Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2500 — หน้า 16

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2500" (862 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าเพื่อการค้าที่ถูกอ้างว่าเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อเลี่ยง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ศาลต้องพิจารณาสภาพที่แท้จริง
การเช่าอสังหาริมทรัพย์ธรรมดาโดยหลักกฎหมายธรรมดา ศาลต้องวินิจฉัยข้อความตามที่ปรากฎในสัญญาเช่า แต่เมื่อการเช่านั้นจำเลยอ้างว่าเช่าอยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษคุ้มครองการเช่าเคหะเพื่ออยู่อาศัย ศาลจึงไม่ต้องแปลข้อความในเอกสารการเช่าเพราะกฎหมายไม่ประสงค์ที่จะให้เลี่ยง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ศาลต้องวินิจฉัยตามสภาพที่เป็นจริงแห่งการเช่าว่าเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าหรือไม่เท่านั้น
เมื่อโจทก์รับว่าจำเลยอยู่อาศัยดังนี้ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียได้แล้ว ไม่ต้องสืบพยานต่อไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยสืบพยานต่อไปได้ คำสั่งเช่นนี้จะเป็นการขัดต่อ ป.วิ. แพ่งมาตรา 87 - 88 หรือไม่นั้น ก็ไม่ทำให้โจทก์ชนะคดีได้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงเป็นข้ออ้างที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรต้องวินิจฉัยตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา 242 (1) และ 147 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.แพ่ง (ฉบับที่ 5) มาตรา 22 และ 24
การที่ผู้ให้เช่าพิมพ์ข้อความกล่าวอ้างความยินยอมของผู้เช่าที่จะออกจากห้องเช่าของโจทก์ไว้ล่วงหน้าในสัญญาเช่า เป็นการผูกมัดผู้เช่าเพื่อเลี่ยง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ จึงไม่ใช่ความยินยอมของผู้เช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ 2489 ม.16 (5)
เมื่อจำเลยดำเนินคดีเองจึงไม่มีค่าทนายที่โจทก์ควรจะต้องใช้แทนจำเลย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 569/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าเพื่ออยู่อาศัย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ และผลของการระบุเงื่อนไขในสัญญาเช่าเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย
การเช่าอสังหาริมทรัพย์ธรรมดาโดยหลักกฎหมายธรรมดาศาลต้องวินิจฉัยข้อความตามที่ปรากฏในสัญญาเช่าแต่เมื่อการเช่านั้นจำเลยอ้างว่าเช่าอยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษคุ้มครองการเช่าเคหะเพื่ออยู่อาศัยศาลจึงไม่ต้องแปลข้อความในเอกสารการเช่าเพราะกฎหมายไม่ประสงค์ที่จะให้เลี่ยงพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ศาลต้องวินิจฉัยตามสภาพที่เป็นจริงแห่งการเช่าว่าเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯหรือไม่เท่านั้น
เมื่อโจทก์รับว่าจำเลยอยู่อาศัยดังนี้ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียได้แล้ว ไม่ต้องสืบพยานต่อไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยสืบพยานต่อไปได้คำสั่งเช่นนี้จะเป็นการขัดต่อ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87-88 หรือไม่นั้น ก็ไม่ทำให้โจทก์ชนะคดีได้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ จึงเป็นข้ออ้างที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรต้องวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 242(1) และ 147 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 5) มาตรา 22 และ 24
การที่ผู้ให้เช่าพิมพ์ข้อความกล่าวอ้างความยินยอมของผู้เช่าที่จะออกจากห้องเช่าของโจทก์ไว้ล่วงหน้าในสัญญาเช่า เป็นการผูกมัดผู้เช่าเพื่อเลี่ยง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯจึงไม่ใช่ความยินยอมของผู้เช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ 2489 มาตรา16(5)
เมื่อจำเลยดำเนินคดีเองจึงไม่มีค่าทนายที่โจทก์ควรจะต้องใช้แทนจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการปกปิดความผิดตนเอง: การแจ้งความเท็จและการแจ้งความเพื่อปลีกตัวจากความผิด
การที่จำเลยปกปิดความจริงที่ตนไปร่วมกระทำผิดฆ่ากระบือโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานกับนายป้อมและนายพรมมาเสียมิได้ให้การชั้นที่เจ้าพนักงานสอบสวนสอบสวน จำเลยเป็นพยานว่าจำเลยไปร่วมกระทำผิดเป็นแต่ยืนยันว่าจำเลยได้ไปเห็นนายป้อมและนายพรมมาสมคบกันฆ่ากระบือ 2 คนเท่านั้น เช่นนี้ยังไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จเพราะจำเลยอยู่ในฐานะที่จะตกเป็นจำเลยหรือผู้ต้องหาด้วยย่อมมีสิทธิที่จะปกปิดเรื่องนั้นไว้หรือมีสิทธิที่จะไม่ต้องเบิกความปรักปรำตนเองให้ตกเป็นจำเลยหรือผู้ต้องหาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษจำเลยในคดีใหม่ เมื่อเคยต้องโทษปรับก่อนหน้า ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเพิ่มโทษได้เฉพาะผู้เคยถูกจำคุก
โทษปรับเป็นโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 12 ทั้งเป็นโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ม.18 ด้วย แต่การจะเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ม.92 (ก.ม.อาญา ม.72) นั้น จะกระทำได้เฉพาะผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเท่านั้น ผู้ที่เคยต้องโทษปรับจะเพิ่มโทษด้วยหาได้ไม่
ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษจำคุก 1 เดือนปรับ 150 บาท ฐานเล่นการพนันสลากกินรวบ แต่โทษจำคุกศาลให้รอการลงอาญาไว้ คงปรับแต่สถานเดียว เมื่อจำเลยมากระทำผิดในคดีนี้อีกภายในกำหนด ดังนี้จะเพิ่มโทษจำเลยหาได้ไม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษผู้เคยต้องโทษปรับ: ศาลฎีกาตัดสินว่าเพิ่มโทษตามกฎหมายอาญาไม่ได้หากเคยติดโทษปรับ
โทษปรับเป็นโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 12 ทั้งเป็นโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา18 ด้วยแต่การจะเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92(กฎหมายอาญามาตรา72) นั้น จะกระทำได้เฉพาะผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเท่านั้น ผู้ที่เคยต้องโทษปรับจะเพิ่มโทษด้วยหาได้ไม่
ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษจำคุก 1 เดือนปรับ 150 บาท ฐานเล่นการพนันสลากกินรวบ แต่โทษจำคุกศาลให้รอการลงอาญาไว้คงปรับแต่สถานเดียวเมื่อจำเลยมากระทำผิดในคดีนี้อีกภายในกำหนดดังนี้จะเพิ่มโทษจำเลยหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 559/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่นำสืบเมื่อจำเลยรับข้อเท็จจริง: ความรับผิดทางละเมิดและหลักการ ป.พ.พ. มาตรา 437
แม้ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.84 จะบังคับให้ฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงใด ๆ เป็นฝ่ายนำสืบก็ดี แต่เมื่อจำเลยรับแล้วว่า รถยนต์ที่จำเลยควบคุมมาชนรถจักรยานสามล้อโจทก์เช่นนี้ หน้าที่นำสืบปลดเปลื้องความรับผิดย่อมตกแก่จำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 437.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 559/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยรับการชน ความรับผิดในการพิสูจน์เปลี่ยนเป็นของจำเลยตามกฎหมาย
แม้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 จะบังคับให้ฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงใดๆ เป็นฝ่ายนำสืบก็ดีแต่เมื่อจำเลยรับแล้วว่า รถยนต์ที่จำเลยควบคุมมาชนรถจักรยานสามล้อโจทก์เช่นนี้หน้าที่นำสืบปลดเปลื้องความรับผิดย่อมตกแก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 437

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 558/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยินยอมให้เช่าช่วงและการบังคับคดีต่อผู้เช่าช่วงที่ไม่ใช่บริวารของผู้เช่าเดิม
แม้สัญญาเช่าที่ดินจะห้ามมิให้เช่าช่วง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรก็ดีถ้าผู้ให้เช่ายินยอมให้เช่าช่วงได้แม้ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ก็ต้องถือว่าผู้ให้เช่ายินยอม
ผู้ให้เช่าที่ดินยินยอมให้เช่าช่วงที่ดิน ผู้เช่าช่วงปลูกเรือนให้เช่าผู้เช่าเรือนไม่ใช่บริวารของผู้เช่าที่ดินผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่ผู้เช่าเดิมแล้วจะขอให้ศาลบังคับตลอดถึงผู้เช่าเรือนโดยมิได้ฟ้องผู้เช่าช่วงที่ดินด้วยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบรรยายฟ้องคดีพนันต้องชัดเจน หากฟ้องลักษณะหนึ่งแล้ว ศาลไม่อาจลงโทษฐานอื่นได้
เมื่อในฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏว่าได้บรรยายไว้ในที่ใดเลยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478
บัญชีก. หมายเลข 8 นอกจากนี้ในตอนท้ายฟ้องของโจทก์ยังยืนยันว่า 'ซึ่งการพนันดังกล่าวนี้ เป็นการพนันนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 และมิใช่การพนันที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวงมหาดไทย' ดังนี้โจทก์ประสงค์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยฐานเล่นการพนันฝ่าฝืน พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 ทวิ จะลงโทษจำเลยตามบัญชีก. หมายเลข8 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีพนันต้องระบุประเภทการพนันให้ชัดเจนในฟ้อง หากระบุไม่ชัดเจน ศาลจะลงโทษตามที่บรรยายไว้ในฟ้องเท่านั้น
เมื่อในฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏว่าได้บรรยายไว้ในที่ใดเลยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 บัญชี ก. หมายเลข 8 นอกจากนี้ในตอนท้ายฟ้องของโจทก์ยังยืนยันว่า "ซึ่งการพนันดังกล่าวนี้ เป็นการพนันนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 และมิใช่การพนันที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวงมหาดไทย" ดังนี้โจทก์ประสงค์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยฐานเล่นการพนันฝ่าฝืน พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 ทวิ จะลงโทษจำเลยตามบัญชี ก. หมายเลข 8 ไม่ได้.
of 87 ⏮ ◀ ▶ ⏭