ผลการค้นหาตามปี "2501" (682 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดสำเร็จจากการลักทรัพย์: การจับคาหนังคาเขาเป็นหลักฐานยืนยัน
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายล้วงกระเป๋าลักปากกาหมึกซิมของผู้เสียหายถูกจับคาหนังคาเขา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จ มิใช่เป็นขั้นพยายามกระทำความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดสำเร็จลักทรัพย์: การจับคาหนังคาเขาเป็นหลักฐานแสดงความผิดสำเร็จ
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายล้วงกระเป๋าลักปากกาหมึกซึมของผู้เสียหายถูกจับคาหนังคาเขา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จ มิใช่เป็นชั้นพยายามกระทำความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำพูด 'ไม่ให้อยากได้ไปฟ้องเอา' ไม่ถือเป็นคำหมิ่นประมาท และการเลี้ยงดูต้องพิจารณาความยากจนของผู้รับ
คำของผู้รับการให้โดยเสน่หาที่ว่า "ไม่ให้อยากได้ไปฟ้องเอา" นั้น หาใช่เป็นคำหมิ่นประมาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำพูด 'ไม่ให้อยากได้ไปฟ้องเอา' ไม่ถือเป็นคำหมิ่นประมาท และการเลี้ยงดูต้องพิจารณาฐานะของผู้รับ
คำของผู้รับการให้โดยเสน่หาที่ว่า "ไม่ให้อยากได้ไปฟ้องเอา" นั้น หาใช่เป็นคำหมิ่นประมาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 64/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ชื่อบริษัทที่คล้ายคลึงกันจนสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน เป็นการละเมิดสิทธิและก่อให้เกิดความเสียหาย
จำเลยใช้นามเมืองทองเป็นชื่อบริษัทเลียนชื่อที่โจทก์ใช้มานานทำให้โจทก์เสียหาย เป็นละเมิดศาลให้ถอนชื่อและให้ค่าเสียหายตามความร้ายแรงแห่งละเมิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลของการขีดฆ่าแก้ไขในพินัยกรรม: ไม่ทำให้พินัยกรรมเสียทั้งหมด หากไม่ใช่ส่วนสำคัญ
การที่มีรอยขีดฆ่าและตกเติมในพินัยกรรมบางแห่ง โดยผู้ทำ
พินัยกรรมกับพยานไม่ได้ลงชื่อกำกับไว้ให้ถูกต้องก็คงเสียไปเฉพาะที่ขีดฆ่าตกเติมนั้นเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ข้อความสำคัญ ไม่ทำพินัยกรรมเสียไปทั้งฉบับ
พินัยกรรมกับพยานไม่ได้ลงชื่อกำกับไว้ให้ถูกต้องก็คงเสียไปเฉพาะที่ขีดฆ่าตกเติมนั้นเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ข้อความสำคัญ ไม่ทำพินัยกรรมเสียไปทั้งฉบับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แก้ไขพินัยกรรมเฉพาะส่วนไม่ทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะ หากส่วนแก้ไขไม่ใช่สาระสำคัญ
การที่มีรอยขีดฆ่าและตกเติมในพินัยกรรมบางแห่ง โดยผู้ทำพินัยกรรมกับพยานไม่ได้ลงชื่อกำกับไว้ให้ถูกต้อง ก็คงเสียไปเฉพาะที่ขีดฆ่าตกเติมนั้นเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ข้อความสำคัญ ไม่ทำให้พินัยกรรมเสียไปทั้งฉบับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 634/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าสินไหมทดแทนการขาดอุปการะจากคู่สมรสเสียชีวิต กรณีขับรถประมาท
จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถโดยประมาททำให้ภริยาโจทก์ตายนั้น ถือได้ว่าการที่ภริยาโจทก์ตายลงนั้นทำให้โจทก์ผู้เป็นสามีต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย โจทก์ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443,1453 เช่น ค่าจ้างคนปฏิบัติโจทก์แทนผู้ตายระหว่างที่โจทก์อยู่โรงพยาบาลและค่าขาดการปฏิบัติอุปการะของผู้ตายต่อโจทก์ตลอดกาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 634/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าสินไหมทดแทนการขาดอุปการะจากกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถโดยประมาททำให้ภริยาโจทก์ตายนั้น ถือได้ว่าการที่ภริยาโจทก์ตายลงนั้นทำให้โจทก์ผู้เป็นสามีต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย โจทก์ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 443,1453 เช่น ค่าจ้างคนปฏิบัติโจทก์แทนผู้ตายระหว่างที่โจทก์อยู่โรงพยาบาลและค่าขาดการปฏิบัติอุปการะของผู้ตายต่อโจทก์ตลอดกาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กำหนดเวลาฎีกา: นับจากวันที่ยื่นฎีกา ไม่ใช่สั่งรับฎีกา
ยื่นฎีกาและคำร้องขอให้รับรองฎีกาใน 1 เดือน แต่ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีอนุญาตเมื่อเกิน 1 เดือนไม่ถือเป็นการเกินกำหนดเวลาฎีกา