Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2493 — หน้า 20

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 79/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม: การตกลงยกทรัพย์ให้บุตรแล้วถือเป็นเสร็จสิ้น แม้ผู้จัดการบางคนจะกลับใจ
พินัยกรรมที่กำหนดให้ผู้จัดการมรดกยกทรัพย์ให้บุตรคนใดคนหนึ่งของเจ้ามรดกนั้น ใช้ได้ตามมาตรา 1706 ข้อ 2
ผู้จัดการมรดกหลายคนครั้งแรกได้ตกลงพร้อมกันเป็นหนังสือว่าจะยกทรัพย์ให้แก่บุตรของเจ้ามรดกคนใดคนหนึ่งตามข้อกำหนดในพินัยกรรมแล้วแม้ภายหลังผู้จัดการมรดกส่วนมาก จะกลับใจยกทรัพย์ให้บุตรของเจ้ามรดกคนอื่นอีกก็ไม่มีผลเพราะถือว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการมรดกเสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อตกลงกันครั้งแรก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 79/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจจัดการมรดกตามพินัยกรรม: การตกลงของผู้จัดการมรดกมีผลผูกพัน แม้จะมีการกลับใจ
พินัยกรรม์ที่กำหนดให้ผู้จัดการมฤดกยกทรัพย์ให้บุตรคนใดคนหนึ่งของเจ้ามฤดกนั้น ใช้ได้ตามมาตรา 1706 ข้อ 2
ผู้จัดการมฤดกหลายคนครั้งแรกได้ตกลงพร้อมกันเป็นหนังสือว่าจะยกทรัพย์ให้แก่บุตรของเจ้ามฤดกคนใดคนหนึ่งตามข้อกำหนดในพินัยกรรม์แล้ว แม้ภายหลังผู้จัดการมฤดกส่วนมากจะกลับใจยกทรัพย์ให้บุตรของเจ้ามฤดกคนอื่นอีกก็ไม่มีผลเพราะถือว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการมฤดกเสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อตกลงกันครั้งแรก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 792/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีซ้ำโดยไม่เสนอพยานหลักฐานใหม่: ศาลยกฟ้องตามมาตรา 148 ว.พ.พ.
ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะโจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานนั้นถือว่าพยานหลักฐานของโจทก์ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) อันเป็นเหตุให้ศาลวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีว่า คำฟ้องโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนโจทก์จะมารื้อฟ้องขึ้นใหม่อีกไม่ได้ คดีต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 792/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีซ้ำโดยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน ศาลยกฟ้องตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.148
ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะดจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานนั้น ถือว่าพยานหลักฐานของโจทก์ต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 87(2) อันเป็นเหตุให้ศาลวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีว่า คำฟ้องโจทก์ไ่ม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน
โจทก์จะมารื้อฟ้องขึ้นใหม่อีกไม่ได้ คดีต้องห้ามตาม ป.ม.ว.แพ่งมาตรา 148

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งมรดกที่ดินร่วม: ศาลบังคับคดตามคำพิพากษา หากตกลงแบ่งไม่ได้ให้ขายทอดตลาดได้ แม้ผู้รับมรดกบางส่วนไม่ยินยอม
ศาลพิพากษาให้แบ่งมรดกที่ดินออกเป็น 2 ส่วน ให้โจทก์จำเลยได้คนละสวนเท่ากัน ถ้าไม่ตกลงในการแบ่งที่ดินในประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินกันนั้น ถ้าฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์แบ่งที่ดินหรือประมูลราคา ก็ต้องขายทอดตลาด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งมรดกที่ดินร่วม เมื่อตกลงแบ่งไม่ได้ ศาลบังคับขายทอดตลาดได้ แม้ผู้รับมรดกบางส่วนไม่ประสงค์
ศาลพิพากษาให้แบ่งมรดกที่ดินออกเป็น 2 ส่วน ให้โจทก์จำเลยได้คนละส่วนเท่ากัน ถ้าไม่ตกลงในการแบ่งที่ดินให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินกันนั้น ถ้าฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์แบ่งที่ดินหรือประมูลราคา ก็ต้องขายทอดตลาด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าเพื่อค้า ไม่คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า สัญญาเกิน 3 ปีใช้ได้แค่ 3 ปี
สัญญาเช่าที่ดินมีข้อความว่า เช่าเพื่อจะใช้เป็นแหล่งการค้าเสาไม้กระดาน และเครื่องอุปกรณ์และอื่นๆ หาปรากฏว่าจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยไม่และผู้เช่าซึ่งเป็นนิติบุคคลก็ได้ใช้ที่นี้เป็นที่ตั้งสำนักงานบริษัทของผู้เช่าดังนี้ เป็นการเช่าเพื่อประโยชน์ในการค้าโดยตรง ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ(อ้างฎีกาที่ 11/2492)
นิติบุคคลเช่าห้องแถว ให้คนงานของตนอยู่อาศัยในบริเวณที่ดินซึ่งนิติบุคคลนั้นเช่าตั้งสำนักงานประกอบการค้าขายนั้น ถือว่าเป็นการเช่าเพื่อประโยชน์แก่การค้าของนิติบุคคลนั้นเอง. ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
สัญญาเช่าทำกันเองในฉบับเดียวกันแบ่งเวลาเช่าเป็น 2 งวดงวดแรก3 ปี งวดหลัง 2 ปี ดังนี้ มีผลเท่ากับทำคราวเดียวกำหนด 5 ปี ฉะนั้นตามกฎหมายย่อมมีผลบังคับได้เพียง 3 ปีเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าเพื่อค้าขายไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ และระยะเวลาสัญญาเช่าที่กฎหมายรับรอง
สัญญาเช่าที่ดินมีข้อความว่า เช่าเพื่อจะใช้เป็นแหล่งการค้าเสาไม้กระดาน และเครื่องอุปกรณ์และอื่น ๆ หาปรากฏว่าจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยไม่ และผู้เช่าซึ่งเป็นนิติบุคคลก็ได้ใช้ที่นี้เป็นที่ตั้งสำนักงานบริษัทของผู้เช่า ดังนี้เป็นการเช่าเพื่อประโยชน์ในการค้าโดยตรง ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ (อ้างฎีกาที่ 11/2492)
นิติบุคคลเช่าห้องแถว ให้คนงานของตนอยู่อาศัยในบริเวณที่ดิน ซึ่งนิติบุคคลนั้นเช่าตั้งสำนักงานประกอบการค้าขายนั้น ถือว่าเป็นการเช่าเพื่อประโชน์แก่การค้าของนิติบุคคลนั้นเองไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
สัญญาเช่าทำกันเองในฉบับเดียวกันแบ่งเวลาเช่าเป็น 2 งวด ๆ แรก 3 ปี งวดหลัง 2 ปี ดังนี้ มีผลเท่ากับทำคราวเดียวกำหนด 5 ปี ฉะนั้นตามกฎหมายย่อมมีผลบังคับได้เพียง 3 ปีเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขาดนัดพิจารณาคดี: เหตุจำเป็นที่ทำให้มาศาลล่าช้า และการพิจารณาพยานโจทก์
ศาลกำหนดเวลานัดสืบพยานโจทก์ไว้เวลา 9.00 น. จนเวลา9.35 น. โจทก์และทนายก็ยังไม่มาศาล จำเลยขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปศาลจึงสั่งให้โจทก์ขาดนัดพิจารณาต่อมา 9.45 น. โจทก์และทนายกับพยานก็มาศาล แล้วยื่นคำร้องแสดงถึงเหตุจำเป็นที่ต้องมาศาลล่าช้ากว่ากำหนดและมีพยานมาพร้อมที่จะให้ศาลสืบได้ เช่นนี้ จะฟังว่าโจทก์จงใจขาดนัดยังไม่ถนัด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 783/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำในความผิดทำร้ายร่างกาย: การเปลี่ยนแปลงข้อหาในชั้นพิจารณา
โจทก์จำเลยถูกอัยการฟ้องหาว่า ต่อสู้ทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันบนถนนหลวง ศาลฟังว่าเป็นการทำร้ายฝ่ายเดียวได้ชื่อว่าทางพิจารณาต่างกับฟ้อง ดังนี้ โจทก์จะมาฟ้องจำเลยในการกระทำคราวนั้นอีกว่าจำเลยทำร้ายโจทก์ฝ่ายเดียวถึงบาดเจ็บไม่ได้ เป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)
(อ้างฎีกาที่2019/2492 ประชุมใหญ่)
of 130 ⏮ ◀ ▶ ⏭