั่วโทสะ การพิจารณาโทษ
จำเลยนั่งถือมีดตัดเล็บอยู่ ผู้ตายตรงเข้าไปที่จำเลยกล่าวหาว่าจำเลยลักเสื้อของสามีผู้ตาย จำเลยปฏิเสธ ผู้ตายยังกล่าวหาว่าจำเลยลัก ผู้ตายกล่าวหาซ้ำ ๆ ด้วยเสียงดัง จำเลยจึงลงเรือนตรงเข้าเอามีดตัดเล็บแทงเข้าที่ท้องผู้ตาย ๆ ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดเพราะถูกยั่วโทษะ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนาเนื่องจากถูกยั่วยุ การพิจารณาถึงเหตุจากความโกรธ
จำเลยนั่งถือมีดตัดเล็บอยู่ ผู้ตายตรงเข้าไปที่จำเลยกล่าวหาว่าจำเลยลักเสื้อของสามีผู้ตาย จำเลยปฏิเสธ ผู้ตายยังกล่าวหาว่าจำเลยลัก ผู้ตายกล่าวหาซ้ำๆ ด้วยเสียงดัง จำเลยจึงลงเรือนตรงเข้าเอามีดตัดเล็บแทงเข้าที่ท้องผู้ตาย ผู้ตายถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดเพราะถูกยั่วโทสะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความ ‘ฝิ่น’ ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น และการคำนวณค่าปรับตามราคามูลฝิ่น
ผ้าเช็ดฝิ่นไม่ใช่สิ่งที่ผสมอยู่กับฝิ่นตามความหมายในมาตรา 3 (1) แห่ง พ.ร.บ.ฝิ่น 2472 จึงจะถือว่าเป็นฝิ่นไม่ได้
เมื่อไม่ปรากฎราคามูลฝิ่นของกลางตามราคาซึ่งรัฐบาลขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุก็ไม่มีทางจะคำนวณ 5 เท่าของราคามูลฝิ่นของกลางได้ จึงต้องปรับในอัตราคั่นต่ำในกฎหมาย.
เมื่อไม่ปรากฎราคามูลฝิ่นของกลางตามราคาซึ่งรัฐบาลขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุก็ไม่มีทางจะคำนวณ 5 เท่าของราคามูลฝิ่นของกลางได้ จึงต้องปรับในอัตราคั่นต่ำในกฎหมาย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความ 'ฝิ่น' ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น และการคำนวณค่าปรับเมื่อไม่ปรากฏราคามูลฝิ่น
ผ้าเช็ดฝิ่นไม่ใช่สิ่งที่ผสมอยู่กับฝิ่นตามความหมายในมาตรา3(1) แห่ง พระราชบัญญัติฝิ่น 2472 จึงจะถือว่าเป็นฝิ่นไม่ได้
เมื่อไม่ปรากฏราคามูลฝิ่นของกลางตามราคาซึ่งรัฐบาลขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุก็ไม่มีทางจะคำนวณ 5 เท่าของราคามูลฝิ่นของกลางได้ จึงต้องปรับในอัตราขั้นต่ำในกฎหมาย
(อ้างฎีกา 1037/2482,768/2492)
เมื่อไม่ปรากฏราคามูลฝิ่นของกลางตามราคาซึ่งรัฐบาลขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุก็ไม่มีทางจะคำนวณ 5 เท่าของราคามูลฝิ่นของกลางได้ จึงต้องปรับในอัตราขั้นต่ำในกฎหมาย
(อ้างฎีกา 1037/2482,768/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1089/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ของหมั้นต้องมีการมอบทรัพย์สิน หากชายตายก่อนสมรส หญิงไม่ต้องคืนของหมั้นที่มอบไว้แล้ว โฉนดที่วางเป็นประกันหนี้ที่ไม่มีอยู่จริง ย่อมต้องคืน
ของหมั้นต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งฝ่ายชายได้ให้แก่ฝ่ายหญิงไว้แล้ว ถ้าให้ทรัพย์สินไว้ส่วนหนึ่ง และสัญญาว่า จะนำมามอบให้ในวันหลังอีก ก็คงเป็นของหมั้นเฉพาะส่วนที่ให้ไว้แล้ว ส่วนที่ยังไม่ได้มอบให้ไม่เป็นของหมั้น ฉะนั้นในกรณีที่ชายตาย ของหมั้นที่มอบไว้ย่อมตกแก่หญิง แต่หญิงจะฟ้องเรียกทรัพย์ที่ฝ่ายชายสัญญาจะมอบให้อีกนั้นไม่ได้
ถ้าฝ่ายชายได้มอบของหมั้นให้บ้างแล้ว และสัญญาว่าจะนำของหมั้นที่ยังขาดมามอบให้อีก ถ้าฝ่ายชายไม่นำมามอบให้ตามที่ตกลงกัน ฝ่ายหญิงจะปฏิเสธไม่ยอมสมรส โดยถือว่าฝ่ายชายผิดสัญญาหมั้นก็ได้
เอาโฉนดไปวางเป็นประกันหนี้ แต่ตามกฎหมายไม่มีหนี้ที่จะเรียกร้องจากกันได้ เจ้าของโฉนดก็ย่อมฟ้องเรียกโฉนดคืนได้
ถ้าฝ่ายชายได้มอบของหมั้นให้บ้างแล้ว และสัญญาว่าจะนำของหมั้นที่ยังขาดมามอบให้อีก ถ้าฝ่ายชายไม่นำมามอบให้ตามที่ตกลงกัน ฝ่ายหญิงจะปฏิเสธไม่ยอมสมรส โดยถือว่าฝ่ายชายผิดสัญญาหมั้นก็ได้
เอาโฉนดไปวางเป็นประกันหนี้ แต่ตามกฎหมายไม่มีหนี้ที่จะเรียกร้องจากกันได้ เจ้าของโฉนดก็ย่อมฟ้องเรียกโฉนดคืนได้