Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2479 — หน้า 22

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2479" (630 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2479

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขคำพิพากษาในข้อหาข่มขืน: การเปลี่ยนแปลงทั้งตัวบทและอัตราโทษ
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปีตาม ม.276 -243 ศาลอุทธรณ์แก้จำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน ตามมาตรา 243 แต่บทเดียวเป็นการแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2479

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยักยอกทรัพย์: การรับฝากแล้วนำไปจำนำมีมูลอาญา แม้มีการคืนทรัพย์บางส่วน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับฝากของแล้วเอาไปจำนำเสียโจทก์จะเอาคืนจำเลยไม่มีคืนให้ และโจทก์ได้อ้างตัวเองเบิกความเป็นพะยานรับรองฟ้องนั้นแล้ว เพียงเท่านั้นเรียกได้ว่าคดีมีมูลทางอาญา พอที่จะประทับฟ้องดำเนินการพิจารณาต่อไปได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 511/2479

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำโดยบรรดาโทษะและการลดโทษในคดีทำร้ายร่างกายถึงแก่ความตาย
ผู้ตายพูดขอยืมเงินจำเลย จำเลยไม่ให้ผู้ตายไม่ฟังยังพูดขอยืมเรื่อย ๆ จนจำเลยรำคาญลุกขึ้นหนีไป ผู้ตายยังตามไปอีกและพูดเป็นเชิงว่าเงินบาทเดียวไม่ให้หรือ แล้วผู้ตายเอาไม้ตีจำเลยก่อนจำเลยจึงทำร้ายตอบไปบ้างเรียกว่าเป็นการกระทำโดยบรรดาลโทษะการลงโทษจำเลยตาม ม.251 นั้น ถ้าหากมีเหตุควรลดโทษจำเลยตาม ม.55 อีกศาลก็ลดโทษตามมาตรานี้ได้ คำรับสารภาพของจำเลยนั้นแม้จำเลยจะรับในบางส่วนถ้าหากเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ก็อยู่ในดุลยพินิจของศาลที่ลดโทษให้ตาม ม.59 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2479

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเท็จและเบิกความเท็จต้องพิสูจน์เจตนาจำเลยรู้ว่าเป็นเท็จแล้วจึงฟ้องหรือเบิกความ
ในคดีเรื่องฟ้องเท็จและเบิกความเท็จเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้ปราศจากความสงสัยว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จแล้วนำมาฟ้องโจทก์ในคดีเรื่องก่อนและเบิกความประกอบคดี เพียงแต่คดีเรื่องก่อนจำเลยสืบไม่สมตามฟ้องศาลจึงพิพากษายกฟ้องจำเลยเสียเช่นนี้ยังลงโทษจำเลยมิได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2479

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนายักยอกเงินหุ้นส่วน: โจทก์ต้องพิสูจน์การทุจริตเพื่อเป็นความอาญา
ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้หนึ่งรับเงินไว้แล้วเอาไปใช้เสียยังหามีความผิดฐานยักยอกไม่โจทก์ต้องพิศูจน์ให้เห็นเจตนาทุจจริตของจำเลยว่ามีเจตนายักยอก มิฉะนั้นเป็นเพียงคดีแพ่งที่จะฟ้องเรียกร้องกันเท่านั้น หน้าที่นำสืบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502-505/2479

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาต้องระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายชัดเจน หากมิฉะนั้นศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัย
ฎีกาที่ไม่ระบุข้อเท็จจริงแลข้อกฎหมายขึ้นมา แม้แต่โดยย่อนั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501/2479

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดร่วมกันของนายประกันและการบังคับชำระหนี้จากนายประกันคนใดคนหนึ่ง
นายประกันหลายคนเข้าทำการรับประกันตัวจำเลยต่อศาล ถ้าหากจำเลยหนีไปนายประกันทุกคนจะต้องรับผิดร่วมกัน และศาลจะบังคับเอาแก่นายประกันคนหนึ่งคนใดในจำนวนค่าประกันทั้งหมดก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 500/2479

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับสินบน/สินจ้างเพื่อเอื้อประโยชน์ในหน้าที่ราชการ แม้ไม่ใช่การนอกหน้าที่ ก็ถือเป็นความผิด
สัญญาให้สินน้ำใจอันจะเป็นผิดตาม ม.1+7 นั้นจะต้องปรากฎว่าได้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่บุคคลผู้ให้สินน้ำใจ ความผิดตาม ม.137 นั้นผู้กระทำไม่จำเป็นต้องทำการนอกเหนือจากหน้าที่ เพียงแต่รับสินจ้างเพื่อช่วยเหลือกิจการในหน้าที่ก็เป็นผิดตามมาตรานี้ได้ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.213 ฎีกาอุทธรณ์ อำนาจศาลฎีกา เหตุลักษณคดี ฟ้องหาว่าจำเลยให้แลรับสินน้ำใจซึ่งกันและกัน เมื่อไม่ปรากฎว่าสัญญานั้นเป็นสัญญารับสินบน แม้จำเลยคนใดคนหนึ่งจะมิได้ฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องตลอดถึงคนที่ไม่ฎีกาด้วยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 499/2479

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้าราชการรับสินจ้างช่วยเหลือประทานบัตร์ทำเหมืองแร่ สัญญาเป็นโมฆะ
เจ้าพนักงานรังวัดที่ดินทำสัญญารับสินจ้างรางวัลจากบุคคลภายนอก เพื่อช่วยเหลือในข้อขัดข้องบางอย่างในการร้องขอประทานบัตร์ทำเหมืองแร่นั้น ต้องด้วยข้อห้ามตามพ.ร.บ.ระเบียนข้าราชการพลเรือน ม.42-43 สัญญานั้นเป็นโมฆะ สุภาษิตกฎหมาย บุคคลที่มาขอความช่วยเหลือจากศาลต้องมาโดยมือบริสุทธิ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 498/2479

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาให้รางวัลข้าราชการหาที่ดินทำเหมืองแร่ไม่ขัดกฎหมาย หากทำนอกเวลาราชการและไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่
อย่างไรไม่เรียกว่าเป็นสัญญาที่ขัดต่อกฎหมาย สัญญาที่มีข้อความตกลงให้สินจ้างรางวัลแก่ข้าราชการในการทีให้ขายที่ดินเพื่อทำเหมืองแร่ โดยปรากฎว่าข้าราชการผู้นั้นได้ทำในเวลาพักผ่อนราชการ แลราชการที่ทำก็ไม่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ราชการในการทำเหมืองแร่ดังนี้ หาเรียกว่าเป็นสัญญาที่ขัดต่อกฎหมายหรือพระราชบัญญัติระเบียบราชการพลเรือนไม่
of 63 ⏮ ◀ ▶ ⏭