ผลการค้นหาตามปี "2487" (551 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการนำสืบพยานเพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ถูกรื้อถอน แม้มีคำพิพากษาในคดีก่อนหน้า
ไนกรนีที่จำเลยรื้อเรือนนอกชานครัวและยุ้งข้าวที่ปลูกหยู่ไนที่ดินของโจทไปนั้น จำเลยมีสิทธิที่จะนำพยานบุคคลมาสืบว่าทรัพย์เหล่านั้นเปนของจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินในที่ดินของผู้อื่น
ในกรณีที่จำเลยรื้อเรือนนอกชานครัวและยุ้งข้าวที่ปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ไปนั้น จำเลยมีสิทธิที่จะนำพยานบุคคลมาสืบว่าทรัพย์เหล่านั้นเป็นของจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 679/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองเหรียญกษาปณ์เกินสมควรเพื่อใช้ในการค้าขาย ศาลยกฟ้องเนื่องจากจำนวนเงินเหมาะสมกับกิจการ
จำเลยตั้งร้านค้าขายบุหรี่และเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ มีสินค้าไนร้านประมานสามพันบาทได้มีเหรียนกสาปน์ไว้ไนครอบครองรวม 78 บาท 5 สตางค์ สาลดีกาเห็นว่า ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีไว้เกินสมควนหรือเกินจำเปนอันจะฟังว่าเปนผู้ทำการค้าเหรียนกสาปน์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 679/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองเหรียญกษาปณ์ไม่ถือเป็นการค้า หากมีไว้ไม่เกินสมควร
จำเลยตั้งร้านค้าขายบุหรี่และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ มีสินค้าในร้านประมาณสามพันบาท ได้มีเหรียญกษาปณ์ไว้ในครอบครองรวม 78 บาท 5 สตางค์ ศาลฎีกาเห็นว่า ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีไว้เกินสมควรหรือเกินจำเป็นอันจะฟังว่าเป็นผู้ทำการค้าเหรียญกษาปณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 677/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษปรับกรณีความผิดต่อเนื่อง พ.ร.บ.ทะเบียนพานิช สิทธิศาลในการกำหนดค่าปรับ
การที่โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ทเบียนพานิชนั้น สาลจะลงโทสรวมกันก็ได้ และจะกำหนดค่าปรับเท่าไรก็ได้เมื่อไม่เกินคั่นสูงที่กดหมายกำหนดไว้
กรนีทีกดหมายกำหนดไห้ปรับไม่เกินวันละ 20 บาท นั้น สาลจะปรับต่ำกว่า 1 บาทก็ได้
กรนีทีกดหมายกำหนดไห้ปรับไม่เกินวันละ 20 บาท นั้น สาลจะปรับต่ำกว่า 1 บาทก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 677/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ ศาลมีอำนาจกำหนดค่าปรับได้ตามความเหมาะสม แม้จะต่ำกว่าขั้นต่ำ
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์นั้น ศาลจะลงโทษรวมกันก็ได้และจะกำหนดค่าปรับเท่าไรก็ได้เมื่อไม่เกินขั้นสูงที่กฎหมายกำหนดไว้
กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ปรับไม่เกินวันละ 20 บาท นั้นศาลจะปรับต่ำกว่า 1 บาทก็ได้
กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ปรับไม่เกินวันละ 20 บาท นั้นศาลจะปรับต่ำกว่า 1 บาทก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะสมรสไม่มีของหมั้น ฟ้องค่าเสียหายไม่ได้
เพียงแต่สัญญาจะทำการสมรส แต่ไม่มีของหมั้น จะฟ้องเรียกค่าทดแทนฐานผิดสัญญาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาหมั้นต้องมีของหมั้น จึงจะเรียกค่าทดแทนจากการผิดสัญญาได้
เพียงแต่สัญญาจะทำการสมรส แต่ไม่มีของหมั้นจะฟ้องเรียกค่าทดแทนถานผิดสัญญาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข่มขู่เรียกเงินโดยอ้างอิทธิพล ตำรวจจับได้ มีความผิดตามกฎหมาย
จำเลยพูดขู่เข็นผู้เสียหายว่าจะไห้ตำหรวดจับ ถ้าไม่ไห้เงิน 35 บาท ผู้เสียหายมีความกลัวจึงได้ไห้เงินแก่จำเลยไป ดังนี้ จำเลยย่อมมีความผิดถานทำไห้เสื่อมเสียอิสรภาพ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข่มขู่เรียกทรัพย์โดยอาศัยความกลัว มีความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ
จำเลยพูดขู่เข็ญผู้เสียหายว่าจะให้ตำรวจจับ ถ้าไม่ให้เงิน 35 บาทผู้เสียหายมีความกลัวจึงได้ให้เงินแก่จำเลยไป ดังนี้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ