ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 857/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการแบ่งมรดกของทายาทที่ไม่ได้ร่วมฟ้องคดี: ศาลไม่แบ่งส่วนให้ทายาทที่ไม่เข้ามาเป็นโจทก์
โจทก์ 3 คนกับ ม. ได้รับมรดกกึ่งหนึ่งของที่พิพาท อีกกึ่งหนึ่งเป็นของจำเลย เมื่อโจทก์ 3 คน ฟ้องขอแบ่ง โดย ม. มิได้เข้ามาเป็นโจทก์ หรือร้องขอรับส่วนของตนในคดี ศาลก็พิพากษาแบ่งให้โจทก์ตามส่วนที่โจทก์ควรจะได้ คือ 3 ใน 8 ส่วน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีอาญา: การสอบสวนก่อนฟ้อง และ คำร้องทุกข์ของผู้เสียหาย
ตามกฎหมายไม่ได้บังคับไว้ว่า ฟ้องต้องบรรยายไว้ด้วยว่าได้มีการสอบสวนแล้ว เมื่อคดีปรากฏว่า ก่อนฟ้องได้มีการสอบสวนแล้ว ก็เป็นอันใช้ได้
ฉ้อโกงทรัพย์ของการไฟฟ้าหลวงสามเสน ซึ่งขึ้นอยู่แก่กรมโยธาเทศบาลครั้งนั้นยังเป็นกรมโยธาธิการ) อธิบดีแห่งกรมดังกล่าวย่อมร้องทุกข์ได้
คำร้องทุกข์ของอธิบดีกรมโยธาธิการ ซึ่งมีข้อความว่า '.....ได้ทราบจากเจ้าพนักงานสอบสวนว่า คดีนายเทื้อมกับพวกซึ่งต้องหาว่า ทุจริตต่อหน้าที่และปลอมหนังสือนั้นได้มีข้อหาเพิ่มเติมอีกว่า ทำการฉ้อโกงทรัพย์ด้วยฉันในฐานะเป็นอธิบดีกรมโยธาธิการจึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ฉันขอมอบคดีฐานฉ้อโกงให้ตำรวจและอัยการดำเนินคดีต่อไป (ลงชื่อ ล. บูรกัมโกวิท)' เป็นคำร้องทุกข์ที่ชอบด้วยมาตรา 123 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว
ฉ้อโกงทรัพย์ของการไฟฟ้าหลวงสามเสน ซึ่งขึ้นอยู่แก่กรมโยธาเทศบาลครั้งนั้นยังเป็นกรมโยธาธิการ) อธิบดีแห่งกรมดังกล่าวย่อมร้องทุกข์ได้
คำร้องทุกข์ของอธิบดีกรมโยธาธิการ ซึ่งมีข้อความว่า '.....ได้ทราบจากเจ้าพนักงานสอบสวนว่า คดีนายเทื้อมกับพวกซึ่งต้องหาว่า ทุจริตต่อหน้าที่และปลอมหนังสือนั้นได้มีข้อหาเพิ่มเติมอีกว่า ทำการฉ้อโกงทรัพย์ด้วยฉันในฐานะเป็นอธิบดีกรมโยธาธิการจึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ฉันขอมอบคดีฐานฉ้อโกงให้ตำรวจและอัยการดำเนินคดีต่อไป (ลงชื่อ ล. บูรกัมโกวิท)' เป็นคำร้องทุกข์ที่ชอบด้วยมาตรา 123 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีอาญาและการรับรองคำร้องทุกข์ของผู้เสียหาย กรณีฉ้อโกงทรัพย์ของหน่วยงานราชการ
ตามกฎหมายไม่ได้บังคับไว้ว่า ฟ้องต้องบรรยายไว้ด้วยว่า ได้มีการสอบสวนแล้ว เมื่อคดีปรากฎว่า ก่อนฟ้องได้มีการสอบสวนแล้วก็เป็นอันใช้ได้.
ฉ้อโกงทรัพย์ของการไฟฟ้าหลวงสามเสน ซึ่งขึ้นอยู่แก่กรมโยธาเทศบาล ( ครั้งนั้นยังเป็นกรมโยธาธิการ ) อธิบดีแห่งกรมดังกล่าวย่อมร้องทุกข์ได้
คำร้องทุกข์ของอธิบดีกรมโยธาธิการ ซึ่งมีข้อความว่า "......ได้ทราบจากเจ้าพนักงานสอบสวนว่า คดีนายเทื้อมกับพวก ซึ่งต้องหาว่า ทุจจริตต่อหน้าที่และปลอมหนังสือนั้น ได้มีข้อหาเพิ่มเติมอีกว่า ทำการฉ้อโกงทรัพย์ด้วย ฉัน ในฐานะเป็นอธิบดีกรมโยธาธิการ จึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ ฉันขอมอบคดีฐานฉ้อโกงให้ตำรวจและอัยยการดำเนินคดีต่อไป. (ลงชื่อ ล.บูรกัมโกวิท) " เป็นคำร้องทุกข์ที่ชอบด้วยมาตรา 123 ป.ม.วิ.อาญาแล้ว.
ฉ้อโกงทรัพย์ของการไฟฟ้าหลวงสามเสน ซึ่งขึ้นอยู่แก่กรมโยธาเทศบาล ( ครั้งนั้นยังเป็นกรมโยธาธิการ ) อธิบดีแห่งกรมดังกล่าวย่อมร้องทุกข์ได้
คำร้องทุกข์ของอธิบดีกรมโยธาธิการ ซึ่งมีข้อความว่า "......ได้ทราบจากเจ้าพนักงานสอบสวนว่า คดีนายเทื้อมกับพวก ซึ่งต้องหาว่า ทุจจริตต่อหน้าที่และปลอมหนังสือนั้น ได้มีข้อหาเพิ่มเติมอีกว่า ทำการฉ้อโกงทรัพย์ด้วย ฉัน ในฐานะเป็นอธิบดีกรมโยธาธิการ จึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ ฉันขอมอบคดีฐานฉ้อโกงให้ตำรวจและอัยยการดำเนินคดีต่อไป. (ลงชื่อ ล.บูรกัมโกวิท) " เป็นคำร้องทุกข์ที่ชอบด้วยมาตรา 123 ป.ม.วิ.อาญาแล้ว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรมไม่ระบุชื่อผู้รับทรัพย์ชัดเจน แต่ระบุผู้รับได้จากเนื้อหา ไม่ทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะ
ทำพินัยกรรมถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ทุกประการแต่ข้อความในพินัยกรรมไม่ได้ระบุชื่อผู้รับทรัพย์โดยชัดเจน คงระบุไว้ในข้อ 1 ว่า 'ข้าพเจ้ายอมยกให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้ที่ได้ระบุนามไว้ในพินัยกรรมนี้ให้เป็นผู้รับทรัพย์สินที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้คือ......' ความต่อไปกล่าวถึงรายการทรัพย์ ไม่ได้ระบุชื่อใครในข้อ 2 มีความว่า 'ข้าพเจ้าขอตั้งเด็กชายสมบุญ เด็กชายบุญนาค เด็กหญิงสงวน เด็กชายสง่า (บุตรนางเย็นโจทก์) เฉพาะทรัพย์หมายเลข 1-2 คือนา 2 แปลงตามฟ้องนางเย็น พาณิชย์เฉพาะเลขที่ 3-4(คือเรือนและเรือ) จัดการมรดกของข้าพเจ้า.....' ดังนี้ ย่อมหมายความว่ายกทรัพย์หมายเลข 1-2 ให้แก่เด็ก 4 คน และยกทรัพย์หมายเลข 3-4 ให้แก่นางเย็น และพินัยกรรมข้อ 2 เรื่องตั้งผู้จัดการมรดกนั้นเป็นแบบพิมพ์ ซึ่งลืมขีดฆ่าข้อความดังกล่าวก็ไม่ทำให้พินัยกรรมนี้ปราศจากผู้รับทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรมไม่ชัดเจนผู้รับทรัพย์ ศาลฎีกาตัดสินตามเจตนาผู้ทำพินัยกรรม โดยพิจารณาจากข้อความรวม
ทำพินัยกรรม์ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ทุกประการ แต่ข้อความในพินัยกรรมไม่ได้ระบุชื่อผู้รับทรัพย์โดยชัดเจน คงระบุไว้ในข้อ 1 ว่า "ข้าพเจ้ายอมยกให้เป็นกรรมสิทธิแก่ผู้ที่ได้ระบุนามไว้ในพินัยกรรมนี้ ให้เป็นผู้รับทรัพย์สินที่กำหนดไว้ ดั่งต่อไปนี้คือ......." ความต่อไปกล่าวถึงรายการทรัพย์ไม่ได้ระบุชื่อใคร ในข้อ 2 มีความว่า "ข้าพเจ้าขอตั้งเด็กชายสมบุญ เด็กชายบุญนาค เด็กหญิงสงวน เด็กชายสง่า (บุตรนางเย็นโจทก์) ฉะเพาะทรัพย์หมายเลข 1 - 2 คือนา 2 แปลงตามฟ้อง นางเย็น พาณิชย์ ฉะเพาะเลขที่ 3 - 4 (คือเรือนและเรือ) จัดการมฤดกของข้าพเจ้า......." ดังนี้ ย่อมหมายความว่า ยกทรัพย์หมายเลข 1 - 2 ให้แก่เด็ก 4 คน และยกทรัพย์หมายเลข 3 - 4 ให้แก่นางเย็นและพินัยกรรมข้อ 2 เรื่องตั้งผู้จัดการมฤดกนั้นเป็นแบบพิมพ์ ซึ่งลืมขีดฆ่าข้อความดังกล่าว ก็ไม่ทำให้พินัยกรรมนี้ปราศจากผู้รับทรัพย์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความยินยอมให้ริบบุหรี่และการถือว่าผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ
ได้ความว่า เมื่อเรือนิวชวางจากฮ่องกงมาถึงกรุงเทพฯ มีบุหรี่ซิกาแรตบรรทุกมา 25 หีบ ส่งถึงยี่ห้อย่งเฮงเส็ง ต่อมานายเปงฮุยยี่ห้อย่งเฮงเส็งได้ทำหนังสือขอเปิดตรวจบุหรี่ยื่นต่อกรมศุลกากรในฐานผู้นำของเข้า ต่อมานายวิเชียรในนามยี่ห้อย่งเฮงเส็งได้ยื่นหนังสือต่อกรมสรรพสามิตต์ ขออนุญาตนำบุหรี่รายนี้เข้า กรมสรรพสามิตต์ไม่อนุญาต และมีหนังสือถึงกรมศุลกากรให้ริบบุหรี่รายนี้โดยนำเข้ามาไม่ได้รับอนุญาต กรมศุลกากรได้สอบสวนนายเปงฮุย ผู้แสดงตัวเป็นผู้ขอรับบุหรี่แทนยี่ห้อย่งเฮงเส็ง นายเปงฮุยได้ทำหนังสือยินยอมให้กรมศุลกากรริบบุหรี่ไว้เป็นของแผ่นดิน ดังนี้ ตามมาตรา 106 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร 2469 ต้องถือว่านายเปงฮุยเป็นเจ้าของบุหรี่ในกิจการนี้ และความยินยอมของนายเปงฮุยให้ริบบุหรี่ จึงมีผลตามกฎหมาย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยินยอมให้ริบบุหรี่และการถือเป็นเจ้าของตามกฎหมายศุลกากร
ได้ความว่าเมื่อเรือนิวชวางจากฮ่องกงมาถึงกรุงเทพฯมีบุหรี่ซิกาแรตบรรทุกมา 25 หีบ ส่งถึงยี่ห้อย่งเฮงเส็งต่อมานายเปงฮุยยี่ห้อย่งเฮงเส็งได้ทำหนังสือขอเปิดตรวจบุหรี่ยื่นต่อกรมศุลกากรในฐานผู้นำของเข้า ต่อมานายวิเชียรในนามยี่ห้อย่งเฮงเส็งได้ยื่นหนังสือต่อกรมสรรพสามิต ขออนุญาตนำบุหรี่รายนี้เข้า กรมสรรพสามิตไม่อนุญาต และมีหนังสือถึงกรมศุลกากรให้ริบบุหรี่รายนี้โดยนำเข้ามาไม่ได้รับอนุญาต กรมศุลกากรได้สอบสวนนายเปงฮุยผู้แสดงตัวเป็นผู้ขอรับบุหรี่แทนยี่ห้อย่งเฮงเส็ง
นายเปงฮุยได้ทำหนังสือยินยอมให้กรมศุลกากรริบบุหรี่ไว้เป็นของแผ่นดินดังนี้ ตามมาตรา 106 แห่ง พระราชบัญญัติศุลกากร 2469 ต้องถือว่านายเปงฮุยเป็นเจ้าของบุหรี่ในกิจการนี้ และความยินยอมของนายเปงฮุยที่ให้ริบบุหรี่จึงมีผลตามกฎหมาย
นายเปงฮุยได้ทำหนังสือยินยอมให้กรมศุลกากรริบบุหรี่ไว้เป็นของแผ่นดินดังนี้ ตามมาตรา 106 แห่ง พระราชบัญญัติศุลกากร 2469 ต้องถือว่านายเปงฮุยเป็นเจ้าของบุหรี่ในกิจการนี้ และความยินยอมของนายเปงฮุยที่ให้ริบบุหรี่จึงมีผลตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเอาทรัพย์สินเป็นการชำระหนี้ตามสัญญาเงินกู้ เงื่อนไขการขาดกันเป็นโมฆะหากไม่มีเจตนาชัดเจน
ทำสัญญากู้เงินแล้วมอบที่ดินให้ยึดถือไว้เป็นประกันในสัญญามีข้อความว่า ถ้า 2 เดือนไม่นำเงินมาให้เป็นอันว่า ที่ดินที่กล่าวข้างบนนี้ขาดกัน เงื่อนไขตอนหลังนี้เป็นลักษณะแห่งการเอาทรัพย์สินเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่กู้ยืม ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 ข้อสัญญาย่อมเป็นโมฆะตาม มาตรา 656 วรรคสาม ส่วนที่จะให้แปลสัญญาว่า เมื่อไม่ชำระหนี้ผู้กู้จะโอนที่ดินให้เป็นการชำระหนี้แทนตัวเงินกู้นั้น โจทก์ต้องนำสืบให้เห็นเจตนาของคู่กรณีว่ามีดังนั้น (อ้างฎีกาที่ 1237/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเอาทรัพย์สินชำระหนี้: เงื่อนไขการขาดกันในสัญญากู้เงินเป็นโมฆะ หากมิได้ตกลงให้โอนกรรมสิทธิ์
ทำสัญญากู้เงินแล้วมอบที่ดินให้ยึดถือไว้เป็นประกันในสัญญามีข้อความว่า ถ้า 2 เดือนไม่นำเงินมาให้เป็นอันว่า ที่ดินที่กล่าวข้างบนนี้ขาดกัน เงื่อนไขตอนหลังนี้เป็นลักษณะแห่งการเอาทรัพย์สินเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่กู้ยืม ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 656 ข้อสัญญาย่อมเป็นโมฆะตามมาตรา 656 วรรค 3 ส่วนที่จะให้แปลสัญญาว่า เมื่อไม่ชำระหนี้ผู้กู้จะโอนที่ดินให้เป็นการชำระหนี้แทนตัวเงินกู้นั้น โจทก์ต้องนำสืบให้เห็นเจตนาของคู่กรณีว่ามีดังนั้น.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความต่อเนื่องของการกระทำผิดฉ้อโกง: การส่งมอบทรัพย์เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำผิดก่อนหน้า
ในคดีฉ้อโกง โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ 8 มีนาคม 2489 เวลากลางคืน ทางพิจารณาปรากฎว่า ได้มีการส่งมอบยางกันในวันที่ 9 มีนาคม 2489 เวลากลางวัน แต่ตามคำพะยานปรากฎว่าการกระทำผิดเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2489 เวลากลางคืน แม้การมอบทรัพย์จะทำในวันรุ่งขึ้นก็ดี ก็เป็นการกระทำเกี่ยวเนื่องติดต่อกันในระยะเวลาอันใกล้ชิด ยังไม่พอถือว่าข้อเท็จจริงในทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง