ผลการค้นหาตามปี "2488" (347 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนคำสั่งห้ามนำฝ้ายออกนอกประเทศโดยกฎหมายใหม่ ทำให้จำเลยไม่ต้องรับโทษ
แต่เดิมพระราชบัญญัติให้อำนาจในการเตรียมป้องกันประเทศให้ข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาจออกคำสั่งในเรื่องห้ามนำฝ้ายออกนอกประเทศจำเลยละเมิดคำสั่งนั้น ต่อมามี พระราชบัญญัติฉบับหลังให้เลิกอำนาจข้าหลวงประจำจังหวัดในเรื่องนั้นดังนี้จะลงโทษจำเลยไม่ได้ โดยคดีต้องด้วย กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 8 อ้างฎีกาที่ 300/2488
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2488 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายหลังหมดอายุสัญญาขายฝาก ไม่ใช่สัญญาปราณีประนอม และมีผลบังคับได้ตามคำมั่นสัญญาซื้อขาย
สัญญาซึ่งไม่มีข้อความอันเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทย่อมไม่ใช่สัญญาปราณีประนอมยอมความ
เมื่อพ้นกำหนดไถ่ถอนการขายฝากแล้ว คู่สัญญามาทำสัญญากันว่าผู้ขายยอมโอนที่ให้เป็นสิทธิแก่ผู้ซื้อ และผู้ซื้อยอมให้ผู้ขายซื้อคืนได้ เมื่อผู้ขายมาฟ้องขอซื้อคืน ผู้ซื้อต่อสู้ว่าผู้ขายผิดสัญญาดังนี้ ศาลบังคับให้ผู้ขายชนะคดี โดยถือว่าเป็นคำมั่นจะซื้อขาย
เมื่อพ้นกำหนดไถ่ถอนการขายฝากแล้ว คู่สัญญามาทำสัญญากันว่าผู้ขายยอมโอนที่ให้เป็นสิทธิแก่ผู้ซื้อ และผู้ซื้อยอมให้ผู้ขายซื้อคืนได้ เมื่อผู้ขายมาฟ้องขอซื้อคืน ผู้ซื้อต่อสู้ว่าผู้ขายผิดสัญญาดังนี้ ศาลบังคับให้ผู้ขายชนะคดี โดยถือว่าเป็นคำมั่นจะซื้อขาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่เกิดจากข้อตกลงหลังสัญญาขายฝากหมดอายุ ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ
สัญญาซึ่งไม่มีข้อความอันเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทย่อมไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ
เมื่อพ้นกำหนดไถ่ถอนการขายฝากแล้ว คู่สัญญามาทำสัญญากันว่าผู้ขายยอมโอนที่ให้เป็นสิทธิแก่ผู้ซื้อ และผู้ซื้อยอมให้ผู้ขายซื้อคืนได้เมื่อผู้ขายมาฟ้องขอซื้อคืนผู้ซื้อต่อสู้ว่าผู้ขายผิดสัญญาดังนี้ ศาลบังคับให้ผู้ขายชนะคดี โดยถือว่าเป็นคำมั่นจะซื้อขาย
เมื่อพ้นกำหนดไถ่ถอนการขายฝากแล้ว คู่สัญญามาทำสัญญากันว่าผู้ขายยอมโอนที่ให้เป็นสิทธิแก่ผู้ซื้อ และผู้ซื้อยอมให้ผู้ขายซื้อคืนได้เมื่อผู้ขายมาฟ้องขอซื้อคืนผู้ซื้อต่อสู้ว่าผู้ขายผิดสัญญาดังนี้ ศาลบังคับให้ผู้ขายชนะคดี โดยถือว่าเป็นคำมั่นจะซื้อขาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2488 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกำหนดวันเวลาเกิดเหตุและการตีความประกาศกระแสพระบรมราชโองการเรื่องนับเวลาในราชการเพื่อใช้ในการพิจารณาคดีอาญา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดเมื่อวันที่ 6 เวลากลางคืนติดต่อกับเวลากลางวันตอนเช้ามืด ทางพิจารณาได้ความว่าเหตุเกิด 05.00 น.เศษของวันที่ 6 ดังนี้ ถือว่าไม่เป็นฟ้องผิดวัน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานฟ้องผิดวันเนื่องจากเวลาเกิดเหตุไม่ตรงกับที่ระบุในฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดเมื่อวันที่ 6 เวลากลางคืนติดต่อกับเวลากลางวันตอนเช้ามืด ทางพิจารณาได้ความว่าเหตุเกิด05.00 น.เศษของวันที่ 6 ดังนี้ ถือว่าไม่เป็นฟ้องผิดวัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2488 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำโดยสุจริตตามคำสั่งเจ้าพนักงาน แม้ขัดกฎกระทรวง ไม่เป็นความผิดอาญา
จำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้ทำไม้ได้ จำเลยได้ทำการชักลากไม้มาก่อนที่เจ้าพนักงานป่าไม้ได้ดีตีตราอนุญาต โดยจำเลยได้รับคำสั่งอนุญาตด้วยวาจาจากเจ้าพนักงานให้ชักลากไม้มาก่อนแล้วจะตีตราให้ภายหลังซึ่งเป็นวิธีการที่เคยปฏิบัติกันมา ถือว่าจำเลยได้กระทำการไปโดยสุจริต ไม่เป็นบังอาจหรือเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญา จำเลยจึงไม่ควรรับอาญา ไม้ของกลางไม่ริบ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชักลากไม้โดยได้รับอนุญาตทางวาจาและการกระทำโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดอาญา
จำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ทำไม้ได้ จำเลยได้ทำการชักลากไม้มาก่อนที่เจ้าพนักงานป่าไม้ได้ตีตราอนุญาต โดยจำเลยได้รับคำสั่งอนุญาตด้วยวาจาจากเจ้าพนักงานให้ชักลากไม้มาก่อนแล้วจะตีตราให้ภายหลังซึ่งเป็นวิธีการที่เคยปฏิบัติกันมา ถือว่าจำเลยได้กระทำการไปโดยสุจริต ไม่เป็นบังอาจหรือเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญา จำเลยจึงไม่ควรรับอาญา ไม้ของกลางไม่ริบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบหมายให้เก็บทรัพย์สินและการยักยอกทรัพย์
แก้เอากระเป๋าเงินไปจากเอวเจ้าทรัพย์โดยบอกว่าจะเอาไปเก็บไว้ให้ เจ้าทรัพย์มิได้ว่ากระไรดังนี้ ถือว่าได้รับมอบหมายจากเจ้าทรัพย์ ถ้าเอาทรัพย์นั้นเสียโดยเจตนาทุจริต ย่อมมีผิดฐานยักยอก
ฟ้องว่าเจ้าทรัพย์ฝากเงินให้จำเลยเก็บรักษาไว้แทน แล้วจำเลยยักยอกทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเอาทรัพย์ไปเองโดยบอกว่าจะเก็บรักษาไว้ให้เจ้าทรัพย์ไม่ว่ากระไรดังนี้ ย่อมถือได้ว่า จำเลยได้รับฝากทรัพย์ไว้ จึงไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความต่างกับฟ้อง
ฟ้องว่าเจ้าทรัพย์ฝากเงินให้จำเลยเก็บรักษาไว้แทน แล้วจำเลยยักยอกทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเอาทรัพย์ไปเองโดยบอกว่าจะเก็บรักษาไว้ให้เจ้าทรัพย์ไม่ว่ากระไรดังนี้ ย่อมถือได้ว่า จำเลยได้รับฝากทรัพย์ไว้ จึงไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เบี้ยปรับในสัญญาซื้อขาย: เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญา แม้ไม่เรียกเบี้ยปรับ
สัญญาที่กำหนดเบี้ยปรับไว้นั้นถ้าเจ้าหนี้ไม่เรียกเบี้ยปรับ ก็ย่อมฟ้องขอบังคับตามสัญญาได้ โดยไม่ถือว่า เจ้าหนี้มีเจตนาจะเรียกฉะเพาะค่าปรับ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 309/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลักทรัพย์ในเคหะสถานต้องพิสูจน์ว่าสถานที่นั้นใช้เป็นที่อยู่อาศัย
เคหะสถานนั้นหมายถึงสถานที่ซึ่งเป็นที่คนอยู่อาศัย แม้แต่ห้องเรือนก็จะต้องปรากฏว่าใช้เป็นที่คนอยู่อาศัย จึงจะถือว่าเป็นเคหะสถาน ฎีกาที่ 590/2471 ฎีกาที่810/2479 และที่ 515/2486
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเข้าไปลักทรัพย์ในห้องเรือนของผู้เสียหายโดยมิได้ระบุหรือทำให้เข้าใจว่าห้องเรือนนั้นใช้เป็นที่สำหรับคนอยู่อาศัยไม่เป็นลักทรัพย์ในเคหะสถาน
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเข้าไปลักทรัพย์ในห้องเรือนของผู้เสียหายโดยมิได้ระบุหรือทำให้เข้าใจว่าห้องเรือนนั้นใช้เป็นที่สำหรับคนอยู่อาศัยไม่เป็นลักทรัพย์ในเคหะสถาน