Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2492 — หน้า 139

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจกำนันจับกุมและเข้าค้นในที่ระโหฐาน กรณีความผิดซึ่งหน้าและเหตุฉุกเฉิน
ความผิดซึ่งหน้าได้กระทำขึ้นในที่ระโหฐาน กำนันเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองมีอำนาจที่จับผู้กระทำผิดตามความในมาตรา 78(1) แห่ง ป.ม.วิ.อาญา โดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจที่จะเข้าค้นจับในที่ระโหฐานโดยไม่มีหมายค้นตามมาตรา 92 ได้
โจทก์กับพวกได้สมคบกันต้มกลั่นสุราเถื่อนในเวลากลางคืน จำเลยเป็นกำนันปกครองท้องที่ กับพวกได้ไปแอบดู เห็นโจทก์กับพวกกำลังต้มกลั่นสุราเถื่อนอยู่ในบ้าน จึงพากันเข้าไปจับกุม ดังนี้ นับว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งตามมาตรา 96(2) ป.ม.วิ.อาญา ถึงแม้เป็นเวลาค่ำคืน จำเลยก็กระทำได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจเจ้าพนักงานในการจับกุมและเข้าค้นในที่รโหฐานกรณีความผิดซึ่งหน้าและเหตุฉุกเฉิน
ความผิดซึ่งหน้าได้กระทำขึ้นในที่รโหฐาน กำนันเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองมีอำนาจที่จับผู้กระทำผิดตามความในมาตรา 78(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจที่จะเข้าค้นจับในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้นตามมาตรา 92 ได้
โจทก์กับพวกได้สมคบกันต้มกลั่นสุราเถื่อนในเวลากลางคืนจำเลยเป็นกำนันปกครองท้องที่ กับพวกได้ไปแอบดู เห็นโจทก์กับพวกกำลังต้มกลั่นสุราเถื่อนอยู่ในบ้าน จึงพากันเข้าไปจับกุม ดังนี้ นับว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งตามมาตรา 96(2) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาถึงแม้เป็นเวลาค่ำคืน จำเลยก็กระทำได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าพนักงานใช้อำนาจในหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขู่เอาทรัพย์จากประชาชน ความผิดตามมาตรา 136
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่กำลังรักษาการณ์ในหน้าที่สวมเครื่องแบบและมีอาวุธปืน จำเลยได้จับเจ้าทรัพย์ในลักษณะที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ แล้วจำเลยบังคับให้เจ้าทรัพย์ให้ของกลางแก่จำเลย ก็เรียกได้ว่ามันบังคับให้เขาให้ทรัพย์อันมิควรจะได้ตามกฎหมายแก่ตัวมัน ต้องด้วยข้อบัญญัติตามมาตรา 136 กฎหมายลักษณะอาญา แต่เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ จึงกลายเป็นความผิดหลายบท แต่ความผิดตามมาตรา 136 มีอัตราโทษหนักกว่า จึงให้วางโทษตามมาตรา 136

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ขู่เข็ญและบังคับเอาทรัพย์สินจากประชาชน
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่กำลังรักษาการณ์ในหน้าที่สรวมเครื่องแบบและมีอาวุธปืน จำเลยได้จับเจ้าทรัพย์ในลักษณะที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ แล้วจำเลยบังคับให้เจ้าทรัพย์ให้ของกลางแก่จำเลย ก็เรียกได้ว่ามันบังคับให้เขาให้ทรัพย์อันมิควรจะได้ตามกฎหมายแก่ตัวมัน ต้องด้วยข้อบัญญัติตามมาตรา 136 ก.ม.ลักษณะอาญา แต่เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ จึงกลายเป็นความผิดหลายบท แต่ความผิดตามมาตรา 136 มีอัตราโทษหนักกว่า จึงให้วางโทษตามมาตรา 136.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082-1083/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฉ้อโกงหลังการซื้อขายโดยได้รับความยินยอม ผู้ขายไม่มีสิทธิอ้างผลคำพิพากษาเดิมยันผู้ซื้อ
นารายพิพาทเดิมเป็นของ ฝ. ยกให้แก่ร. ต่อมาร.ขายนารายนี้ให้กับโจทก์ โดย ฝ. ก็รู้เห็นยินยอมด้วย โจทก์ได้เข้าครอบครองทำกินในที่นานี้แล้ว ต่อมา ฝ. โดยเจตนาจะฉ้อโกงโจทก์ได้คบคิดกับ ร. ฟ้องขอเพิกถอนการให้แม้ ฝ. จะชนะคดีโดยศาลพิพากษาให้เพิกถอนการให้ในคดีนั้น ก็จะเอาผลแห่งคำพิพากษาคดีนั้นมายันกับโจทก์ไม่ได้ กรณีไม่เข้าตามมาตรา 1431 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และไม่ใช่เป็นเรื่องลาภมิควรได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องกรรโชกต้องระบุตัวผู้เสียหาย การฟ้องเคลือบคลุมทำให้ศาลยกฟ้องได้
ฟ้องหาว่า จำเลยกรรโชกโจทก์จะต้องระบุบุคคลผู้เป็นเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายด้วย เพียงแต่ระบุว่าจำเลยได้ขู่เข็ญขืนใจพวกพ่อค้าหมูในตลาดบางรักหลายสิบคน โดยไม่ระบุบุคคลผู้ถูกขู่เข็ญขืนใจว่าเป็นใครแม้แต่คนเดียว ดังนี้ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีกรรโชกต้องระบุตัวผู้เสียหาย การฟ้องเคลือบคลุมทำให้ศาลยกฟ้องได้
ฟ้องหาว่า จำเลยกรรโชก โจทก์จะต้องระบุบุคคลผู้เป็นเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายด้วย เพียงแต่ระบุว่าจำเลยได้ขู่เข็ญขืนใจพวกพ่อค้าหมูในตลาดบางรักหลายสิบคน โดยไม่ระบุบุคคลผู้ถูกขู่เข็ญขืนใจว่าเป็นใครแม้แต่คนเดียวดังนี้ ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชำระค่าเช่าและการพิสูจน์การผิดนัดสัญญาเช่า การยื่นคำร้องให้อำเภอเรียกรับเงินค่าเช่าไม่ถือเป็นการชำระค่าเช่าโดยเด็ดขาด
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ และค้างค่าเช่า 4 เดือน ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเช่าที่ค้าง จำเลยให้การว่า โจทก์ขอขึ้นค่าเช่า จำเลยไม่ยอม โจทก์เลยไม่มาเก็บ จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อกรมการอำเภอ ขอให้เรียกโจทก์มารับค่าเช่า โจทก์รับหมายแล้วไม่มาอำเภอ ดังนี้ คดียังไม่พอชี้ขาดว่าฝ่ายใดผิดนัด เพราะการที่จำเลยไปยื่นคำร้องขอให้อำเภอเรียกโจทก์มารับชำระค่าเช่านั้น ไม่เป็นเหตุพอให้ถือได้โดยเด็ดขาดว่าจำเลยได้ชำระค่าเช่าแก่โจทก์ คดีต้องฟังข้อเท็จจริงกันต่อไป.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชำระค่าเช่าและการพิสูจน์การผิดนัด การยื่นคำร้องให้อำเภอเรียกรับค่าเช่าไม่ถือเป็นการชำระค่าเช่าโดยเด็ดขาด
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ และค้างค่าเช่า 4 เดือนขอให้ขับไล่และเรียกค่าเช่าที่ค้าง จำเลยให้การว่าโจทก์ขอขึ้นค่าเช่า จำเลยไม่ยอม โจทก์เลยไม่มาเก็บจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อกรมการอำเภอ ขอให้เรียกโจทก์มารับค่าเช่า โจทก์รับหมายแล้วไม่มาอำเภอ ดังนี้ คดียังไม่พอชี้ขาดว่าฝ่ายใดผิดนัด เพราะการที่จำเลยไปยื่นคำร้องขอให้อำเภอเรียกโจทก์มารับชำระค่าเช่านั้น ไม่เป็นเหตุพอให้ถือได้โดยเด็ดขาดว่าจำเลยได้ชำระค่าเช่าแก่โจทก์คดีต้องฟังข้อเท็จจริงกันต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขคำพิพากษาเล็กน้อยในชั้นอุทธรณ์ และข้อจำกัดในการฎีกาข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดก มีทุนทรัพย์ 1200 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ล้อ ราคา 200 บาทเป็นของจำเลย ศาลอุทธรณ์แก้ว่า ล้อ เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายดังนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย คู่ความจะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
of 145 ⏮ ◀ ▶ ⏭