Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2529 — หน้า 211

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2529" (2237 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับสารภาพและการพิจารณาโทษในความผิดอาวุธปืน: เกณฑ์อัตราโทษต่ำสุดและดุลพินิจรอการลงโทษ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคแรก มิได้ถือเอาอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายบัญญัติเป็นข้อสำคัญ แต่ถือเอาอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปเป็นเกณฑ์ กล่าวคือ ในความผิดฐานใดที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป หรือความผิดที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษประหารชีวิตสถานเดียว แม้จำเลยให้การรับสารภาพ กฎหมายก็บังคับให้ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง จึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ คดีนี้เมื่อข้อหาความผิดตามที่โจทก์ฟ้องมีอัตราโทษอย่างสูงจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 20 ปี โทษจำคุกตลอดชีวิตนี้ถึงแม้จะเป็นโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก 5 ปี แต่ก็เป็นอัตราโทษอย่างสูง ส่วนอัตราโทษอย่างต่ำในความผิดฐานนี้ให้จำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ซึ่งศาลอาจลงโทษจำคุกจำเลยต่ำกว่าโทษจำคุกตลอดชีวิตลงมาจนถึงจำคุก 2 ปีได้ ดังนั้นเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่จำต้องสืบพยานประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยอีก
ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อน และเครื่องกระสุนปืนอันเป็นวัตถุแห่งการกระทำผิดฐานนี้ก็มีเพียง 3 นัด นอกจากนี้ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอีกกระทงหนึ่งนั้น ศาลชั้นต้นก็ได้พิพากษารอการลงโทษให้จำเลยและคดีเป็นอันยุติไปแล้ว ตามพฤติการณ์และเหตุผลแห่งรูปคดีเห็นสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยในความผิดฐานนี้ด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2529

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับสารภาพในคดีอาวุธปืน: ศาลไม่ต้องสืบพยานเพิ่มเติม หากอัตราโทษต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา176วรรคแรกมิได้ถือเอาอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายบัญญัตเป็นข้อสำคัญแต่ถือเอาอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่5ปีขึ้นไปเป็นเกณฑ์กล่าวคือในความผิดฐานใดที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่5ปีขึ้นไปหรือความผิดที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษประหารชีวิตสถานเดียวแม้จำเลยให้การรับสารภาพกฎหมายก็บังคับให้ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงจึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้คดีนี้เมื่อข้อหาความผิดตามที่โจทก์ฟ้องมีอัตราโทษอย่างสูงจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่2ปีถึง20ปีโทษจำคุกตลอดชีวิตนี้ถึงแม้จะเป็นโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก5ปีแต่ก็เป็นอัตราโทษอย่างสูงส่วนอัตราโทษอย่างต่ำในความผิดฐานนี้ให้จำคุกตั้งแต่2ปีขึ้นไปซึ่งศาลอาจลงโทษจำคุกจำเลยต่ำกว่าโทษจำคุกตลอดชีวิตลงมาจนถึงจำคุก2ปีได้ดังนั้นเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่จำต้องสืบพยานประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยอีก ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อนและเครื่องกระสุนปืนอันเป็นวัตถุแห่งการกระทำผิดฐานนี้ก็มีเพียง3นัดนอกจากนี้ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอีกกระทงหนึ่งนั้นศาลชั้นต้นก็ได้พิพากษารอการลงโทษให้จำเลยและคดีเป็นอันยุติไปแล้วตามพฤติการณ์และเหตุผลแห่งรูปคดีเห็นสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยในความผิดฐานนี้ด้วย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1213/2529

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความฟ้องเรียกร้องค่าประกันเนื่องจากส่งมอบสินค้าไม่ตรงตามตัวอย่าง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 504
จำเลยที่1ส่งมอบฝ้ายปุยที่โจทก์สั่งซื้อต่ำกว่าคุณสมบัติของฝ้ายตามตัวอย่างให้โจทก์โจทก์จึงฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระเงินประกันการปฏิบัติตามสัญญาเป็นการฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระเงินประกันเนื่องจากการที่จำเลยที่1ส่งมอบของไม่ตรงตามตัวอย่างต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา504อันมีอายุความ1ปีนับแต่เวลาส่งมอบกรณีไม่ต้องด้วยบทบัญญัติตามมาตรา164ซึ่งมีกำหนดอายุความ10ปีโจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อพ้นกำหนด1ปีนับแต่วันส่งมอบฝ้ายปุยไม่ตรงตามตัวอย่างคดีโจทก์จึงขาดอายุความ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1213/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความฟ้องเรียกค่าประกันจากสัญญาซื้อขายฝ้ายปุย: ฟ้องเกิน 1 ปี นับจากวันส่งมอบของไม่ตรงตามตัวอย่าง คดีขาดอายุความ
บรรยายฟ้องว่าเมื่อวันที่5มกราคม2524จำเลยที่1ส่งมอบฝ้ายปุยงวดที่3และที่4ต่ำกว่าคุณสมบัติของฝ้ายตามตัวอย่างแต่โจทก์มาฟ้องให้จำเลยทั้งสองชำระเงินประกันการปฏิบัติตามสัญญาเมื่อวันที่30กันยายน2525ซึ่งพ้นกำหนด1ปีนับแต่วันส่งมอบฝ้ายปุยไม่ตรงตามตัวอย่างคดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามป.พ.พ.มาตรา504เพราะกรณีนี้ถือว่าเป็นการฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระเงินประกันเนื่องจากจำเลยส่งมอบของไม่ตรงตามตัวอย่างไม่ต้องด้วยบทบัญญัติตามป.พ.พ.มาตรา164ซึ่งมีกำหนดอายุความ10ปี.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1213/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากการส่งมอบสินค้าไม่ตรงตามคุณสมบัติ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 504
จำเลยที่ 1 ส่งมอบฝ้ายปุยที่โจทก์สั่งซื้อต่ำกว่าคุณสมบัติของฝ้ายตามตัวอย่างให้โจทก์ โจทก์จึงฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระเงินประกันการปฏิบัติตามสัญญา เป็นการฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระเงินประกัน เนื่องจากการที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบของไม่ตรงตามตัวอย่าง ต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 504 อันมีอายุความ 1 ปี นับแต่เวลาส่งมอบ กรณีไม่ต้องด้วยบทบัญญัติตาม มาตรา 164 ซึ่งมีกำหนดอายุความ 10 ปี โจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันส่งมอบฝ้ายปุยไม่ตรงตามตัวอย่าง คดีโจทก์จึงขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1211/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เงินยืมทดรองจ่ายของพนักงานเพื่อประโยชน์ขององค์กร ไม่เข้าลักษณะสัญญาเงินยืม พนักงานไม่ต้องรับผิดคืน
โจทก์ฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย การวินิจฉัยปัญหาเช่นว่านี้ ศาลฎีกาจึงต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 640 และมาตรา 650 ลักษณะ 9 เรื่องยืม เป็นกรณีที่ผู้ให้ยืมให้ผู้ยืมใช้สอยทรัพย์สินที่ยืมเพื่อประโยชน์ของผู้ยืมหาใช่เพื่อประโยชน์ของผู้ให้ยืมไม่ การที่โจทก์ผู้ให้ยืมให้จำเลยยืมเงินไปเป็นการทดรองเพื่อให้จำเลยนำไปใช้สอยในกิจการของโจทก์เป็นประโยชน์ของโจทก์ผู้ให้ยืมเอง รูปเรื่องจึงปรับเข้าด้วยลักษณะ 9 เรื่องยืมแห่งบทบัญญัติกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยจึงผูกพันกันในลักษณะอื่นโดยเฉพาะ ต้องพิจารณาเจตนารมณ์ระหว่างคู่กรณีมุ่งผูกพันกันแค่ไหนอย่างไร การที่จำเลยลงชื่อในใบยืมเงินทดรองของโจทก์นั้นได้กระทำไปโดยตำแน่งหน้าที่ของจำเลยในฐานะพนักงานของโจทก์ในขอบเขตแห่งหน้าที่ของตนตามระเบียบแบบแผนของโจทก์ที่วางไว้เพื่อใช้ดำเนินงานของโจทก์โดยมอบให้ จ.ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของโจทก์ไปดำเนินการต่อไปเพื่อให้งานของโจทก์ดำเนินไปโดยเรียบร้อย แม้จะมีข้อบังคับให้ผู้ยืมต้องนำใบสำคัญคู่จ่ายที่ถูกต้องพร้อมทั้งเงินที่เหลือจ่ายส่งใช้แก่โจทก์ตามกำหนด ก็เป็นเรื่องกำหนดความรับผิดชอบของผู้ยืมไว้เป็นการเฉพาะเป็นหลักปฏิบัติงานในหน่วยงานของโจทก์เมื่อจำเลยมิได้อยู่ในฐานะของผู้ยืมตามกฎหมาย แต่เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่โดยชอบจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินรายพิพาทแก่โจทก์.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1211/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยืมเงินทดรองจ่ายเพื่อประโยชน์ของนายจ้าง ไม่ถือเป็นการยืมตาม ป.พ.พ. มาตรา 640, 650
การยืมตามป.พ.พ.มาตรา640,650เป็นกรณีที่ผู้ให้ยืมให้ผู้ยืมใช้สอยทรัพย์สินที่ยืมเพื่อประโยชน์ของผู้ยืมมิใช่เพื่อประโยชน์ของผู้ให้ยืมฉะนั้นการที่โจทก์ผู้ให้ยืมให้จำเลยยืมเงินทดรองจ่ายเพื่อให้จำเลยนำไปใช้สอยในกิจการของโจทก์จึงเป็นการยืมเพื่อประโยชน์ของผู้ให้ยืมเองแม้การยืมเงินทดรองจ่ายนี้จะมีข้อบังคับว่าผู้ยืมต้องนำใบสำคัญคู่จ่ายที่ถูกต้องพร้อมทั้งเงินที่เหลือจ่ายส่งคืนให้โจทก์ภายใน15วันมิฉะนั้นผู้ยืมจะต้องรับผิดถูกหักเงินเดือนหรือค่าจ้างก็ตามก็เป็นเรื่องกำหนดความรับผิดชอบของผู้ยืมไว้เป็นการเฉพาะเป็นหลักปฏิบัติงานในหน่วยงานของโจทก์ไม่เป็นการยืมตามลักษณะ9แห่งป.พ.พ.เมื่อจำเลยมิได้อยู่ในฐานะผู้ยืมแต่เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่โดยชอบจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินนี้แก่โจทก์.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1211/2529

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เงินยืมทดรองจ่ายเพื่อประโยชน์ของนายจ้าง ไม่เข้าลักษณะยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ ผู้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ไม่ต้องรับผิด
โจทก์ฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายการวินิจฉัยปัญหาเช่นว่านี้ศาลฎีกาจึงต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา640และมาตรา650ลักษณะ9เรื่องยืมเป็นกรณีที่ผู้ให้ยืมให้ผู้ยืมใช้สอยทรัพย์สินที่ยืมเพื่อประโยชน์ของผู้ยืมหาใช่เพื่อประโยชน์ของผู้ให้ยืมไม่การที่โจทก์ผู้ให้ยืมให้จำเลยยืมเงินไปเป็นการทดรองเพื่อให้จำเลยนำไปใช้สอยในกิจการของโจทก์เป็นประโยชน์ของโจทก์ผู้ให้ยืมเองรูปเรื่องจึงปรับเข้าด้วยลักษณะ9เรื่องยืมแห่งบทบัญญัติกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยจึงผูกพันกันในลักษณะอื่นโดยเฉพาะต้องพิจารณาเจตนารมณ์ระหว่างคู่กรณีมุ่งผูกพันกันแค่ไหนอย่างไรการที่จำเลยลงชื่อในใบยืมเงินทดรองของโจทก์นั้นได้กระทำไปโดยตำแน่งหน้าที่ของจำเลยในฐานะพนักงานของโจทก์ในขอบเขตแห่งหน้าที่ของตนตามระเบียบแบบแผนของโจทก์ที่วางไว้เพื่อใช้ดำเนินงานของโจทก์โดยมอบให้จ.ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของโจทก์ไปดำเนินการต่อไปเพื่อให้งานของโจทก์ดำเนินไปโดยเรียบร้อยแม้จะมีข้อบังคับให้ผู้ยืมต้องนำใบสำคัญคู่จ่ายที่ถูกต้องพร้อมทั้งเงินที่เหลือจ่ายส่งใช้แก่โจทก์ตามกำหนดก็เป็นเรื่องกำหนดความรับผิดชอบของผู้ยืมไว้เป็นการเฉพาะเป็นหลักปฏิบัติงานในหน่วยงานของโจทก์เมื่อจำเลยมิได้อยู่ในฐานะของผู้ยืมตามกฎหมายแต่เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่โดยชอบจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินรายพิพาทแก่โจทก์.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1209-1210/2529

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับคดี การอายัดทรัพย์ และการชำระหนี้นอกศาล ศาลมีอำนาจยกคำร้องขอถอนอายัดได้หากยังไม่มีหลักฐานการชำระหนี้
โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่2ตามคำพิพากษาเมื่อจำเลยที่2ไม่ชำระหนี้โจทก์ย่อมจะขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีอายัดเงินของจำเลยที่2เพื่อนำมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้การที่จำเลยที่2ยื่นคำร้องว่าชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์แล้วโดยปรากฏตามคำร้องของจำเลยที่2ว่าการชำระหนี้ดังกล่าวเป็นการกระทำนอกศาลเมื่อโจทก์แถลงว่ายังไม่ได้รับชำระหนี้ทั้งในสำนวนก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่2ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์แล้วดังนี้จำเลยที่2จะอ้างเหตุดังกล่าวเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งถอนการอายัดหาได้ไม่กรณีไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา295เป็นเรื่องที่จำเลยจะไปว่ากล่าวกับโจทก์เป็นอีกเรื่องหนึ่งศาลชอบที่จะสั่งยกคำร้องของจำเลยที่2เสียได้โดยไม่จำต้องไต่สวนพยานตามคำร้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1209-1210/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับคดีและการอ้างการชำระหนี้นอกศาล ศาลมีอำนาจยกคำร้องถอนอายัดหากไม่ปรากฏหลักฐานการชำระหนี้
โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 2 ตามคำพิพากษา เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ชำระหนี้ โจทก์ย่อมจะขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีอายัดเงินของจำเลยที่ 2 เพื่อนำมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่าชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์แล้ว โดยปรากฏตามคำร้องของจำเลยที่ 2 ว่า การชำระหนี้ดังกล่าวเป็นการกระทำนอกศาล เมื่อโจทก์แถลงว่ายังไม่ได้รับชำระหนี้ ทั้งในสำนวนก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์แล้ว ดังนี้ จำเลยที่ 2 จะอ้างเหตุดังกล่าวเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งถอนการอายัดหาได้ไม่ กรณีไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 เป็นเรื่องที่จำเลยจะไปว่ากล่าวกับโจทก์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ศาลชอบที่จะสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 เสียได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนพยานตามคำร้อง
of 224 ⏮ ◀ ▶ ⏭