ผลการค้นหาตามปี "2532" (2818 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2532
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตฟ้องแย้ง: กำหนดเวลาอุทธรณ์ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฟ้องแย้งอย่างคนอนาถา จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นก็ต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งภายใน 7 วันนับแต่วันทราบคำสั่งดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 วรรคท้าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 994/2532
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่อนุญาตเลื่อนคดีเนื่องจากไม่ยื่นบัญชีรายชื่อพยาน ศาลต้องพิจารณาเหตุป่วยของโจทก์ก่อน
ในวันนัดพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาคดี อ้างว่าตัวโจทก์ป่วย พร้อมทั้งแนบใบรับรองแพทย์มาด้วย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานจึงสิ้นสิทธิที่โจทก์จะนำพยานเข้าสืบไม่มีเหตุขอเลื่อน ให้ยกคำร้อง การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้พิจารณาเหตุแห่งการขอเลื่อนการพิจารณาของโจทก์ว่า ตัวโจทก์ป่วยจนไม่สามารถมาศาลได้หรือไม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบ เมื่อศาลอุทธรณ์เชื่อว่าตัวโจทก์ป่วยจริงก็ชอบที่จะอนุญาตให้โจทก์เลื่อนการพิจารณาคดีไป และพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 994/2532 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลื่อนการพิจารณาคดีและการสิ้นสิทธิในการสืบพยาน: เหตุป่วยของผู้โจทก์
การที่โจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ไม่เป็นเหตุที่จะนำมาพิจารณาว่าควรอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาคดีหรือไม่การพิจารณาว่าควรให้เลื่อนการพิจารณาหรือไม่นั้น ควรจะได้พิเคราะห์สั่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40.(ที่มา-ส่งเสริม)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 993/2532
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลสั่งงดบังคับคดีเมื่อมีเหตุผลสมควรและเพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 มิใช่เป็นบทบัญญัติที่ได้กำหนดหน้าที่ของเจ้าพนักงานงานบังคับคดีอย่างเดียว แต่ได้บัญญัติให้อำนาจศาลในอันที่จะมีคำสั่งงดการบังคับคดีได้เมื่อเห็นสมควรไว้ด้วย ส่วนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 นั้นเป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลสั่งงดการบังคับคดีได้ในเมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ยื่นฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งลูกหนี้ตามคำพิพากษาอาจจะชนะคดีและนำคดีนั้นมาหักกลบลบหนี้กันกับหนี้ตามคำพิพากษาที่กำลังบังคับคดีกันอยู่ แต่หากมีกรณีอื่นที่กฎหมายบัญญัติให้ศาลสั่งงดการบังคับคดีดังเช่นมาตรา 292(2)ศาลก็ย่อมมีอำนาจสั่งงดการบังคับคดีได้ และในการที่ศาลจะใช้ดุลพินิจสั่งให้งดการบังคับคดีหรือไม่นั้นศาลจะต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสียของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วยความเป็นธรรมโดยใช้วิจารณญาณประกอบด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 993/2532 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลสั่งงดบังคับคดีเมื่อมีเหตุผลสมควร และต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสียของทุกฝ่าย
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) มิใช่บทบัญญัติที่กำหนดหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีอย่างเดียวแต่ได้ให้อำนาจศาลในอันที่จะมีคำสั่งงดการบังคับคดีได้เมื่อเห็นสมควรไว้ด้วย การที่ศาลจะใช้ดุลพินิจสั่งให้งดการบังคับคดีหรือไม่นั้น ศาลจะต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสียของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วยความเป็นธรรม
ตามคำร้องของจำเลยที่ 2 นั้นข้อเท็จจริงน่าจะมีมูลตามที่กล่าวอ้างเพราะมีเงื่อนงำและเลศนัยอยู่ว่าโจทก์และพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต หากบังคับคดีให้จำเลยออกโฉนดที่พิพาทให้แก่โจทก์ อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและบุคคลภายนอกที่อาจจะรับโอนที่พิพาทต่อจากโจทก์โดยสุจริตได้ ดังนี้ กรณีมีเหตุสมควรงดการบังคับคดีในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ชั่วคราว.(ที่มา-ส่งเสริม)
ตามคำร้องของจำเลยที่ 2 นั้นข้อเท็จจริงน่าจะมีมูลตามที่กล่าวอ้างเพราะมีเงื่อนงำและเลศนัยอยู่ว่าโจทก์และพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต หากบังคับคดีให้จำเลยออกโฉนดที่พิพาทให้แก่โจทก์ อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและบุคคลภายนอกที่อาจจะรับโอนที่พิพาทต่อจากโจทก์โดยสุจริตได้ ดังนี้ กรณีมีเหตุสมควรงดการบังคับคดีในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ชั่วคราว.(ที่มา-ส่งเสริม)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2532
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประวิงคดีโดยจำเลย ศาลชอบที่จะไม่อนุญาตเลื่อนการสืบพยานและตัดพยานที่จำเลยขอสืบเพิ่มเติม
ในวันนัดสืบพยานจำเลยที่ 1 นัดแรก ซึ่งจำเลยที่ 1 ทราบล่วงหน้าเกือบ 2 เดือน ไม่มีพยานมาศาล ทนายจำเลยที่ 1 แถลงว่าจะสืบพยาน 4 ปาก คือ จำเลยที่ 1, ป., ส. และ ก. มิได้กล่าวอ้างว่าจะต้องส่งประเด็นไปสืบ ป.ที่ศาลอื่น ทั้งมิได้กล่าวถึง พ.ด้วยศาลให้เลื่อนคดีให้จำเลยที่ 1 มีเวลาเตรียมพยาน 1 เดือนเศษโดยกำชับไว้ว่าจะไม่ให้เลื่อนคดีอีกไม่ว่ากรณีใด ๆ จะให้สืบพยานเท่าที่สามารถนำมาศาลได้ ครั้นถึงวันนัด จำเลยที่ 1 สืบพยานได้เพียงตัวเองแล้วแถลงว่ายังติดใจสืบ ป. และ พ.ซึ่งจะส่งประเด็นไปสืบที่ศาลอื่นในข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ได้เบิกความไว้แล้ว ตามพฤติการณ์เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 ประวิงคดี ศาลไม่ให้เลื่อนคดีและให้ตัดพยานที่จะสืบต่อไปได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2532 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประวิงคดีโดยจำเลย การตัดพยาน และการกลับคำพิพากษา
ในวันนัดสืบพยานจำเลยที่ 1 นัดแรก จำเลยที่ 1 ไม่มีพยานมาศาล ศาลอนุญาตให้เลื่อนการนั่งพิจารณาโดยกำชับว่าจะไม่อนุญาตให้เลื่อนการนั่งพิจารณาอีกและให้จำเลยที่ 1นำพยานมาสืบให้เสร็จในนัดต่อไป ครั้นถึงวันนัดจำเลยที่ 1 เบิกความเป็นพยานด้วยตนเอง และขอส่งประเด็นไปสืบพยานจำเลยที่ 1 ยังศาลอื่นอีก 2 ศาลในประเด็นที่จำเลยที่ 1ได้เบิกความไปแล้ว เช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ประวิงคดี ชอบที่ศาลจะไม่อนุญาตให้เลื่อนการสืบพยานและให้ตัดพยานที่จำเลยที่ 1 ประสงค์จะสืบต่อไป.(ที่มา-ส่งเสริม)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 990/2532
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าซื้อผิดนัด ค่าเสียหาย/เบี้ยปรับสูงเกินควร ศาลลดค่าเสียหายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่ว่า เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธินำรถที่ได้คืนมาออกขาย ถ้าได้เงินไม่พอชำระราคาค่าเช่าซื้อที่ยังคงเหลืออยู่ ผู้เช่าซื้อยอมชำระเงินจำนวนที่ยังขาดอยู่จนครบและยอมเสียดอกเบี้ยในค่าเสียหายอัตราร้อยละ18 ต่อปีนั้น เป็นวิธีการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่งมีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับ หากกำหนดไว้สูงเกินส่วนศาลอาจลดลงเป็นจำนวนที่พอสมควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2532
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าซื้อผิดนัด: สิทธิผู้ให้เช่าซื้อในการเรียกค่าเสียหายจากการใช้ทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการติดตามเอารถคืน
ในกรณีที่มีการเลิกสัญญาเช่าซื้อเพราะผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อนั้น ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเข้าครอบครองรถยนต์คันที่เช่าซื้อ ริบเงินค่าเช่าซื้อที่ส่งแล้วและมีสิทธิเรียกค่าใช้ทรัพย์ตลอดเวลาที่ผู้เช่าซื้อครอบครองทรัพย์อยู่ภายหลังจากการเลิกสัญญาตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสามและถ้าทรัพย์สินที่คืนมาเสียหาย ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดนอกเหนือไปจากความเสียหายอันเกิดจากการใช้ทรัพย์โดยชอบ และต้องรับผิดสำหรับค่าใช้จ่ายในการติดตามเอารถยนต์ที่เช่าซื้อคืนมาให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2532 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าซื้อผิดนัด: สิทธิผู้ให้เช่าซื้อในการเรียกค่าเสียหายจากการใช้ทรัพย์และค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดสัญญาเช่าซื้อโดยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเข้าครอบครองรถยนต์คันที่เช่าซื้อ ริบเงินค่าเช่าซื้อที่ส่งแล้ว และมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเพราะการไม่ชำระหนี้ของผู้เช่าซื้อจนเป็นเหตุให้มีการเลิกสัญญา อันได้แก่ค่าใช้ทรัพย์ตลอดเวลาที่ผู้เช่าซื้อครอบครองทรัพย์อยู่ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 391 วรรคสาม และถ้าทรัพย์สินที่คืนมาเสียหาย ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดนอกเหนือไปจากความเสียหายอันเกิดจากการใช้ทรัพย์โดยชอบ.(ที่มา-ส่งเสริม)