Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2530 — หน้า 212

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2530" (2613 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1819/2530

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าเช่าบังคับจำนอง: ต้องเป็นค่าเช่าที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ค่าเช่าคาดหมาย
ค่าเช่าอันเป็นดอกผลนิตินัยที่จะพึงบังคับจำนองได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 721 นั้น ต้องเกิดจากการเช่าที่มีอยู่ก่อนและขณะผู้รับจำนองบอกกล่าวบังคับจำนอง ไม่ใช่ค่าเช่าที่คาดหมายว่าอาจให้เช่าได้จำนวนหนึ่งโดยไม่มีการเช่าอยู่เลย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2530

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยิงกันโดยสมัครใจและการป้องกันตัว: ศาลพิจารณาเหตุแห่งการกระทำและลดโทษตามสมควร
น. เป็นพี่สาวของจำเลย ผู้ตายทะเลาะกับ น. จำเลยเข้าไปห้ามทำให้ผู้ตายไม่พอใจ แล้วผู้ตายกับจำเลยใช้อาวุธปืนยิงซึ่งกันและกันในทันทีทันใดนั้นหลายนัด แสดงว่าต่างสมัครใจทำร้ายซึ่งกันและกัน และขณะนั้นพี่น้องและหลานของจำเลยวิ่งออกจากร้านที่เกิดเหตุแล้ว จำเลยจะอ้างว่าผู้ตายยิงจำเลยก่อนจำเลยจึงยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตัวจำเลย พี่น้องและหลานของจำเลยหาได้ไม่
พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุที่ผู้ตายถืออาวุธปืนข่มขู่ชวนวิวาทตลอดเวลานับว่าผู้ตายมีส่วนในการก่อเหตุคดีนี้ด้วย ประกอบกับจำเลยก็ให้การรับในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ สมควรวางโทษและลดโทษจำเลยให้เบาลงตามความเหมาะสมของพฤติการณ์แห่งคดี.(ที่มา-ส่งเสริม)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2530 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การระบุวรรคของมาตรา 340 ในความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน ศาลฎีกาแก้ไขคำพิพากษาให้ถูกต้อง
จำเลยกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี โดยไม่ระบุมาตรา 340 วรรคใดนั้น ไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ถูกต้องเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2530

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกำหนดมาตรากฎหมายที่ถูกต้องสำหรับความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ
จำเลยกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี โดยไม่ระบุมาตรา 340 วรรคใดนั้น ไม่ถูกต้องศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ถูกต้องเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน: การระบุวรรคของมาตรา 340 ในคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นคนร้ายปล้นทรัพย์โดยจำเลยที่ 1 มีอาวุธปืนติดตัวเพื่อกระทำผิด การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 340 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 340 โดยไม่ได้ระบุวรรคใด นั้นไม่ถูกต้อง สมควรระบุเสียให้ถูกต้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1811/2530

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฎีกาข้อหาพยายามฆ่าและบุกรุก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเพราะเป็นการฎีกาข้อเท็จจริงในส่วนที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362,364,365(2)(3),288,289(4),80,81,90,91 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,81 และมาตรา365 และความผิดดังกล่าวเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทจึงลงโทษตามมาตรา 288,81 อันเป็นบทหนักให้จำคุก 1 ปี และรอการลงโทษไว้ 3 ปี ยกคำขออื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 28881 ด้วย คงลงโทษในความผิดกรรมนี้ตามมาตรา 365 ให้จำคุก 6เดือน และรอการลงโทษไว้ 3 ปี ดังนี้ มีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,289(4) ประกอบด้วยมาตรา 80 โจทก์จึงฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงในข้อหาความผิดดังกล่าวไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1811/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาที่โจทก์ไม่สามารถอุทธรณ์คดีอาญาได้เนื่องจากศาลอุทธรณ์ยกฟ้องในข้อหาเดิมที่ฟ้องไว้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,364, 365 (2) (3), 288, 289 (4), 80, 81, 90, 91 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 81 และมาตรา 365 และความผิดดังกล่าวเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทจึงลงโทษตามมาตรา 288, 81 อันเป็นบทหนักให้จำคุก 1 ปี และรอการลงโทษไว้ 3 ปี ยกคำขออื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 81 ด้วย คงลงโทษในความผิดกรรมนี้ตามมาตรา 365 ให้จำคุก 6 เดือน และรอการลงโทษไว้ 3 ปี ดังนี้ มีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 289 (4) ประกอบด้วยมาตรา 80 โจทก์จึงฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงในข้อหาความผิดดังกล่าวไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1809/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสนับสนุนการกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลลงโทษได้แม้ฟ้องว่าเป็นการกระทำความผิดร่วมกัน
การที่จำเลยที่ 2 ทำหน้าที่ปิดเปิดประตูบ้านให้จำเลยที่ 1 และที่ 4 ซึ่งพาผู้ซื้อเข้าไปดูเฮโรอีนที่บ้านและหลังจากนั้นจำเลยที่ 2 เดินออกจากบ้านพร้อมจำเลยที่ 1 ซึ่งนำเฮโรอีนไปส่งแก่ผู้ซื้อก็ดี การที่จำเลยที่ 3 เจรจาซื้อขายเฮโรอีนกับผู้ซื้อก็ดี และการที่จำเลยที่ 4 เข้าร่วมกับจำเลยที่ 3 เจรจาซื้อขายเฮโรอีนกับผู้ซื้อ เมื่อผู้ซื้อถามถึงเรื่องส่งมอบ จำเลยที่ 4 ไปตามจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของผู้ครอบครองเฮโรอีนมาเจรจาก็ดี เมื่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มิได้ร่วมครอบครองเฮโรอีนด้วย การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ในการขายเฮโรอีน จึงเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 ในการมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเป็นเพียงผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดดังกล่าว เมื่อข้อแตกต่างมิใช่ข้อสาระสำคัญและจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1809/2530

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสนับสนุนการกระทำความผิดฐานมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้ไม่ได้ร่วมครอบครอง ศาลลงโทษได้
การที่จำเลยที่ 2 ทำหน้าที่ปิดเปิดประตูบ้านให้จำเลยที่1 และที่ 4 ซึ่งพาผู้ซื้อเข้าไปดูเฮโรอีนที่บ้านและหลังจากนั้นจำเลยที่ 2 เดินออกจากบ้านพร้อมจำเลยที่ 1 ซึ่งนำเฮโรอีนไปส่งแก่ผู้ซื้อก็ดี การที่จำเลยที่ 3 เจรจาซื้อขายเฮโรอีนกับผู้ซื้อก็ดี และการที่จำเลยที่ 4 เข้าร่วมกับจำเลยที่ 3 เจรจาซื้อขายเฮโรอีนกับผู้ซื้อ เมื่อผู้ซื้อถามถึงเรื่องส่งมอบ จำเลยที่ 4 ไปตามจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของผู้ครอบครองเฮโรอีนมาเจรจาก็ดี เมื่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มิได้ร่วมครอบครองเฮโรอีนด้วย การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ในการขายเฮโรอีน จึงเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 ในการมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเป็นเพียงผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดดังกล่าว เมื่อข้อแตกต่างมิใช่ข้อสาระสำคัญและจำเลยมิได้หลงต่อสู่้ ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1808/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งที่เคลือบคลุมและขาดเหตุตามกฎหมาย ศาลยกคำร้อง
คำร้องของ ผู้ร้องที่ว่ากรรมการตรวจคะแนนอ่านบัตรที่กาเครื่องหมายไม่ถูกต้อง บัตรมีตำหนิ และบัตรที่ไม่กาเครื่องหมายของผู้สมัครว่าเป็นบัตรดีนั้น เป็นคำร้องที่ไม่ได้ระบุให้แน่ชัดว่าที่ว่าบัตรกาเครื่องหมายไม่ถูกต้องนั้น กาเครื่องหมายอย่างไร จะเป็นบัตรปลอมหรือบัตรที่กาเครื่องหมายเกินหรือไม่ก็ไม่อาจจะทราบได้ส่วนที่อ้างว่าบัตรมีตำหนิ จะเป็นตำหนิ อย่างไรโดยใคร ไม่พอทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นบัตรเสียประเภทใด แม้คำร้องของ ผู้ร้องจะระบุว่ามีเอกสารท้ายคำร้องหมาย 1 ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำร้องก็ตามแต่เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงรายการแจ้งผลคะแนนหน่วยเลือกตั้งและชื่อ กรรมการตรวจคะแนนเท่านั้น ไม่มีรายการบัตรเสียหรือบัตรดีว่ามีจำนวนเท่าใด ผู้ร้องเพียงแต่กล่าวคลุม ๆ มารวม 281 หน่วยโดยไม่บรรยายให้ทราบว่ากรรมการตรวจคะแนนในหน่วยเลือกตั้งใดอ่านบัตรเสียของผู้สมัครหมายเลข 2 ว่าเป็นบัตรดี และอ่านบัตรที่กากบาทเครื่องหมายล้ำช่องของผู้ร้องว่าเป็นบัตรเสียในหน่วยเลือกตั้งใด จำนวนเท่าใดในแต่ละหน่วยที่ทำเช่นนั้น จึงไม่พอที่จะให้ผู้คัดค้านเข้าใจข้อหาได้ ข้ออ้างของผู้ร้องข้อนี้จึงเคลือบคลุม ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนไม่อยู่ในเขตเลือกตั้ง อำเภอบ้านฝาง รวม 38 หน่วย จำนวนคะแนน1,540 คะแนน โดยผู้สมัครหมายเลข 2 จดหมายเลขบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปให้กรรมการตรวจคะแนนสำหรับตรวจและลงหมายเลขประจำตัวให้ผู้อื่นใช้สิทธิเลือกตั้งแทนนั้น เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ผู้ร้องไม่ได้ระบุชื่อ ผู้ถูกใช้สิทธิเลือกตั้งแทนในหน่วยไหนจำนวนเท่าใด แม้คำร้องของ ผู้ร้องจะระบุว่ามีเอกสารท้ายคำร้องหมาย 2 และ 3 ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำร้องแต่เอกสารท้ายคำร้องก็ไม่มีรายชื่อ ของบุคคลที่ถูกใช้สิทธิแทนแต่อย่างใด ผู้ร้องเพียงแต่กล่าวคลุม ๆ มารวม 38 หน่วย เป็นการยากที่ผู้คัดค้านจะเข้าใจข้อกล่าวหาของผู้ร้องได้ ข้ออ้างของผู้ร้องจึงเคลือบคลุม ส่วนที่ผู้ร้องระบุเหตุคัดค้านการเลือกตั้งว่าประธานกรรมการตรวจคะแนนอำเภอบ้านฝางจำนวน 7 หน่วย เข้าไปดู คูหาลงคะแนน และต่อว่าคนที่เลือกผู้ร้อง ผู้สมัครหมายเลข 2ให้เงินราษฎรบ้านแก่นเท่าหน่วยเลือกตั้งที่ 3 คนละ 20 บาท และหลังเลือกตั้งแล้วผู้สมัครหมายเลข 2 มอบหอกระจายข่าวให้แก่บ้านหนองกุง หน่วยเลือกตั้งที่ 6 นั้น หากจะทำการพิจารณาต่อไปและฟังได้ว่าเป็นความจริง การกระทำเช่นนั้นเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 35แห่ง พ.ร.บ. การเลือกตั้งฯ ซึ่งมีโทษตามมาตรา 84 แต่มิใช่เหตุที่จะร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตามมาตรา 78.
of 262 ⏮ ◀ ▶ ⏭