ผลการค้นหาตามปี "2496" (727 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 976-977/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
นิติกรรมอำพราง: การโอนทรัพย์สินโดยมีเจตนาซ่อนเร้น ศาลพิจารณาจากเจตนาที่แท้จริงของผู้โอน
จดทะเบียนโอนโฉนดขายให้เพราะเสียค่าธรรมเนียมถูกกว่ายกให้โดยความจริงเป็นการยกให้ดังนี้ ต้องบังคับตามนิติกรรมอำพราง การยกให้ไม่เป็นโมฆะ ผู้โอนจะเรียกที่ดินคืนมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 975/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ลำดับการอุทธรณ์ภาษี: อำเภอ -> เจ้าพนักงานประเมิน -> ข้าหลวงประจำจังหวัด -> ศาล
การอุทธรณ์การประเมินภาษีของอำเภอนั้น ให้อุทธรณ์ต่อเจ้าพนักงานประเมินก่อน แล้วจึงอุทธรณ์ต่อข้าหลวงประ จำจังหวัด แต่ถ้าเป็นการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินแล้ว ให้อุทธรณ์ต่อข้าหลวงประจำจังหวัดทีเดียว ถัดจาก นี้จึงให้อุทธรณ์ต่อศาล อย่างไรก็ตามในกรณีที่อำเภอประเมินภาษีนั้น แม้จะอุทธรณ์ข้ามเข้าพนักงานประเมินไป คืออุทธรณ์ตรงต่อข้าหลวงจังหวัดทีเดียวนั้น ถ้าข้าหลวงประจำจังหวัดรับวินิจฉัยให้แล้ว ก้ไม่น่าจะล้วงไปวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ข้ามเจ้าพนักงานประเมินไป เพราะได้ก้าวล่วงพ้นมาแล้ว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 975/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ลำดับการอุทธรณ์ภาษี: ต้องอุทธรณ์ตามขั้นตอน หากข้ามขั้นตอนแล้วรับวินิจฉัย ก็ต้องฟ้องศาล
การอุทธรณ์การประเมินภาษีของอำเภอนั้น ให้อุทธรณ์ต่อเจ้าพนักงานประเมินก่อน แล้วจึงอุทธรณ์ต่อข้าหลวงประจำจังหวัด แต่ถ้าเป็นการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินแล้ว ให้อุทธรณ์ต่อข้าหลวงประจำจังหวัดทีเดียว ถัดจากนี้จึงให้อุทธรณ์ต่อศาล อย่างไรก็ตามในกรณีที่อำเภอประเมินภาษีนั้น แม้จะอุทธรณ์ข้ามเจ้าพนักงานประเมินไป คืออุทธรณ์ตรงต่อข้าหลวงประจำจังหวัดทีเดียวนั้น ถ้าข้าหลวงประจำจังหวัดรับวินิจฉัยให้แล้ว ก็ไม่น่าจะล้วงไปวินิจฉัยว่าอุทธรณ์ข้ามเจ้าพนักงานประเมินไป เพราะได้ก้าวล่วงพ้นมาแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 974/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของนายจ้างและลูกจ้างในความเสียหายจากการขับรถประมาทเลินเล่อ และค่าเสียโอกาสในอาชีพ
คนขับรถยนต์ของมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ขับรถยนต์รับและส่งนักเรียนและข้าราชการของมหาวิทยาลัยระหว่างมหาวิทยาลัยและที่ต่างๆ เมื่อขับไปชนรถยนต์อื่นโดยประมาทเลินเล่อ ในระหว่างทางที่ไปและกลับนั้นเป็นเหตุให้คนโดยสารในรถที่ถูกชนแขนหัก ดังนี้มหาวิทยาลัยผู้เป็นนายจ้างต้องรับผิดร่วมกับผู้ขับรถยนต์ ซึ่งเป็นลูกจ้างด้วย
ผู้โดยสารถูกรถชนแขนหักพิการก่อนแขนหักพิการ มีอาชีพในการถ่ายภาพยนต์และได้มีผู้ว่าจ้างไว้แล้ว เมื่อแขนหักพิการเขาจึงไม่จ้าง ดังนี้เป็นเรื่องเห็นได้ชัดว่าต้องขาดประโยชน์ทั้งปัจจุบันและอนาคต อันเป็นประโยชน์ชอบจะได้โดยตรง ฉะนั้น ผู้ขับรถยนต์ชนเขาและนายจ้าง ต้องรับผิดในค่าเสียหายดังกล่าวแล้วด้วย
ผู้โดยสารถูกรถชนแขนหักพิการก่อนแขนหักพิการ มีอาชีพในการถ่ายภาพยนต์และได้มีผู้ว่าจ้างไว้แล้ว เมื่อแขนหักพิการเขาจึงไม่จ้าง ดังนี้เป็นเรื่องเห็นได้ชัดว่าต้องขาดประโยชน์ทั้งปัจจุบันและอนาคต อันเป็นประโยชน์ชอบจะได้โดยตรง ฉะนั้น ผู้ขับรถยนต์ชนเขาและนายจ้าง ต้องรับผิดในค่าเสียหายดังกล่าวแล้วด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 974/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของนายจ้างและลูกจ้างในความเสียหายจากการประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติงาน
คนขับรถยนต์ของมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ขับรถยนต์รับและส่งนักเรียนและข้าราชการของมหาวิทยาลัยระหว่างมหา วิทยาลัยและที่ต่าง ๆ เมื่อขับไปชนรถยนต์อื่นโดยประาทเลินเล่อ ในระหว่างทางที่ไปและกลับนั้นเป็นเหตุให้คน โดยสารในรถที่ถูกชนแขนหัก ดังนี้มหาวิทยาลัยผู้เป็นนายจ้างต้องรับผิดร่วมกับผู้ขับรถยนต์ ซึ่งเป็นลูกจ้างด้วยซ.
ผู้โดยสารถูกรถชนแขนหักพิการก่อนแขนหักพิการ มีอาชีพในการถ่ายภาพยนต์และได้มีผู้ว่าจ้างไว้แล้ว เมื่อแขน หักพิการเขาจึงไม่จ้าง ดังนี้เป็นเรื่องเห็นได้ชัดว่า ต้องขาดประโยชน์ทั้งปัจจุบันและอนาคต อันเป็นประโยชน์ชอบจะ ได้โดยตรง ฉะนั้น ผู้ขับรถยนต์ชนเขาและนายจ้าง ต้องรับผิดในค่าเสียหายดังกล่าวแล้วด้วย./
ผู้โดยสารถูกรถชนแขนหักพิการก่อนแขนหักพิการ มีอาชีพในการถ่ายภาพยนต์และได้มีผู้ว่าจ้างไว้แล้ว เมื่อแขน หักพิการเขาจึงไม่จ้าง ดังนี้เป็นเรื่องเห็นได้ชัดว่า ต้องขาดประโยชน์ทั้งปัจจุบันและอนาคต อันเป็นประโยชน์ชอบจะ ได้โดยตรง ฉะนั้น ผู้ขับรถยนต์ชนเขาและนายจ้าง ต้องรับผิดในค่าเสียหายดังกล่าวแล้วด้วย./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่า: การส่งคำบอกกล่าวโดยชอบและเจตนาของผู้ให้เช่า
0ผู้ให้เช่ามอบให้ทนายความบอกเลิกการเช่ากับผู้เช่าทนายได้ใช้คนนำหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาไปส่งแก่ผู้เช่ายังสถานที่เช่าซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของผู้เช่า 2 ครั้งๆ แรกไม่พบ ครั้งที่ 2 ก็ไม่พบผู้เช่าจึงได้ให้คนอื่นที่ไปด้วยอธิบายบอกกล่าวที่ผู้ให้เช่าขอเลิกสัญญาเช่าให้คนในที่นั้นทราบเป็นภาษาจีน คนในร้านผู้เช่าก็คงไม่ยอมรับหนังสือนั้นไว้อีก ทนายยังได้จัดการส่งหนังสือนั้นไปยังผู้เช่าโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับสลักหลังซองส่งยังสถานที่เช่ารายนี้อันเป็นถิ่นที่อยู่ของผู้เช่าอีกครั้งหนึ่งก็ปรากฏว่าคนในที่นั้นหายอมรับหนังสือนั้นไม่ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ให้เช่าพยายามส่งคำบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่ารายนี้ไปยังผู้เช่า เพื่อให้ผู้เช่าทราบโดยสมควรเท่าที่พอจะทำได้อยู่แล้วถือได้ว่าผู้ให้เช่าได้แสดงเจตนาในการนี้ไปยังผู้เช่าโดยชอบแล้วมีสิทธิที่จะฟ้องคดีต่อศาลได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่า: การส่งหนังสือบอกกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้ผู้รับไม่ยอมรับ ถือเป็นการแจ้งเจตนาที่สมควร
ผู้ให้เช่ามอบให้ทนายความบอกเลิกการเช่ากับผู้เช่า ทนายได้ใช้คนนำหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาไปส่งแก่ผู้เช่ายัง สถานที่เช่า ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของผู้เช่า 2 ครั้ง ๆ แรกไม่พบ ครั้งที่ 2 ก็ไม่พบผู้เช่า จึงได้ให้คนอื่นที่ไปด้วยอธิบายบอก กล่าวที่ผู้ให้เช่าขอเลิกสัญญาเช่า ให้คนในที่นั้นทราบเป็นภาษาจีนคนในร้านผู้เช่าก็คงไม่ยอมรับหนังสือนั้นไว้อีก ทนายยังได้จัดการสือหนังสือนั้นไปยังผู้เช่าโดยทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับสลักหลังซองส่งยังสถานที่เช่ารายนี้อันเป็นถิ่นที่อยู่ของผู้เช่าอีกครั้งหนึ่งก็ ปรากฎว่าคนในที่นั้นหายอมรับหนังสือนั้นไม่ ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ให้เช่าพยายามส่งคำบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่ารายนี้ไปยังผู้เช่า เพื่อให้ผู้เช่าทราบโดยสมควรเท่าที่พอจะทำได้อยู่แล้ว ถือได้ว่าผู้ให้เช่าได้แสดงเจตนาในการนี้ไปยังผู้เช่าโดยชอบแล้ว มีสิทธิที่จะฟ้องคดีต่อศาลได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินด้วยกลฉ้อฉล: จำเลยต้องพิสูจน์การถูกหลอกลวงเพื่อหักล้างสัญญา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาต่ออำเภอขายที่พิพาทให้โจทก์แล้ว จึงขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท จำเลยให้การรับว่า ได้ไปทำสัญญาดังกล่าวจริง แต่แก้ไปว่าสัญญานี้เกิดจากโจทก์ใช้อุบายล่อลวงเป็นกลฉ้อฉลความจริงเป็นเรื่องเจตนาขายฝาก ดังนี้ จำเลยมีหน้าที่จะต้องสืบก่อน เพื่อหักล้างหลักฐานฝ่ายโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กลฉ้อฉลในสัญญาซื้อขาย จำเลยต้องนำสืบหักล้างหลักฐานโจทก์
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาต่ออำเภอขายที่พิพาทให้โจทก์แล้ว,จึงขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทจำเลยให้การ รับว่า ได้ไปทำสัญญาดังกล่าวจริง แต่แก้ไปว่ามสัญญานี้เกิดจากโจทก์ใช้อุบายล่อลวงเป็นกลฉ้อฉลความจริงเป็น เรื่องเจตนาขายฝากดังนี้ จำเลยมีหน้าที่จะต้องสืบก่อน เพื่อหักล้างหลักฐานฝ่ายโจทก./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 967/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอาศัย vs. เช่าช่วง: การเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายจากการดูแลต้นส้มและผลประโยชน์ร่วม
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยอาศัย ขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่ามิใช่อาศัย แต่เป็นการเช่าช่วงจากโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าตอนแรกจำเลยเข้ามาปลูกเรือนอยู่ในสวนพิพาทนั้น โดยเป็นการอาศัยโจทก์ แต่ต่อมาโจทก์ซื้อกิ่งส้มมาให้จำเลยปลูกและดูแลรักษาเพื่อแบ่งผลกัน พฤติการณ์ตอนหลังนี้ ฟังได้ว่าจำเลยอยู่ในสวนพิพาทในฐานะผู้ดูแลรักษาต้นส้มอันจำเลยมีผลประโยชน์ร่วมด้วย เมื่อทางพิจารณาไม่ได้ความชัดว่าการอยู่อาศัยกับการปลูกดูแลรักษาต้นส้มนั้นแยกขาดจากกัน ดังนี้จะชี้ขาดว่า พฤติการณ์ตอนหลังนี้เป็นเรื่องอาศัยไม่ถนัด โจทก์ฟ้องว่าจำเลยอาศัย แต่ข้อเท็จจริงในขณะฟ้องร้องกัน ฟังไม่ได้ดังฟ้องก็ต้องยกฟ้องโจทก์