ผลการค้นหาตามปี "2500" (862 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภาระจำยอมโดยการใช้ทางต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้เกิดสิทธิในการใช้ทางนั้นได้
จำเลยยินยอมให้โจทก์เดินและใช้เกวียนลากเข็นข้าวผ่านนาของจำเลยมาเป็นเวลาหลายสิบปีเฉพาะเวลาหมดฤดูทำนา ทางพิพาทนั้นก็ตกอยู่ในภาระจำยอมที่จะต้องให้โจทก์เดินผ่านได้เมื่อสิ้นฤดูทำนาแล้วตลอดไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภาระจำยอมโดยการใช้ทางต่อเนื่อง: การได้สิทธิภาระจำยอมจากการใช้ทางเป็นเวลาหลายสิบปี
จำเลยยินยอมให้โจทก์เดินและใช้เกวียนลากเข็นข้าวผ่านนาของจำเลยมาเป็นเวลาหลายสิบปี เฉพาะเวลาหมดฤดูทำนา ทางพิพาทนั้นก็ตกอยู่ในภาระจำยอมที่จะต้องให้โจทก์เดินผ่านได้เมื่อสิ้นฤดูทำนาแล้วตลอดไป.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประกันชีวิตโมฆะเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตก่อนทำสัญญา
บริษัทรับประกันภัยสนองรับทำสัญญาประกันชีวิตเมื่อผู้เอาประกันตายไปแล้วโดยบริษัทไม่รู้ถึงความตายนั้น สัญญานั้นเป็นโมฆะ เพราะทำด้วยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม
ในสัญญาประกันชีวิต การใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคล.
ในสัญญาประกันชีวิต การใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคล.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆะเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตก่อนทำสัญญา
บริษัทรับประกันภัยสนองรับทำสัญญาประกันชีวิตเพื่อผู้เอาประกันตายไปแล้วโดยบริษัทไม่รู้ถึงความตายนั้นสัญญานั้นเป็นโมฆะเพราะทำด้วยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม
ในสัญญาประกันชีวิต การใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคล
ในสัญญาประกันชีวิต การใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 528/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวสมควรแก่เหตุ: การทำร้ายเกิดขึ้นจากการถูกทำร้ายก่อนและใช้มีดป้องกัน
จำเลยเข้าไปพูดกับผู้ตายโดยปกติจะเนื่องด้วยผู้ตายฟังผิดอย่างไรก็ตาม ผู้ตายโกรธจำเลยตรงเข้าทำร้ายจำเลย
จำเลยมีมีดอยู่ในมือใช้เป็นอาวุธทำร้ายเป็นการป้องกันตัวสมควรแก่เหตุ
จำเลยมีมีดอยู่ในมือใช้เป็นอาวุธทำร้ายเป็นการป้องกันตัวสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 528/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันตัวสมควรแก่เหตุ: การใช้มีดป้องกันการทำร้ายร่างกาย
จำเลยเข้าไปพูดกับผู้ตายโดยปรกติ จะเนื่องด้วยผู้ตายฟังผิดอย่างไรก็ตาม ผู้ตายโกรธจำเลยตรงเข้าทำร้ายจำเลย จำเลยมีมีดอยู่ในมือใช้เป็นอาวุธทำร้ายเปนการป้องกันตัว สมควรแก่เหตุ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลักปศุสัตว์และการรับมอบหมายที่ไม่เป็นความผิดยักยอก
โคของผู้เสียหายติดเข้าไปอยู่ในฝูงโคของจำเลย แยกไม่ออก ผู้เสียหายจึงสั่งจำเลยขอให้ดูไว้ด้วย
การพูดเช่นนี้จะถือว่าเป็นการรับมอบหมาย อันจะกลายเป็นผิดฐานยักยอกยังไม่ได้
ที่สุดเมื่อจำเลยกับพวกพาเอาโคของผู้เสียหายไป จึงมีความผิดฐานลักปศุสัตว์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 294
แต่เนื่องจากประมวลกฎหมายที่ใช้อยู่บัดนี้ ไม่มีบัญญัติถึงการลักปศุสัตว์และสัตว์พาหนะโดยเฉพาะเช่นในมาตรา 294 (ก.ม.อาญา) จึงต้องใช้มาตรา 293 (ก.ม.อาญา) ซึ่งมีอัตราโทษเบากว่าเป็นบทลงโทษจำเลย.
การพูดเช่นนี้จะถือว่าเป็นการรับมอบหมาย อันจะกลายเป็นผิดฐานยักยอกยังไม่ได้
ที่สุดเมื่อจำเลยกับพวกพาเอาโคของผู้เสียหายไป จึงมีความผิดฐานลักปศุสัตว์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 294
แต่เนื่องจากประมวลกฎหมายที่ใช้อยู่บัดนี้ ไม่มีบัญญัติถึงการลักปศุสัตว์และสัตว์พาหนะโดยเฉพาะเช่นในมาตรา 294 (ก.ม.อาญา) จึงต้องใช้มาตรา 293 (ก.ม.อาญา) ซึ่งมีอัตราโทษเบากว่าเป็นบทลงโทษจำเลย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฆ่าโดยถูกยั่วยุ: ศาลลดโทษจากความผิดฐานฆ่าเนื่องจากพฤติการณ์ชู้และถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง
เมียจำเลยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นชู้กับผู้ตายจำเลยมา แอบจับชู้ระหว่างแอบจับชู้ผู้ตายทำชำเรากับเมียน้อยของ จำเลยระหว่างกระทำชำเราเสียงสุกรร้องผู้ตายออกมามองเห็น ปลอดภัยแล้วก็กลับไปทำชำเราต่อแต่ถูกยิงเสียก่อน พฤติการณ์ดังกล่าวนี้ถือว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วย เหตุอันไม่เป็นธรรมเข้าลักษณะยั่วโทสะตามกฎหมายอาญามาตรา72 แล้ว
จำเลยกระทำผิดในขณะใช้ กฎหมายอาญา ร.ศ.127 แต่คดีมา สู่ศาลฎีกาเมื่อใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 แล้ว เช่นนี้เมื่อประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 เป็นคุณแก่จำเลยศาลก็ต้อง หยิบยกประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 มาใช้บังคับแก่จำเลยตาม มาตรา3
จำเลยกระทำผิดในขณะใช้ กฎหมายอาญา ร.ศ.127 แต่คดีมา สู่ศาลฎีกาเมื่อใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 แล้ว เช่นนี้เมื่อประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 เป็นคุณแก่จำเลยศาลก็ต้อง หยิบยกประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 มาใช้บังคับแก่จำเลยตาม มาตรา3
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยถูกยั่วโทสะจากพฤติการณ์ชู้สาวและชำเรา
เมื่อจำเลยที่ไม่ชอบด้วย ก.ม.เป็นชู้กับผู้ตาย จำเลยมาแอบจับชู้ระหว่างแอบจับชู้ผู้ตายทำชำเรากับเมียน้อยของจำเลยระหว่างกระทำชำเราเสียงสุกรร้องผู้ตายออกมามองเห็นปลอดภัยแล้วก็กลับไปทำชำเราต่อแต่ถูกยิงเสียก่อน พฤติการณ์ดังกล่าวนี้ถือว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมเข้าลักษณะยั่วโทษะตาม ก.ม.อาญา ม.72 แล้ว
จำเลยกระทำผิดในขณะใช้ ก.ม.อาญา ร.ศ.127 แต่คดีมาสู่ศาลฎีกาเมื่อใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 แล้วเช่นนี้เมื่อประมวลกฎหมาย อาญา พ.ศ.2499 เป็นคุณแก่จำเลยศาลก็ต้องหยิบยกประมวลก.ม.อาญา พ.ศ.2499 มาใช้บังคับแก่จำเลยตาม ม.3
จำเลยกระทำผิดในขณะใช้ ก.ม.อาญา ร.ศ.127 แต่คดีมาสู่ศาลฎีกาเมื่อใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 แล้วเช่นนี้เมื่อประมวลกฎหมาย อาญา พ.ศ.2499 เป็นคุณแก่จำเลยศาลก็ต้องหยิบยกประมวลก.ม.อาญา พ.ศ.2499 มาใช้บังคับแก่จำเลยตาม ม.3
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 519/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหลบหนีจากการควบคุม: การล่ามโซ่ไม่ใช่ที่คุมขังตามกฎหมาย
การล่ามโซ่ไม่ใช่ที่คุมขังตาม มาตรา 164
จำเลยหักโซ่หลบหนีไปจากการควบคุมระหว่างผู้ใหญ่บ้านควบคุมตัวไปส่งพนักงานสอบสวน ดังนี้ จำเลยมีความผิดตามมาตรา 163 เท่านั้น
จำเลยหักโซ่หลบหนีไปจากการควบคุมระหว่างผู้ใหญ่บ้านควบคุมตัวไปส่งพนักงานสอบสวน ดังนี้ จำเลยมีความผิดตามมาตรา 163 เท่านั้น