Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2486 — หน้า 22

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2486" (600 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 674/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำโดยประมาทเลินเล่อ และการคาดหมายผลแห่งการกระทำ
พรึคติการน์ที่ถือว่าจำเลยไม่คาดจะแลเห็นผลแห่งการกะทำของตน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 674/2486

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำโดยประมาทเลินเล่อและการขาดเจตนาทำร้ายร่างกาย
จำเลยกับผู้เสียหายและผู้อื่นอีกหลายคนต่างขึ้นเขาไปหามูลค้างคาวในถ้ำ จำเลยขึ้นไปก่อนเมื่อถึงปากถ้ำจึงหยิบก้อนหินก้อนหนึ่งโตเท่าผลมะพร้าวขนาดย่อมทุ่มลงมาถูกผู้เสียหายบาดเจ็บ เมื่อปรากฏว่าจำเลยกับผู้เสียหายอยู่ห่างไกลกันทางที่ปืนเขาขึ้นมาก็คดเคี้ยวและมีต้นไม้บังไม่ได้เป็นร่องซึ่งหินจะต้องกลิ้งลงไปตามร่องเท่านั้นถือไม่ได้ว่าจำเลยอาจจะแลเห็นผลว่าหินนั้นจะทำให้บุคคลอื่นบาดเจ็บ เป็นเพียงจำเลยคนองมือปราศจากความระมัดระวังจำเลยไม่มีเจตนาทำร้ายไม่เป็นความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2486

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ยักยอกทรัพย์โดยพี่สะใภ้: เจตนาทุจริตเบียดบังทรัพย์สิน
จำเลยเป็นพี่สะใภ้ผู้เสียหาย ผู้เสียหายป่วยจำเลยมาเยี่ยมผู้เสียหายจึงฝากสร้อยคอทองคำสายสมอ 1 สายไว้แก่จำเลย เมื่อหายป่วยผู้เสียหายไปขอคืน ครั้งแรกจำเลยว่าไม่ให้ผู้เสียหายว่าเป็นของตน จำเลยก็ไม่โต้เถียง ครั้งที่สองผู้เสียหายไปขอสร้อยคืนอีกจำเลยก็ปฏิเสธอีกว่าสร้อยอยู่ที่จำเลยกลัวจะไม่ได้หรือผู้เสียหายก็ไม่ว่ากระไร ต่อมาจำเลยนำสร้อยคอไปยุบ ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความจำเลยกลับปฏิเสธว่าไม่ได้รับฝากทรัพย์เลย เห็นว่าจำเลยไม่ต้องการคืนสายสร้อยให้ผู้เสียหาย มาตั้งแต่ต้นโดยถืออำนาจญาติผู้ใหญ่มาข่มขู่ พฤติการณ์เห็นได้ชัดว่าจำเลยได้คิดทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์นั้นไว้เพื่อประโยชน์ตนตั้งแต่ต้น มีความผิดฐานยักยอก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาทุจริตเบียดบังทรัพย์สินของญาติผู้ให้ฝากไว้ โดยมีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงการคืนและปฏิเสธการรับทรัพย์
พรึติการน์ที่ถือได้ว่าจำเลยได้มีเจตนาทุจริตคิดเบียดบังเอาทรัพย์ที่เจ้าทุขได้ฝากไว้ เพื่อประโยชน์ของตน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนและข้อกำหนดเรื่องตัวแทน
ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทเบียนไปทำสัญญาไนนามของห้างหุ้นส่วน ๆ ย่อมมีอำนาดฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญานั้นได้
ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทเบียนนั้นแม้ตั้งผู้จัดการไว้สองคน ผู้จัดการแต่ละคนก็มีอำนาดจัดการได้ตามลำพัง
ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญจดทเบียนไปทำสัญญาไนนามของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่ตกหยู่ไนบังคับ ม. 801,804 แห่งประมวนแพ่งฯ
สาลไม่สงสัยความแท้จิงของไบมอบอำนาดไห้ฟ้องความและอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่คัดค้านความแท้จิงดังนี้ ไม่ต้องทำตามแบบไน ม. 47 แห่ง ป.ม.วิธีพิจารนาความแพ่ง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2486

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน และการใช้ใบมอบอำนาจ
ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนไปทำสัญญาในนามของห้างหุ้นส่วนห้างหุ้นส่วนย่อมมีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญานั้นได้ ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนนั้นแม้ตั้งผู้จัดการไว้สองคน ผู้จัดการแต่ละคนก็มีอำนาจจัดการได้ตามลำพัง ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนไปทำสัญญาในนามของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่ตกอยู่ในบังคับ มาตรา 801,804แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ศาลไม่สงสัยความแท้จริงของใบมอบอำนาจให้ฟ้องความและอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่คัดค้านความแท้จริง ดังนี้ ไม่ต้องทำตามแบบใน มาตรา 47แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 671/2486

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำผิดฐานไม่ขึ้นทะเบียนทหารเป็นความผิดเฉพาะครั้งนั้น แม้มีประกาศขยายเวลา แต่หากกระทำผิดก่อนหน้าประกาศก็ยังคงเป็นความผิด
ความผิดฐานไม่ไปขึ้นทะเบียนทหารภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้โดยไม่มีข้อแก้ตัวตามกฎหมายนั้น เกิดขึ้นในขณะที่ละเลยไม่ไปขึ้นทะเบียนภายในกำหนดของกฎหมาย ครั้งเดียวมิได้เป็นความผิดต่อเนื่องเรื่อยๆ มา ประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงวันที่ 28 ธ.ค.2483ที่ให้ยืดกำหนดเวลาขึ้นทะเบียนทหารตามพ.ร.บ.รับราชการทหาร (ฉบับที่ 3) 2483 มาตรา 17 ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2484 นั้น มีผลเพียงไม่ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการว่าจำเลยกระทำผิดเท่านั้น ฉะนั้นหากจำเลยกระทำผิดไว้แล้วก็ต้องถือว่า การกระทำผิดของจำเลยมีอยู่อย่างเดิม มิใช่เพิ่งกระทำผิดเมื่อพ้นกำหนดประกาศของรัฐมนตรี จำเลยไม่ขึ้นทะเบียนทหารเป็นความผิดเมื่อ วันที่ 1 ก.พ. แต่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดวันที่ 1 มี.ค. ดังนี้แม้จำเลยรับสารภาพก็ต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 671/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกำหนดวันความผิดฐานไม่ขึ้นทะเบียนทหารและการขยายเวลาดำเนินการทางกฎหมาย
ความผิดถานไม่ไปขึ้นทเบียนทหานพายไนระยะเวลาที่กดหมายกำหนดไห้โดยไม่มีข้อแก้ตัวตามกดหมายนั้นเกิดขึ้นไนขนะที่ละเลยไม่ไปขึ้นทเบียนพายไนกำหนดของกดหมาย ครั้งเดียวมิได้เปนความผิดต่อเนื่องเรื่อย ๆ มา.
ประกาสของรัถมนตรีว่าการกะซวงกลาโหม ลงวันที่ 28 ธ.ค. 2483 ที่ไห้ยืดกำหนดเวลาขั้นทเบียนทหานตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาน(ฉบับที่ 3) 2483 ม. 17 ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2484 นั้น มีผลเพียงไม่ไห้เจ้าหน้าที่ดำเนินการว่าจำเลยกะทำผิดเท่านั้น ฉะนั้นหากจำเลยกะทำผิดไว้แล้วก็ต้องถือว่า การกะทำผิดของจำเลยมีหยู่หย่างเดิม มิไช่เพิ่งกะทำผิดเมื่อพ้นกำหนดประกาสของรัถมนตรี.
จำเลยไม่ขึ้นทเบียนทหานเปนความผิดเมื่อวันที่ 1 ก.พ. แต่โจทฟ้องว่าจำเลยทำผิดวันที่ 1 มี.ค. ดังนี้แม้จำเลยรับสารภาพก็ต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 669/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวเกินสมควรทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
พรึติการน์ที่ไม่ถือว่าเปนการป้องกันตัวพอสมควนแก่เหตุ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 669/2486

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ป้องกันตัวเกินสมควร: การโต้เถียงด้วยมีดและการบาดเจ็บ
จำเลยเป็นบุตรคนโตของผู้ตาย ผู้ตายได้ไล่ให้จำเลยพาลูกเมียไปอยู่ที่อื่น จำเลยไม่ยอมไปผู้ตายจึงหยิบมีดโต้ลุกขึ้นยืนจำเลยก็หยิบมีดเล่มหนึ่งลุกขึ้นยืนเหมือนกัน ผู้ตายได้ฟันมาก่อนถูกเสาระเบียงเรือน จำเลยได้ฟันตอบไปบ้างถูกผู้ตายที่คอข้างซ้ายหลอดคอขาดหนังติดอยู่ข้างขวาประมาณ 3 นิ้วการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ
of 60 ⏮ ◀ ▶ ⏭