Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2494 — หน้า 16

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2494" (1033 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสละสิทธิที่ดินเพื่อชำระหนี้ เจ้าหนี้ได้สิทธิครอบครอง
เอาที่ดินมือเปล่าตีใช้หนี้เงินกู้นั้น เพียงแต่สละการครอบครองให้เจ้าหนี้ครอบครองต่อไปนั้น เจ้าหนี้ย่อมได้สิทธิครอบครองในที่นั้นแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชำระหนี้ด้วยที่ดิน: การสละการครอบครองทำให้เจ้าหนี้ได้สิทธิครอบครอง
เอาที่ดินมือเปล่าตีใช้หนี้เงินกู้นั้น. เพียงแต่สละการครอบครองให้เจ้าหนี้ครอบครองต่อไปนั้น. เจ้าหนี้ย่อมได้สิทธิครอบครองในที่นั้นแล้ว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าช่วง & การบอกล้างนิติกรรม: ผู้เช่าช่วงทราบข้อเท็จจริงแต่ยังรับประโยชน์ ไม่อาจอ้างเหตุบอกล้างสัญญาได้
ผู้เช่าเอาโรงแรมมาให้เช่าช่วงโดยไม่รับความยินยอมจากผู้เช่าเดิมทั้งมิได้บอกผู้เช่าช่วงให้รู้ว่าเป็นการเช่าช่วงนั้น เมื่อผู้เช่าช่วงรู้ความจริงภายหลัง แต่ก็มิได้โต้แย้ง หรือบอกล้างแต่อย่างใด คงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมที่เช่านั้นตลอดมา ดังนี้ผู้เช่าช่วงจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่ผู้เช่าโดยอ้างเหตุดังกล่าวหาได้ไม่
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ 1500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกัน จะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ย่อมไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าช่วงที่มิได้รับอนุญาตและข้อตกลงลดค่าเช่าที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้เช่าเอาโรงแรมมาให้เช่าช่วงโดยไม่รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเดิมทั้งมิได้บอกผู้เช่าช่วงให้รู้ว่าเป็นการเช่าช่วงนั้น เมื่อผู้เช่าช่วงรู้ความจริงภายหลัง แต่ก็มิได้โต้แย้ง หรือบอกล้างแต่อย่างใด คงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมที่เช่านั้นตลอดมา ดังนี้ ผู้เช่าช่วงจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่ผู้เช่าโดยอ้างเหตุดังกล่าวหาได้ไม่
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ1,500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกันจะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ ย่อมไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ประเด็นฎีกาต้องยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น การจับกุมและการกักขังโดยไม่มีอำนาจ
ข้อกฎหมายที่ยกขึ้นฎีกาต่อศาลฎีกาได้นั้น จะต้องเป็นข้อที่ได้ตั้งประเด็นว่ากันมาแล้วตั้งแต่ในศาลชั้นต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ประเด็นฎีกาต้องตั้งในศาลชั้นต้น
ข้อกฎหมายที่ยกขึ้นฎีกาต่อศาลฎีกาได้นั้น จะต้องเป็นข้อที่ได้ตั้งประเด็นว่ากันมาแล้วตั้งแต่ในศาลชั้นต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับโทษคดีอาญาต่อเนื่อง: หลักการนับโทษและการยกเว้น
การที่จำเลยได้ทำผิดจนต้องคำพิพากษาให้ลงโทษ 2 คดีนั้น จำเลยจะต้องรับโทษทั้ง 2 คดีติดต่อกัน เว้นแต่จะมีเหตุสมควรที่ศาลจะสั่งให้นับโทษเป็นอย่างอื่น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับโทษคดีอาญาต่อเนื่อง - หลักการนับโทษ
การที่จำเลยได้ทำผิดจนต้องคำพิพากษาให้ลงโทษ 2 คดีนั้น จำเลยจะต้องรับโทษทั้ง 2 คดีติดต่อกัน เว้นแต่จะมีเหตุสมควรที่ศาลจะสั่งให้นับโทษเป็นอย่างอื่น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคำนวณค่าปรับในคดีมูลฝิ่นตาม พ.ร.บ.ฝิ่น ต้องใช้ราคามูลฝิ่น ไม่ใช่ราคาฝิ่น
พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา 53 ซึ่งได้แก้ไขใหม่ โดย พ.ร.บ.ฝิ่น ( ฉบับที่ 4 ) 2481 มาตรา 6 หาได้ประสงค์จะให้ถือเอา " ราคาฝิ่น " มาตั้งเป็นเกณฑ์คำนวณค่าปรับในคดีเรื่อง " มูลผิ่น " เหมือนมาตรา 51 ไม่เพราะความตอนท้าย 2 วรรคที่บัญญัติในเรื่อง " ราคาฝิ่น " และ " ราคามูลฝิ่น " อันจะตั้งเป็นเกณฑ์คำนวณค่าปรับนั้น วรรคหลังบัญญัติว่า " ราคามูลฝิ่น..." ให้ถือเอา " ราคาฝิ่น " ตามวรรคก่อนแต่ " ราคาฝิ่น " ตามวรรคก่อนนั้นให้ถือเอา " ราคาฝิ่น " หรือ " ราคามูลฝิ่น " แล้วแต่กรณี ฉะนั้นเมื่อกรณีเป็นเรื่อง " มูลฝิ่น " ก็ตต้องถือเอาราคามูลฝิ่นตั้งเป็นเกณฑ์ค่าปรับ เมื่อรัฐบาลมิได้ขาย " มูลผิ่น " จึงไม่มีราคามูลฝิ่นที่รัฐบาลขายมาตั้งเป็นเกณฑ์คำนวณค่าปรับ ก็ต้องปรับตามคั่น+ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคำนวณค่าปรับในคดีฝิ่น: เกณฑ์ราคามูลฝิ่นเมื่อรัฐไม่ได้ขาย
พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 มาตรา 53ซึ่งได้แก้ไขใหม่ โดยพระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 4)2481 มาตรา 6 หาได้ประสงค์จะให้ถือเอา 'ราคาฝิ่น' มาตั้งเป็นเกณฑ์คำนวณค่าปรับในคดีเรื่อง'มูลฝิ่น' เหมือนมาตรา 51 ไม่ เพราะความตอนท้าย2 วรรคที่บัญญัติในเรื่อง 'ราคาฝิ่น' และ'ราคามูลฝิ่น'อันจะตั้งเป็นเกณฑ์คำนวณค่าปรับนั้น วรรคหลังบัญญัติว่า'ราคามูลฝิ่น' ให้ถือเอา 'ราคาฝิ่น' ตามวรรคก่อนแต่ 'ราคาฝิ่น' ตามวรรคก่อนนั้นให้ถือเอา'ราคาฝิ่น'หรือ 'ราคามูลฝิ่น' แล้วแต่กรณีฉะนั้นเมื่อกรณีเป็นเรื่อง'มูลฝิ่น' ก็ต้องถือเอาราคามูลฝิ่นตั้งเป็นเกณฑ์ค่าปรับเมื่อรัฐบาลมิได้ขาย 'มูลฝิ่น'จึงไม่มีราคามูลฝิ่นที่รัฐบาลขายมาตั้งเป็นเกณฑ์คำนวณค่าปรับก็ต้องปรับตามขั้นต่ำตามที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น
of 104 ⏮ ◀ ▶ ⏭