Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2491 — หน้า 20

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับสารภาพภายหลังต่อสู้คดีเดิม: ศาลไม่วินิจฉัยประเด็นอำนาจสอบสวนเดิม
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์แม้จะไม่ปรากฏข้อความว่าให้ยืนยก แก้หรือกลับแต่ปรากฏข้อความว่าอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ซึ่งแสดงว่าพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั่นเอง ย่อมถูกต้องตามมาตรา 214 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว
ในชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ และต่อสู้ว่าผู้ทำการสอบสวนทำการสอบสวนโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ต่อมาจำเลยกลับให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์ทุกประการ ขอให้ลงโทษจำเลยแต่ในสถานเบาและแยกพิพากษาคดีส่วนตัวของจำเลยให้เสร็จสิ้นไปนั้น
เป็นการแสดงว่าจำเลยไม่ติดใจต่อสู้คดี ตามคำให้การฉบับแรกนั้นแล้ว ฉะนั้นข้อต่อสู้ของจำเลยชั้นเดิมที่ว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่เป็นปัญหาที่ศาลจะต้องยกขึ้นวินิจฉัยต่อไป
การที่จะฟังว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เพราะในการนี้อาจต้องพิจารณาถึงข้อบังคับทั้งหลายซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจเป็นข้อประกอบด้วยตามมาตรา 16 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับสารภาพหลังต่อสู้คดีเดิม ศาลไม่พิจารณาข้อต่อสู้เดิม และอำนาจสอบสวนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์แม้จะไม่ปรากฏข้อความว่าให้ยืน ยก แก้หรือกลับ แต่ปรากฏข้อความว่าอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ซึ่งแสดงว่า พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั่นเองซึ่ง ถูกต้องตามมาตรา 214 ป.วิ.อาญาแล้ว
ในชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ และต่อว่าผู้กระทำการสอบสวนทำการสอบสวนโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ต่อมาจำเลยกลับให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์ทุกประการ ขอให้ลงโทษจำเลยแต่ในสถานเบา และแยกพิพากษาคดีส่วนตัวของจำเลยให้เสร็จสิ้นไปนั้น เป็นการแสดงว่าจำเลยไม่ติดใจต่อสู้คดี ตามคำให้การฉะบับแรกนั้นแล้ว ฉะนั้นข้อต่อสู้ของจำเลยชั้นเดิมที่ว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่เป็น+ที่ศาลจะร้องยกขึ้นวินิจฉัย
+จะฟังว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เพราะในการนี้อาจต้องพิจารณาถึงข้อบังคับกฎหมายซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจเป็นข้อประกอบด้วย ตามมาตรา 16 ป.วิ.อาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายภาษีชั้นใน: การขนย้ายน้ำสุราข้ามตำบลตามกฎหมายเก่าและใหม่
พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน พ.ศ.2457 มิได้บัญญัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงเขตตำบลสำหรับขนย้ายน้ำสุราตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ.1248มาตรา 11 จากเขตนายอากรแขวงมาเป็นเขตตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ (อ้างฎีกา 667/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เขตการขนส่งน้ำสุรา: การตีความเปลี่ยนแปลงเขตตำบลตามกฎหมายภาษี
พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน พ.ศ. 2457 มิได้บัญญัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงเขตต์ตำบลสำหรับขนย้ายน้ำสุรา ตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 มาตรา 11 จากเขตต์นายอากรแขวง มาเป็นเขตต์ตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่
(อ้างฎีกา 667/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฝากทรัพย์ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ พยานบุคคลสำคัญกว่าใบรับฝาก
การฝากทรัพย์กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ โจทก์นำสืบพยานบุคคลแตกต่างไปจากใบฝากทรัพย์ที่โจทก์อ้างได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฝากทรัพย์ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานอื่นได้
การฝากทรัพย์กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือโจทก์นำสืบพยานบุคคลแตกต่างไปจากใบฝากทรัพย์ที่โจทก์อ้างได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง: ต้องมีเจตนาหลอกลวง ผู้ถูกหลอกเชื่อ และส่งทรัพย์ให้
ความสำคัญของความผิดฐานฉ้อโกง จะต้องปรากฏว่ามีเจตนาทุจริตกล่าวเท็จหลอกลวง ผู้ถูกหลอกลวงหลงเชื่อและส่งทรัพย์ให้ ฟ้องโจทก์ ปรากฏแต่เพียงว่าจำเลยกล่าวเท็จอย่างเดียวเท่านั้น ยังไม่เป็นองค์ความผิดฐานฉ้อโกง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง: ต้องมีเจตนาหลอกลวง ผู้ถูกหลอกเชื่อ และส่งทรัพย์ให้
ความสำคัญของความผิดฐานฉ้อโกง จะต้องปรากฏว่ามีเจตนาทุจจริตกล่าวเท็จหลอกลวง ผู้ถูกหลอกลวงหลงเชื่อ และส่งทรัพย์ให้ฟ้องโจทก์เพียงว่า จำเลยกล่าวเท็จอย่างเดียวเท่านั้น ยังไม่เป็นองค์ความผิดฐานฉ้อโกง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การระบุสถานที่ในฟ้องบุกรุกชัดเจนพอสมควร แม้ไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด
ฟ้องกล่าวว่า จำเลยบุกรุกที่นาของนายกูดภูแซมโชติที่ตำบลอีตื้อ อำเภอยางตลาดเขตศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และจำเลยได้ให้การแก้คดีว่า เป็นนาซึ่งนางจันทร ได้แบ่งและยกให้จำเลย ดังนี้ ถือได้ว่า ฟ้องได้ระบุสถานที่ชัดพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยในคดีเข้าใจได้ว่าเป็นนาแห่งใดแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การระบุสถานที่บุกรุกชัดเจนเพียงพอ แม้ไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ศาลไม่ถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม
ฟ้องกล่าวว่า จำเลยบุกรุกที่นาของนายกูด ภูแซมโชติ ที่ตำบลอีตื้อ อำเภอบางตลาดเขตต์ ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และจำเลยได้ให้การแก้คดีว่า เป็นนาซึ่งนางจันทรได้แบ่งและยกให้จำเลย ดังนี้ถือได้ว่า ฟ้องได้ระบุสถานที่ชัดพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยในคดีเข้าใจได้ว่าเป็นนาแห่งใดแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
of 94 ⏮ ◀ ▶ ⏭