Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2498 — หน้า 19

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2498" (1061 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องอาญาไม่ระบุวันเวลาที่แน่นอน ศาลฎีกาตัดสินว่าไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม หากโจทก์แถลงเหตุผลความจำเป็นในการระบุช่วงเวลา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อระหว่างวันที่ 5 มิ.ย. 95 + เวลากลางวัน จำเลยสมคบกันใช้ปืนยิงผู้ตายตายและโจทก์ได้แถลงให้ทราบแล้วว่าวันใดวันหนึ่งระหว่าง 14 วันที่กล่าวในฟ้อง ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความไม่เคลือบคลุมของการระบุช่วงเวลากระทำความผิดในฟ้องอาญา หากโจทก์แถลงเหตุผลที่สมควร
โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อระหว่างวันที่ 5 มิ.ย. 95 ถึง 18 มิ.ย. 95 เวลากลางวันจำเลยสมคบกันใช้ปืนยิงผู้ตายตายและโจทก์ได้แถลงให้ทราบแล้วว่าวันใดวันหนึ่งระหว่าง 14 วันที่กล่าวในฟ้องดังนี้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิไถ่ถอนขายฝากแม้แก้โฉนดไม่ได้ในวันครบกำหนด หากไม่ใช่ความผิดผู้ไถ่ ถือว่าใช้สิทธิแล้ว ผู้ซื้อฝากต้องยอมให้ไถ่
ทำสัญญาขายฝากที่ดินกัน พอถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนผู้ขายฝากได้ใช้สิทธิขอไถ่แต่การแก้โฉนดขัดข้อเพราะที่ดินถูกอายัดไว้ อันไม่ใช่เป็นความผิดของฝ่ายผู้ซื้อหรือผู้ขายฝาก จึงต้องเลื่อนกำหนดไปวันอื่นซึ่งพ้นกำหนดเวลาไถ่คืนตามสัญญาแล้วเช่นนี้ต้องถือว่าผู้ขายฝากได้ใช้สิทธิไถ่คืนตามสัญญาแล้วผู้ซื้อฝากต้องยอมให้ไถ่ จะอ้างว่า มาไถ่เมื่อพ้นกำหนดสัญญาแล้วไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้สิทธิไถ่ถอนสัญญาขายฝาก แม้มีอุปสรรคในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ขายฝากยังคงสิทธิได้
ทำสัญญาขายฝากที่ดินกัน พอถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนผู้ขายฝากได้ใช้สิทธิขอไถ่แต่การแก้โฉนดขัดข้องเพราะที่ดินถูกอายัดไว้ อันไม่ใช่เป็นความผิดของฝ่ายผู้ซื้อหรือผู้ขายฝาก จึงต้องเลื่อนกำหนดไปวันอื่นซึ่งพ้นกำหนดเวลาไถ่คืนตามสัญญาแล้วเช่นนี้ต้องถือว่าผู้ขายฝากได้ใช้สิทธิไถ่คืนตามสัญญาแล้วผู้ซื้อฝากต้องยอมให้ไถ่จะอ้างว่ามาไถ่เมื่อพ้นกำหนดสัญญาแล้วไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัด เจ้าของทรัพย์นำไปขาย มีความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์
คำว่าทรัพย์ต้องอายัดตาม ม.316 นั้นกินความถึงทรัพย์ที่ถูกยึดแล้วมอบหมายให้เจ้าของทรัพย์นั้นเป็นผู้ดูแลรักษาไว้ด้วย และถ้ามอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ดูแลรักษาแล้วเจ้าของทรัพย์บังอาจเอาไปโดยเจตนาทุจริตก็มีผิดฐานลักทรัพย์ ม. 291(ประชุมใหญ่)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัด เจ้าของทรัพย์ยักยอก มีความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอก
คำว่าทรัพย์ต้องอายัดตาม มาตรา 316 นั้นกินความถึงทรัพย์ที่ถูกยึดแล้วมอบหมายให้เจ้าของทรัพย์นั้นเป็นผู้ดูแลรักษาไว้ด้วยและถ้ามอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ดูแลรักษาแล้วเจ้าของทรัพย์บังอาจเอาไปโดยเจตนาทุจริตก็มีผิดฐานลักทรัพย์ตาม มาตรา 290(ประชุมใหญ่ครั้งที่9/2498)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในที่ดินหลังจดทะเบียน: โอนโดยสุจริตมีผลเหนือการครอบครองเดิม แม้มีฐานะจดทะเบียนได้ก่อน
แม้จำเลยจะได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมามีฐานะอันจะจดทะเบียนสิทธิของตนก่อนมีการออกโฉนดแล้วก็ดี เมื่อยังมิได้จดทะเบียนสิทธินั้น และโจทก์ได้รับโอนมาโดยมีค่าตอบแทนโดยสุจริตแลได้จดทะเบียนโอนโฉนดกันเรียบร้อยแล้วก็ไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้งโจทก์ได้และไม่มีสิทธิครอบครองที่ชายเลนให้เป็นที่กีดขวางหน้าที่ดินของโจทก์ได้
ข้อเท็จจริงและข้อ ก.ม.ที่คู่ความมิได้กล่าวชัดแจ้งในฎีกาเพียงแต่ให้ทนายความแถลงคารมนั้นศาลไม่วินิจฉัยให้
เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาให้ศาลสิบในวันนัด (เพราะโจทก์ยื่นระบุพยานก่อนวัดนัดเพียง 1 วัน ไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.แพ่ง ม.88 ศาลสั่งไม่อนุญาต)ก็ชอบที่จำเลยจะขอให้ตัดพยานโจทก์ในวันนั้นหรือก่อนนั้นโจทก์กลับระบุยื่นพยานใหม่ เมื่อจำเลยยอมให้เลื่อนไปและโจทก์ได้กลับยื่นระบุพยานใหม่ถูกต้องตาม ป.วิ.แพ่ง.ม.88 แล้วจำเลยจะคัดค้านให้ตัดพยานอีกไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในที่ดินหลังจดทะเบียน: โจทก์ซื้อโดยสุจริตและจดทะเบียนแล้ว แม้จำเลยครอบครองก่อนก็ไม่มีสิทธิโต้แย้ง
แม้จำเลยจะได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมามีฐานะอันจะจดทะเบียนสิทธิของตนก่อนมีการออกโฉนดแล้วก็ดี เมื่อยังมิได้จดทะเบียนสิทธินั้นและโจทก์ได้รับโอนมาโดยมีค่าตอบแทนโดยสุจริตและได้จดทะเบียนโอนโฉนดกันเรียบร้อยแล้วจำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้งโจทก์ได้และไม่มีสิทธิครอบครองที่ชายเลนให้เป็นที่กีดขวางหน้าที่ดินของโจทก์ได้
ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่คู่ความมิได้กล่าวชัดแจ้งในฎีกาเพียงแต่ให้ทนายความแถลงคารมกันศาลไม่รับวินิจฉัยให้
เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาให้ศาลสืบในวันนัด (เพราะโจทก์ยื่นระบุพยานก่อนวันนัดเพียง 1 วัน ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 ศาลสั่งไม่อนุญาต) ก็ชอบที่จำเลยจะขอให้ตัดพยานโจทก์ในวันนั้นหรือก่อนนั้น โจทก์กลับระบุยื่นพยานใหม่ เมื่อจำเลยยอมให้ เลื่อนไปและโจทก์ได้กลับยื่นระบุพยานใหม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 แล้วจำเลยจะคัดค้านให้ตัดพยานอีกไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สินสมรสและมรดก: การพิสูจน์สถานะคู่สมรสที่ไม่จดทะเบียน และสิทธิในทรัพย์สินที่ได้มาหลังใช้ ป.พ.พ. บรรพ 5
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันมาก่อนใช้ ป.พ.พ. บรรพ 5 จึงขอให้ศาลแสดงว่าทรัพย์ที่พิพาทเป็นสินสมรส โจทก์มีสิทธิสองส่วนจำเลยหนึ่งส่วน
จำเลยต่อสู้ว่าทรัพย์พิพาทเป็นสินส่วนตัวจำเลย ๆ เป็นภรรยาโจทก์หลังใช้ ป.พ.พ. บรรพ 5 ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ภายหลังได้หย่าขาดและแบ่งทรัพย์กันแล้ว ดังนี้ แม้ในคดีก่อนที่จำเลยฟ้องโจทก์ว่าลักตัดยางในสวนพิพาทศาล่จะฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันก่อนใช้ ป.พ.พ. บรรพ5 ก็ดี ในคดีใหม่นี้ ศาลก็ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันเมื่อใช้ ป.พ.พ.บรรพ 5 แล้ว และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันได้ เพราะคดีใหม่นี้+หาได้เกี่ยวเนื่องมาจากคดีอาญาที่หากันว่าลักตัดยางในสวนพิพาทไม่ คู่ความมาพิพาทกันด้วยสิทธิในครอบครัว และทรัพย์สินในทางแพ่ง เป็นเรื่องใหม่อีกโสดหนึ่งต่างหาก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สินสมรสหลังใช้ บรรพ 5 ไม่จดทะเบียนสมรส สิทธิในทรัพย์สินมรดก
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันมาก่อนใช้บรรพ 5 จึงขอให้ศาลแสดงว่าทรัพย์ที่พิพาทเป็นสินสมรส โจทก์มีสิทธิสองส่วนจำเลยหนึ่งส่วน
จำเลยต่อสู้ว่าทรัพย์พิพาทเป็นสินส่วนตัวจำเลยจำเลยเป็นภรรยาโจทก์หลังใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ภายหลังได้หย่าขาดและแบ่งทรัพย์กันแล้วดังนี้แม้ในคดีก่อนที่จำเลยฟ้องโจทก์ว่าลักตัดยางในสวนพิพาทศาลจะฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ก็ดีในคดีใหม่นี้ศาลก็ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันเมื่อใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้วและไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันได้เพราะคดีใหม่นี้มูลกรณีเป็นคนละอย่างหาได้เกี่ยวเนื่องมาจากคดีอาญาที่หากันว่าลักตัดยางในสวนพิพาทไม่ คู่ความมาพิพาทกันด้วยสิทธิในครอบครัวและทรัพย์สินในทางแพ่งเป็นเรื่องใหม่อีกโสดหนึ่งต่างหาก
of 107 ⏮ ◀ ▶ ⏭