ผลการค้นหาตามปี "2533" (2890 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2432/2533
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทุจริตในการเรียกร้องเช็คพิพาทโดยไม่สุจริต ถือเป็นเหตุไม่ต้องรับผิดตามเช็ค
จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อให้โจทก์นำไปเปลี่ยนเช็คเดิมจากเจ้าหนี้ด้วยเจตนาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ตามคำลวงของโจทก์ ทั้ง ๆ ที่ได้มีการชำระเงินตามเช็คเดิมแล้ว เช็คพิพาทย่อมไม่มีมูลหนี้ โจทก์จึงเป็นผู้ถือเช็คพิพาทไว้โดยไม่สุจริต จะถือว่าโจทก์ซึ่งใช้อุบายให้จำเลยออกเช็คพิพาทเป็นผู้ทรงโดยชอบหรือเป็นผู้รับโอนเช็คพิพาทมาจากเจ้าหนี้หาได้ไม่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามเช็คพิพาทต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2432/2533 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เช็คไม่มีมูลหนี้จากการหลอกลวงร่วมกันและถือเช็คโดยไม่สุจริต
จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อให้โจทก์นำไปเปลี่ยนเช็คเดิมจากเจ้าหนีด้วยเจตนาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ตามคำลวงของโจทก์ ทั้ง ๆ ที่ได้มีการชำระเงินตามเช็คเดิมแล้ว เช็คพิพาทจึงไม่มีมูลหนี้ โจทก์เป็นผู้ถือเช็คพิพาทไว้โดยไม่สุจริต จะถือว่าโจทก์ซึ่งใช้อุบายให้จำเลยออกเช็คพิพาทเป็นผู้ทรงโดยชอบหรือเป็นผู้รับโอนเช็คพิพาทมาจากเจ้าหนี้หาได้ไม่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามเช็คพิพาทต่อโจทก์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2430/2533 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำขอพิจารณาใหม่ต้องชัดเจนเหตุคัดค้านคำพิพากษา หากไม่ชัดเจน ศาลไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นอื่น
เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำขอให้พิจารณาใหม่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเหตุที่อ้างมาในคำขอเป็นคำกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีรายละเอียดชัดแจ้ง ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 208 วรรคสอง แล้ว ประเด็นที่ว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและจงใจขาดนัดพิจารณาหรือไม่ ศาลอุทธรณ์จึงไม่จำต้องวินิจฉัย
คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำเลยรับผิดต่อ โจทก์ไม่ชอบอย่างไร หากได้พิจารณาใหม่แล้วจำเลยจะชนะคดีได้อย่างไร แต่กลับไปคัดค้านคำพิพากษาของศาลอื่นซึ่งพิพากษาให้จำเลยในฐานะลูกหนี้โจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลย ร่วมกันชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ว่าจำนวนหนี้คลาดเคลื่อน และว่าโจทก์ด่วนไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งที่จำเลยกำลังเจรจาขอลดหนี้ตาม คำพิพากษาดังกล่าวอยู่ และแม้จำเลยจะกล่าวในคำขอด้วยว่า โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันในลักษณะลูกหนี้ร่วม จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในเงินที่ชำระไปแล้ว และโจทก์มิได้บอกกล่าวก่อนฟ้อง จะเรียกค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความเอาจากจำเลยไม่ได้ ก็เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่มีกฎหมายสนับสนุน ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล
คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำเลยรับผิดต่อ โจทก์ไม่ชอบอย่างไร หากได้พิจารณาใหม่แล้วจำเลยจะชนะคดีได้อย่างไร แต่กลับไปคัดค้านคำพิพากษาของศาลอื่นซึ่งพิพากษาให้จำเลยในฐานะลูกหนี้โจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลย ร่วมกันชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ว่าจำนวนหนี้คลาดเคลื่อน และว่าโจทก์ด่วนไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งที่จำเลยกำลังเจรจาขอลดหนี้ตาม คำพิพากษาดังกล่าวอยู่ และแม้จำเลยจะกล่าวในคำขอด้วยว่า โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันในลักษณะลูกหนี้ร่วม จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในเงินที่ชำระไปแล้ว และโจทก์มิได้บอกกล่าวก่อนฟ้อง จะเรียกค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความเอาจากจำเลยไม่ได้ ก็เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่มีกฎหมายสนับสนุน ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2430/2533
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำขอพิจารณาใหม่ต้องชัดเจนเหตุผลคัดค้านคำพิพากษาเดิม การอ้างเหตุผลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ถือเป็นข้อคัดค้าน
เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำขอให้พิจารณาใหม่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเหตุที่อ้างมาในคำขอเป็นคำกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีรายละเอียดชัดแจ้ง ถือ ไม่ได้ว่าเป็นข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 208 วรรคสอง แล้ว ประเด็นที่ว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและจงใจขาดนัดพิจารณาหรือไม่ ศาลอุทธรณ์จึงไม่จำต้องวินิจฉัย คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยมิได้กล่าวโดย ละเอียดชัดแจ้งว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำเลยรับผิดต่อ โจทก์ไม่ชอบอย่างไร หากได้ พิจารณาใหม่แล้วจำเลยจะชนะคดีได้ อย่างไร แต่ กลับไปคัดค้านคำพิพากษาของศาลอื่นซึ่ง พิพากษาให้จำเลยในฐานะ ลูกหนี้โจทก์ในฐานะ ผู้ค้ำประกันจำเลย ร่วมกันชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ว่าจำนวนหนี้คลาดเคลื่อน และว่าโจทก์ด่วนไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งที่จำเลยกำลังเจรจาขอลดหนี้ตาม คำพิพากษาดังกล่าวอยู่ และแม้จำเลยจะกล่าวในคำขอด้วย ว่า โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันในลักษณะลูกหนี้ร่วม จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ย ในเงินที่ชำระไปแล้วและโจทก์มิได้บอกกล่าวก่อนฟ้อง จะเรียกค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความเอาจากจำเลยไม่ได้ ก็เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่มีกฎหมายสนับสนุน ถือ ไม่ได้ว่าเป็นข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2533
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีสัญชาติ: การที่ยังไม่มีการถอนชื่อออกจากทะเบียนบ้าน ย่อมไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิและไม่มีอำนาจฟ้อง
การที่นายกเทศมนตรีจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดจำเลยที่ 2 อ้างว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนต่างด้าวขออนุมัติถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านนั้น เป็นเพียงความเห็นของจำเลยที่ 1 เมื่อเทศบาลยังมิได้ถอนชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนบ้าน กรณีก็ยังไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยเพิ่มชื่อโจทก์ลงในทะเบียนบ้าน หรือขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนสัญชาติไทย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2428/2533
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับผิดชอบตามเช็คของผู้สั่งจ่าย แม้มีการแลกเงินสด และประเด็นดอกเบี้ยเกินอัตรา
จำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบให้จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 3 นำมาแลกเงินสดจากโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้เงินตามเนื้อความในเช็คตาม ป.พ.พ. มาตรา 900,914,989ฉะนั้นการที่จำเลยที่ 3 นำเช็คพิพาทและเงินสดจากโจทก์ไปโดยโจทก์หักเป็นค่าดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ก็ตามก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 จะอ้างมาเพื่อไม่ต้องรับผิดหาได้ไม่ ดังนี้ เมื่อโจทก์ผู้ทรงเรียกเก็บเงินตามเช็คพิพาทไม่ได้ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คให้โจทก์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 24/2533 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานพยายามฆ่า แม้ไม่มีเจตนาแต่เล็งเห็นผลได้ ความมึนเมาไม่ใช่เหตุแก้ตัว
แม้จำเลยจะยิงผู้เสียหายโดยไม่มีเจตนาประสงค์ต่อผลคือความตาย เพราะผู้เสียหายกับจำเลยเป็นเพื่อนกันและยิงในขณะที่จำเลย มึนเมาสุรา แต่การที่จำเลยยกอาวุธปืนขึ้นเล็งแล้วยิงไปที่ ผู้เสียหายในระยะกระชั้นชิด จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงจะต้องไปถูกผู้เสียหาย จำเลยจะอ้างความมึนเมามาเป็นข้อแก้ตัวเพื่อให้พ้นความผิดไม่ได้
จำเลยยิงผู้เสียหายในระยะใกล้ กระสุนปืนถูกที่ท้องต้องรับการ รักษาโดยการผ่าตัด หากแพทย์รักษาไม่ทันผู้เสียหายอาจถึงแก่ความตายได้ เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายจำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า
จำเลยยิงผู้เสียหายในระยะใกล้ กระสุนปืนถูกที่ท้องต้องรับการ รักษาโดยการผ่าตัด หากแพทย์รักษาไม่ทันผู้เสียหายอาจถึงแก่ความตายได้ เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายจำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 24/2533
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยายามฆ่า: การยิงในขณะมึนเมา เล็งเห็นผลได้ แม้ไม่มีเจตนาประสงค์ต่อชีวิต
แม้จำเลยจะยิงผู้เสียหายโดยไม่มีเจตนาประสงค์ต่อผลคือความตาย เพราะผู้เสียหายกับจำเลยเป็นเพื่อนกันและยิงในขณะที่จำเลยมึนเมาสุรา แต่การที่จำเลยยกอาวุธปืนขึ้นเล็งแล้วยิงไปที่ผู้เสียหายในระยะกระชั้นชิด จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงจะต้องไปถูกผู้เสียหาย จำเลยจะอ้างความมึนเมามาเป็นข้อแก้ตัวเพื่อให้พ้นความผิดไม่ได้ จำเลยยิงผู้เสียหายในระยะใกล้ กระสุนปืนถูกที่ท้องต้องรับการรักษาโดยการผ่าตัด หากแพทย์รักษาไม่ทันผู้เสียหายอาจถึงแก่ความตายได้ เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 24/2533 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพยายามฆ่าโดยยิง แม้ไม่มีเจตนาประสงค์ต่อความตาย แต่เล็งเห็นผลได้ ความมึนเมาไม่ใช่เหตุแก้ตัว
แม้จำเลยจะยิงผู้เสียหายโดยไม่มีเจตนาประสงค์ต่อผลคือความตายเพราะผู้เสียหายกับจำเลยเป็นเพื่อนกันและยิงในขณะที่จำเลยมึนเมาสุรา แต่การที่จำเลยยกอาวุธปืนขึ้นเล็งแล้วยิงไปที่ผู้เสียหายในระยะกระชั้นชิด จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงจะต้องไปถูกผู้เสียหาย จำเลยจะอ้างความมึนเมามาเป็นข้อแก้ตัวเพื่อให้พ้นความผิดไม่ได้ จำเลยยิงผู้เสียหายในระยะใกล้ กระสุนปืนถูกที่ท้องต้องรับการรักษาโดยการผ่าตัด หากแพทย์รักษาไม่ทันผู้เสียหายอาจถึงแก่ความตายได้ เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายจำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2533 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ แม้ถูกด่าและเข้าทำร้ายก่อน ศาลยกฟ้อง
โจทก์ร่วมมีเรื่องขัดแย้งกับบุตรจำเลยโดยเป็นฝ่ายไปที่บ้านจำเลย ถึงแม้จำเลยด่าโจทก์ร่วม แต่ก็ยังไม่มีพฤติการณ์อื่นให้เห็นว่าจำเลยสมัครใจจะเข้าต่อสู้กับโจทก์ร่วมด้วยกำลังกาย ได้ความว่าโจทก์ร่วมมีรูปร่างใหญ่ แข็งแรงและหนุ่มกว่าจำเลยเข้าชกและกอดปล้ำจำเลยเป็นเวลานาน หากยังกอดปล้ำจำเลยต่อไปอาจทำให้จำเลยได้รับอันตรายแก่กายได้ จึงเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง การที่จำเลยใช้มีดแทงโจทก์ร่วม 2 ครั้ง จึงเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ.