ผลการค้นหาตามปี "2530" (2613 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2163/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองเฮโรอีนแม้ปริมาณน้อย และการขัดขวางเจ้าพนักงาน ศาลฎีกาพิพากษากลับ
การที่จำเลยมีหลอดฉีดยาและเข็มฉีดยาซึ่งมีเฮโรอีนติดอยู่แม้เฮโรอีนนั้นจะมีจำนวนเล็กน้อยจนชั่งน้ำหนักไม่ได้ ก็ย่อมถือได้ว่าจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง
จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138, 296 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 296 โดยมิได้วินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 138 ด้วยจึงไม่ถูกต้อง แม้โจทก์มิได้อุทธรณ์ศาลฎีกาก็ชอบที่จะแก้ให้ถูกต้องโดยลงโทษเท่าเดิมได้
จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138, 296 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 296 โดยมิได้วินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 138 ด้วยจึงไม่ถูกต้อง แม้โจทก์มิได้อุทธรณ์ศาลฎีกาก็ชอบที่จะแก้ให้ถูกต้องโดยลงโทษเท่าเดิมได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม การอ้างธรรมเนียมปฏิบัติแทนระเบียบที่เป็นลายลักษณ์อักษรใช้ไม่ได้ในการเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
โจทก์เบิกอะไหล่ของจำเลยผู้เป็นนายจ้างไปหลายชิ้นเพื่อซ่อมรถยนต์โดยสารของจำเลย บางชิ้นได้นำไปเปลี่ยนใส่ในรถยนต์โดยสารของจำเลยแล้ว บางชิ้นก็คงเก็บไว้ในตู้เก็บอะไหล่ที่ที่ทำงานของโจทก์ เมื่อจำเลยไม่มีระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นลายลักษณ์อักษรห้ามกระทำ ดังนั้นจำเลยจะเอาธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาเป็นเวลานานแล้วมาอ้างว่าเป็นระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยโดยถือว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง และเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์หาได้ไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมโดยอ้างธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่มีระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษร ศาลฎีกาตัดสินให้จ่ายค่าชดเชย
โจทก์เบิกอะไหล่ของจำเลยผู้เป็นนายจ้างไปหลายชิ้นเพื่อซ่อมรถยนต์โดยสารของจำเลย บางชิ้นได้นำไปเปลี่ยนใส่ในรถยนต์โดยสารของจำเลยแล้ว บางชิ้นก็คงเก็บไว้ในตู้เก็บอะไหล่ที่ที่ทำงานของโจทก์ เมื่อจำเลยไม่มีระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นลายลักษณ์อักษรห้ามกระทำ ดังนั้นจำเลยจะเอาธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาเป็นเวลานานแล้วมาอ้างว่าเป็นระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย โดยถือว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง และเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2159/2530 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแต่งตั้งทนายความต้องทำตามแบบฟอร์มและลงลายมือชื่อในคำรับเป็นทนายความ มิฉะนั้นถือว่ายังไม่ได้แต่งตั้ง
การตั้งทนายความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 61นั้น ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อตัวความและทนายความ และตามแบบพิมพ์ใบแต่งทนายความกำหนดให้ผู้ที่รับเป็นทนายความลงลายมือชื่อไว้ในคำรับเป็น ทนายความด้วย ดังนั้น หากทนายโจทก์มิได้ลงลายมือชื่อในคำรับเป็นทนายความแม้ในใบแต่งทนายความโจทก์ได้ระบุชื่อทนายโจทก์เป็นทนายความของโจทก์ และทนายโจทก์ได้ลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อโจทก์ไว้แล้ว ทั้งคำรับเป็นทนายความก็ปรากฏชื่อทนายโจทก์เป็นทนายความตามใบอนุญาตที่ระบุไว้ ก็จะถือว่าทนายโจทก์ได้รับเป็นทนายความของโจทก์โดยปริยายแล้วหาได้ไม่
ตามคำฟ้องระบุว่าผู้ยื่นฟ้องรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันยื่นฟ้องให้ทนายโจทก์ซึ่งลงชื่อเป็นโจทก์แก้ไขข้อบกพร่องที่ทนายโจทก์มิได้ลงชื่อรับเป็นทนายความในใบแต่งทนายความภายในกำหนด ก็ต้องถือว่าทนายโจทก์ได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว เมื่อทนายโจทก์ไม่ลงชื่อในคำรับเป็นทนายความภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ศาลจึงชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับฟ้องและจำหน่ายคดีจากสารบบความเสียได้
ตามคำฟ้องระบุว่าผู้ยื่นฟ้องรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันยื่นฟ้องให้ทนายโจทก์ซึ่งลงชื่อเป็นโจทก์แก้ไขข้อบกพร่องที่ทนายโจทก์มิได้ลงชื่อรับเป็นทนายความในใบแต่งทนายความภายในกำหนด ก็ต้องถือว่าทนายโจทก์ได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว เมื่อทนายโจทก์ไม่ลงชื่อในคำรับเป็นทนายความภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ศาลจึงชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับฟ้องและจำหน่ายคดีจากสารบบความเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2159/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแต่งตั้งทนายความต้องทำตามแบบฟอร์มและลงลายมือชื่อในคำรับทนายความ มิฉะนั้นถือว่ายังมิได้รับเป็นทนายความ
น. ทนายโจทก์เป็นผู้ลงชื่อในคำฟ้องแทนโจทก์และตามคำฟ้องผู้ยื่นฟ้องรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้า ไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันยื่นฟ้องว่า น. ลงชื่อเป็นโจทก์โดยมิได้ลงชื่อคำรับเป็นทนายความในใบแต่ง ทนายความ ให้แก้ไขภายใน 7 วันนับแต่วันมีคำสั่งแต่ทนายโจทก์ไม่รอฟังคำสั่งในวันนั้นก็ต้องถือว่าทนายโจทก์ได้ทราบคำสั่งแล้ว ฉะนั้นเมื่อทนายโจทก์ไม่ได้ลงชื่อในคำรับเป็นทนายความภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ศาลชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องและจำหน่ายคดีจากสารบบความเสียได้ การตั้งทนายความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 61 ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อตัวความและทนายความ ตามแบบพิมพ์ใบแต่ง ทนายความกำหนดให้ผู้ที่รับเป็นทนายความลงลายมือชื่อไว้ในคำรับทนายความด้วยเมื่อทนายโจทก์ยื่นใบแต่ง ทนายความต่อศาลพร้อมคำฟ้อง แต่ไม่มีลายมือชื่อในคำรับเป็นทนายความ มีแต่ลายมือชื่อที่รับรองลายมือชื่อโจทก์เท่านั้นจะถือว่าทนายโจทก์ได้รับเป็นทนายความโดยปริยายแล้วหาได้ไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2159/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแต่งตั้งทนายความต้องทำตามฟอร์มและลงลายมือชื่อในคำรับเป็นทนายความ หากไม่ครบถ้วนถือว่ายังไม่ได้แต่งตั้งโดยชอบ
การตั้งทนายความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 61นั้น ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อตัวความและทนายความ และตามแบบพิมพ์ใบแต่งทนายความกำหนดให้ผู้ที่รับเป็นทนายความลงลายมือชื่อไว้ในคำรับเป็นทนายความด้วย ดังนั้น หากทนายโจทก์มิได้ลงลายมือชื่อในคำรับเป็นทนายความแม้ในใบแต่งทนายความโจทก์ได้ระบุชื่อทนายโจทก์เป็นทนายความของโจทก์ และทนายโจทก์ได้ลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อโจทก์ไว้แล้ว ทั้งคำรับเป็นทนายความก็ปรากฏชื่อทนายโจทก์เป็นทนายความตามใบอนุญาตที่ระบุไว้ ก็จะถือว่าทนายโจทก์ได้รับเป็นทนายความของโจทก์โดยปริยายแล้วหาได้ไม่
ตามคำฟ้องระบุว่าผู้ยื่นฟ้องรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันยื่นฟ้องให้ทนายโจทก์ซึ่งลงชื่อเป็นโจทก์แก้ไขข้อบกพร่องที่ทนายโจทก์มิได้ลงชื่อรับเป็นทนายความในใบแต่งทนายความภายในกำหนด ก็ต้องถือว่าทนายโจทก์ได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว เมื่อทนายโจทก์ไม่ลงชื่อในคำรับเป็นทนายความภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดศาลจึงชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับฟ้องและจำหน่ายคดีจากสารบบความเสียได้.
ตามคำฟ้องระบุว่าผู้ยื่นฟ้องรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันยื่นฟ้องให้ทนายโจทก์ซึ่งลงชื่อเป็นโจทก์แก้ไขข้อบกพร่องที่ทนายโจทก์มิได้ลงชื่อรับเป็นทนายความในใบแต่งทนายความภายในกำหนด ก็ต้องถือว่าทนายโจทก์ได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว เมื่อทนายโจทก์ไม่ลงชื่อในคำรับเป็นทนายความภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดศาลจึงชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับฟ้องและจำหน่ายคดีจากสารบบความเสียได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2158/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความ 'ของมีค่า' ตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 620: เครื่องรับโทรทัศน์ไม่เข้าข่าย
คำว่า 'ของมีค่า' ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 620 หมายถึงทรัพย์สินที่มีคุณค่าอันมีลักษณะพิเศษทำนองเดียวกับเงินทองตรา ธนบัตร ฯลฯ เครื่องรับโทรทัศน์ เป็นเพียงทรัพย์สินตามธรรมดาทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูงก็ถือไม่ได้ว่าเป็นของมีค่าตามความหมายแห่งบทบัญญัติดังกล่าว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2158/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความหมาย 'ของมีค่า' ตาม ป.พ.พ. มาตรา 620 และความรับผิดของผู้ขนส่ง
คำว่า 'ของมีค่า' ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 620 หมายถึงทรัพย์สินที่มีคุณค่าอันมีลักษณะพิเศษทำนองเดียวกับเงินทองตรา ธนบัตร ฯลฯ เครื่องรับโทรทัศน์เป็นเพียงทรัพย์สินตามธรรมดาทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูงก็ถือไม่ได้ว่าเป็นของมีค่าตามความหมายแห่งบทบัญญัติดังกล่าว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2157/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิยึดหน่วงผ้า: ผู้รับจ้างย้อมมีสิทธิยึดหน่วงจนกว่าจะได้รับค่าจ้าง แม้ผ้าจะเป็นของผู้อื่น
โจทก์ซื้อผ้าจากบริษัท ส.โดยบริษัทส. ต้องนำผ้าไปว่าจ้างจำเลยย้อมก่อนแล้วจึงส่งมอบแก่โจทก์และบริษัทส. เป็นผู้ชำระค่าจ้างย้อมดังนี้เมื่อไม่มีผู้ใดชำระค่าจ้างย้อมให้จำเลย แม้ว่าผ้าจะเป็นของโจทก์ จำเลยก็ชอบที่จะใช้สิทธิยึดหน่วงผ้าไว้จนกว่าจะได้รับชำระค่าจ้าง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยส่งมอบผ้าแก่โจทก์ โดยที่ยังไม่มีผู้ใดชำระหนี้ค่าย้อมผ้าอันเป็นคุณประโยชน์แก่จำเลยเกี่ยวด้วยทรัพย์สินซึ่งครองนั้น.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2157/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิยึดหน่วงทรัพย์สิน: ผู้รับจ้างย้อมผ้ามีสิทธิยึดหน่วงจนกว่าจะได้รับค่าจ้าง แม้ผ้าจะเป็นของผู้อื่น
โจทก์ซื้อผ้าจากบริษัท ส. โดยบริษัท ส. ต้องนำผ้าไปว่าจ้างจำเลยย้อมก่อนแล้วจึงส่งมอบแก่โจทก์ และบริษัท ส. เป็นผู้ชำระค่าจ้างย้อม ดังนี้เมื่อไม่มีผู้ใดชำระค่าจ้างย้อมให้จำเลย แม้ว่าผ้าจะเป็นของโจทก์ จำเลยก็ชอบที่จะใช้สิทธิยึดหน่วงผ้าไว้จนกว่าจะได้รับชำระค่าจ้าง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยส่งมอบผ้าแก่โจทก์ โดยที่ยังไม่มีผู้ใดชำระหนี้ค่าย้อมผ้าอันเป็นคุณประโยชน์แก่จำเลยเกี่ยวด้วยทรัพย์สินซึ่งครองนั้น