Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2501 — หน้า 18

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2501" (682 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอนุญาตให้ยื่นบัญชีพยานหลังศาลนัดสืบพยาน: พิจารณาเหตุผลความจำเป็นและไม่ทำให้คู่ความเสียเปรียบ
การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับบัญชีพยานจำเลยซึ่งยื่นก่อนหน้าวันศาลนัดสืบพยานเพียง 2 วันนั้น เมื่อปรากฎว่าจำเลยมีเหตุอ้างที่ต้องยื่นช้าพอสมควร ไม่ใช่เป็นการจงใจฝ่าฝืนระเบียบไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบในทางคดีอย่างไรและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงไม่เป็นการผิดกระบวนพิจารณา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอนุญาตให้ยื่นบัญชีพยานช้าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ไม่ถือเป็นการผิดกระบวนพิจารณา
การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับบัญชีพยานจำเลยซึ่งยื่นก่อนหน้าวันศาลนัดสืบพยานเพียง 2 วัน นั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยมีเหตุอ้างที่ต้องยื่นช้าพอสมควร ไม่ใช่เป็นการจงใจฝ่าฝืนระเบียบไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบในทางคดีอย่างไร และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงไม่เป็นการผิดกระบวนพิจารณา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 616/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อเติมพื้นที่นอกอาคารเดิมที่แยกจากตัวอาคารด้วยผนังอิฐ ไม่ถือเป็นการขยายพื้นที่อาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคาร
ตลาดสดของจำเลยเทปูนซิเมนต์เป็นพื้น มีหลังคาคลุมรอบ4 ด้าน ด้านยาวของตลาดมีกันสาดอยู่หน่อยหนึ่ง และมีฝาผนังอิฐกั้น จำเลยได้เทซิเมนต์ต่อจากฝาผนังอิฐออกไปกว้าง 2 เมตรครึ่ง ยาวตามตัวตลาด 50 เมตรเศษ เช่นนี้ไม่ถือว่า จำเลยเพิ่มเติมหรือขยายพื้นอาคารตลาดตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร 2479 มาตรา 7(2) เพราะตลาดนั้นมีฝาผนังอิฐกั้นอยู่ การเทปูนต่อเติมออกไปจากฝาผนังอิฐจึงไม่ใช่เป็นการเพิ่มเติมหรือขยายพื้นอาคาร และไม่ใช่เป็นพื้นเดียวกับพื้นตลาดนั้นเลย แม้จำเลยจะไม่ได้รับอนุญาตก็ไม่ผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารฯ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 616/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อเติมพื้นอาคารนอกฝาผนังอิฐ ไม่ถือเป็นการขยายพื้นที่อาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคาร
ตลาดสดของจำเลยเทปูนซิเมนต์เป็นพื้น มีหลังคาคลุมรอบ 4 ด้านด้านยาวของตลาดมีกันสาดอยู่หน่อยหนึ่ง และมีฝาผนังอิฐกั้น จำเลยได้เทซิเมนต์ต่อจากฝาผนังอิฐออกไปกว้าง 2 เมตรครึ่ง ยาวตามตัวตลาด 50 เมตรเศษ เช่นนี้ไม่ถือว่า จำเลยเพิ่มเติมหรือขยายพื้นอาคารตลาดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคาร 2479 ม.7 (2) เพราะตลาดนั้นมีฝาผนังอิฐนจึงไม่ใช่เป็นการเพิ่มเติมหรือขยายพื้นอาคาร และไม่ใช่เป็นพื้นเดียวกับพื้นตลาดนั้นเลย แม้จำเลยจะไม่ได้รับอนุญาตก็ไม่ผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคารฯ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 61/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความฟ้องร้องความผิดฐานไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว: นับเป็นรายปี
การไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวปีใด ถือว่าเป็นความผิดสำหรับปีที่ไม่มีนั้น
จำเลยไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหลายปี ตามประมวล ก.ม.อาญา มาตรา 95 กำหนดให้ฟ้องภายใน 1 ปี จึงลงโทษจำเลยสำหรับการที่จำเลยไม่มีใบสำคัญประจำตัวก่อนวันฟ้องเกิน 1 ปีนั้นไม่ได้ คงลงโทษได้แต่เฉพาะในระยะที่ไม่ขาดอายุความฟ้องร้อง (อ้างฎีกาที่ 942/2498)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 61/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความฟ้องร้องความผิดฐานไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ความผิดสำเร็จเป็นรายปี
การไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวปีใดถือว่าเป็นความผิดสำหรับปีที่ไม่มีนั้น
จำเลยไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหลายปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 กำหนดให้ฟ้องภายใน 1 ปีจึงลงโทษจำเลยสำหรับการที่จำเลยไม่มีใบสำคัญประจำตัวก่อนวันฟ้องเกิน 1 ปีนั้นไม่ได้ คงลงโทษได้แต่เฉพาะในระยะที่ไม่ขาดอายุความฟ้องร้อง
(อ้างฎีกาที่ 942/2498)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 607-608/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิร้องสอดคดี: การจำกัดขอบเขตข้อพิพาท และการฟ้องคดีใหม่สำหรับที่ดินแปลงอื่น
โจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องที่ดิน โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าอีกฝ่ายหนึ่งบุกรุกที่ดินของตน เมื่อศาลสั่งทำแผนที่แล้วปรากฎว่าตรงที่พิพาทกันมิได้เกี่ยวข้องกับที่ ๆ จำเลยนำชี้แนวเขตที่ดินทางด้านอื่นรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของนายโชติเช่นนี้ เมื่อนายโชติจะต้องการใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา55 ก้ต้องนำคดีไปฟ้องร้องเป็นคดีเรื่องใหม่ตั้งข้อพิพาทกับจำเลยฝ่ายเดียวโดยเฉพาะ หามีสิทธิประการใดที่จะร้องสอดเข้ามาในคดีเรื่องนี้ไม่ ไม่ว่าในฐานะที่เป็นโจทก์ร่วมจำเลยร่วมหรือเป็นฝ่ายที่สาม มิฉะนั้นแล้วบุคคลอื่น ๆ ก็ถือสิทธิร้องสอดเข้ามาในคดีได้ง่าย ๆ แทนที่ศาลจะพิจารณาแต่เพียงประเด็นเดียวเฉพาะที่โจทก์จำเลยพิพาทกันโดยตรง กลับจะต้องไปพิจารณาประเด็นอื่น ๆ ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประเด็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยนั้นเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 607-608/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิร้องสอดในคดีพิพาทที่ดิน: กรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นข้อพิพาทโดยตรง
โจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องที่ดิน โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าอีกฝ่ายหนึ่งบุกรุกที่ดินของตน เมื่อศาลสั่งทำแผนที่แล้วปรากฏว่าตรงที่พิพาทกันมิได้เกี่ยวข้องกับที่ๆ จำเลยนำชี้แนวเขตที่ดินทางด้านอื่นรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของนายโชติเช่นนี้ เมื่อนายโชติจะต้องการใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ก็ต้องนำคดีไปฟ้องร้องเป็นคดีเรื่องใหม่ตั้งข้อพิพาทกับจำเลยฝ่ายเดียวโดยเฉพาะ หามีสิทธิประการใดที่จะร้องสอดเข้ามาในคดีเรื่องนี้ไม่ไม่ว่าในฐานะที่เป็นโจทก์ร่วมจำเลยร่วมหรือเป็นฝ่ายที่สามมิฉะนั้นแล้วบุคคลอื่นๆ ก็ถือสิทธิร้องสอดเข้ามาในคดีได้ง่ายๆ แทนที่ศาลจะพิจารณาแต่เพียงประเด็นเดียวเฉพาะที่โจทก์จำเลยพิพาทกันโดยตรง กลับจะต้องไปพิจารณาประเด็นอื่นๆ ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประเด็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยนั้นเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร: สัญญาประนีประนอมยอมความจำกัดสิทธิหน้าที่เฉพาะช่วงเวลา
โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันแต่มิได้จดทะเบียน เกิดบุตรคนหนึ่ง โจทก์จึงฟ้องจำเลยให้รับรองเด็กเป็นบุตรและให้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู แล้วโจทก์จำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยยอมรับรองเด็กเป็นบุตรและจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้โจทก์เป็นเดือนมีกำหนดเวลาโดยมิได้มีเงื่อนไขสงวนสิทธิใด ๆ ของโจทก์ไว้ พ้นกำหนดแล้ว โจทก์จะมาฟ้องให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรอีกไม่ได้ เป็นการฟ้องซ้ำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำ ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร: สัญญาประนีประนอมจำกัดสิทธิหน้าที่บิดา
โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันแต่มิได้จดทะเบียนเกิดบุตรคนหนึ่งโจทก์จึงฟ้องจำเลยให้รับรองเด็กเป็นบุตรและให้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูแล้วโจทก์จำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยยอมรับรองเด็กเป็นบุตรและจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้โจทก์เป็นเดือนมีกำหนดเวลาโดยมิได้มีเงื่อนไขสงวนสิทธิใด ๆ ของโจทก์ไว้พ้นกำหนดแล้ว โจทก์จะมาฟ้องให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรอีกไม่ได้ เป็นการฟ้องซ้ำ
of 69 ⏮ ◀ ▶ ⏭