ผลการค้นหาตามปี "2505" (679 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใส่ความหมิ่นประมาทและดูหมิ่นเจ้าพนักงานในหน้าที่ แม้ส่งถึงบุคคลที่สามก็มีความผิดตามกฎหมาย
หนังสือใส่ความผู้อื่นนั้นแม้จะส่งไปถึงนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวก็ถือว่าใส่ความต่อบุคคลที่ 3 ตามมาตรา 326 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
เมื่อปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาและได้ร่วมเป็นองค์คณะตัดสินคดีที่ทำให้จำเลยแพ้ และจำเลยได้กล่าวข้อความซึ่งเป็นการดูหมิ่นโจทก์ในฐานะที่เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาย่อมเป็นความผิดต่อมาตรา 198ประมวลกฎหมายอาญา
เมื่อปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาและได้ร่วมเป็นองค์คณะตัดสินคดีที่ทำให้จำเลยแพ้ และจำเลยได้กล่าวข้อความซึ่งเป็นการดูหมิ่นโจทก์ในฐานะที่เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาย่อมเป็นความผิดต่อมาตรา 198ประมวลกฎหมายอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 572/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาต้องห้าม: จำเลยขอให้วินิจฉัยข้อเท็จจริงซ้ำ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
การที่ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้น แม้จะฟังข้อเท็จจริงต่างกันก็ตาม จำเลยก็ฎีกาขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงอีกหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 567/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าไม่มีหลักฐาน ผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่ได้ และไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
การเช่าห้องที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้ เพราะมิใช่เป็นการฟ้องร้องบังคับคดีให้ชำระหนี้ตามสัญญาเช่าแต่อย่างใด
ห้องเช่าอยู่ในเขตสุขาภิบาล ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อนุโลมเข้ารับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าภาวะคับขันเช่นเดียวกับเคหะในเขตเทศบาล
ห้องเช่าอยู่ในเขตสุขาภิบาล ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อนุโลมเข้ารับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าภาวะคับขันเช่นเดียวกับเคหะในเขตเทศบาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 567/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฟ้องขับไล่ได้เมื่อบอกเลิกสัญญาแล้ว และไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในเขตสุขาภิบาล
การเช่าห้องที่ไม่มีหนังสือเป็นหลักฐานผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้ มิใช่เป็นการฟ้องร้องบังคับคดีให้ชำระหนี้ตามสัญญาเช่าแต่อย่างใด
ห้องเช่าอยู่ในเขตสุขาภิบาล ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้อนุโลมเข้ารับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ เช่นเดียวกับเคหะในเขตเทศบาล
ห้องเช่าอยู่ในเขตสุขาภิบาล ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้อนุโลมเข้ารับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ เช่นเดียวกับเคหะในเขตเทศบาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 563/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านการตรวจของเจ้าหน้าที่ แม้มีเอกสารครบถิ่นที่อยู่และออกนอกประเทศ
บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรต้องผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน ตาม พระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ. 2493 มาตรา 21 นั้น หมายความรวมถึงบุคคลต่างด้าวที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่และออกไปนอกราชอาณาจักรด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 563/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตรวจคนเข้าเมือง: บุคคลต่างด้าวที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ต้องผ่านการตรวจเมื่อเข้ามาในราชอาณาจักร
บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรต้องผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง 2493มาตรา 21 นั้นหมายรวมถึงบุคคลต่างด้าวที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ และออกไปนอกราชอาณาจักรตาม มาตรา 26 แล้วเข้ามาในราชอาณาจักรด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีชิงทรัพย์ แม้สร้อยไม่เป็นของผู้เสียหายโดยตรง แต่โจทก์ได้รับมอบหมายให้ใช้
ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดีชิงทรัพย์สร้อยคอแม้จะไม่ได้ระบุว่าสร้อยนั้นเป็นของโจทก์ทั้งได้ความว่าเป็นของมารดาโจทก์ให้โจทก์ใส่แต่ก็บรรยายว่าจำเลยแย่งไปจากคอโจทก์ก็ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีชิงทรัพย์: ผู้ถูกแย่งทรัพย์จากตัว แม้ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ ก็มีอำนาจฟ้องได้
ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดีชิงทรัพย์สร้อยคอ แม้จะไม่ได้ระบุว่าสร้อยนั้นเป็นของโจทก์ ทั้งได้ความว่าเป็นของมารดาโจทก์ให้โจทก์สวมใส่ แต่ก็บรรยายว่า จำเลยแย่งไปจากคอโจทก์ ก็ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหาย มีอำนาจฟ้อง
บรรยายฟ้องว่า สร้อยคอที่จำเลยแบ่งไปราคา 21,000 บาท แล้วโจทก์นำสืบว่าราคา 2,100 บาทแต่คำขอท้ายฟ้องขอให้คืนหรือใช้ราคาเพียง 2,100 บาท เห็นได้ว่า ทีระบุในฟ้องตอนต้นว่าราคา 21,000 บาท นั้นเป็นการพลั้งเผลอไปมิใช่แตกต่างกันในสารสำคัญกับจะเป็นเหตุให้ยกฟ้อง
บรรยายฟ้องว่า สร้อยคอที่จำเลยแบ่งไปราคา 21,000 บาท แล้วโจทก์นำสืบว่าราคา 2,100 บาทแต่คำขอท้ายฟ้องขอให้คืนหรือใช้ราคาเพียง 2,100 บาท เห็นได้ว่า ทีระบุในฟ้องตอนต้นว่าราคา 21,000 บาท นั้นเป็นการพลั้งเผลอไปมิใช่แตกต่างกันในสารสำคัญกับจะเป็นเหตุให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หุ้นส่วนค้าไม้ไผ่: การตกลงแบ่งกำไรและขาดทุน, ความรับผิดชอบในหนี้
โจทก์จำเลยตกลงกันเข้าหุ้นค้าไม้ไผ่ โดยโจทก์ลงทุนเป็นเงิน จำเลยลงแรง จะแบ่งกำไรกันคนละครึ่ง เป็นการเข้าหุ้นส่วนกันตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1012 แล้ว แม้เรื่องการขาดทุนจะมิได้ตกลงกันไว้ ก็หาเป็นข้อสำคัญไม่
แม้จำเลยจะว่า เมื่อได้กำไร จำเลยจึงจะแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ทุนจะคืนโจทก์ ถ้าขาดทุนจำเลยก็จะใช้ให้โจทก์จนครบ จะไม่ยอมให้โจทก์ขาดทุน นั้นก็เป็นเพียงแต่คำรับรองต่อโจทก์เท่านั้น มิใช่ว่า กรณีไม่เข้ามาตรา 1025อันโจทก์จะไม่ต้องรับผิดชอบสำหรับหนี้ของหุ้นส่วนต่อบุคคลภายนอก
แม้จำเลยจะว่า เมื่อได้กำไร จำเลยจึงจะแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ทุนจะคืนโจทก์ ถ้าขาดทุนจำเลยก็จะใช้ให้โจทก์จนครบ จะไม่ยอมให้โจทก์ขาดทุน นั้นก็เป็นเพียงแต่คำรับรองต่อโจทก์เท่านั้น มิใช่ว่า กรณีไม่เข้ามาตรา 1025อันโจทก์จะไม่ต้องรับผิดชอบสำหรับหนี้ของหุ้นส่วนต่อบุคคลภายนอก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2505
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หุ้นส่วนค้าไม้ไผ่: การแบ่งกำไรขาดทุนตามสัดส่วน
โจทก์จำเลยตกลงกันเข้าเป็นหุ้นกันค้าไม้ไผ่โดยโจทก์ลงทุนเป็นเงินจำเลยลงแรง จะแบ่งกำไรกันคนละครึ่งย่อมถือว่าเป็นการเข้าหุ้นส่วนกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1012 แล้วแม้เรื่องการขาดทุนจะมิได้ตกลงกันไว้ ก็หาเป็นข้อสำคัญไม่ ถ้าหากมีการขาดทุนก็ต้องเฉลี่ยขาดทุนตามส่วนของหุ้นอยู่ในตัวเว้นแต่จะตกลงเป็นอย่างอื่น