Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2496 — หน้า 22

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2496" (727 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ นิยาม 'ฝิ่น' ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น: แม้มีสิ่งเจือปนก็ถือเป็นฝิ่นได้
ตาม พ.ร.บ. ฝิ่น พ.ศ.2472 คำว่า "ฝิ่น" หมายความว่า (1) ฝิ่นดิบซึ่งจะเป็นฝิ่นบริสุทธิก็ดี หรือมีสิ่งอื่นผสมอยู่ด้วยเป็น รูปหรือของปรุงใด ๆ ก็ดี (2) ฝิ่นสุก แม้จะไม่มีคำวิเคราะห์ศัพท์ไว้ ก็เมื่อฝิ่นดิบมีสิ่งอื่น ๆ เจือปนคือเสมือนว่าสิ่งที่เจือ ปนเป็นฝิ่นแล้ว เมื่อทำให้ฝิ่นสุก สิ่งเจือปนก็ย่อมถือเสมือนว่าเป็นฝิ่นด้วย./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความคำว่า 'ฝิ่น' ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 แม้มีสิ่งเจือปนก็ถือเป็นฝิ่นได้
ตาม พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 คำว่า 'ฝิ่น' หมายความว่า(1) ฝิ่นดิบซึ่งจะเป็นฝิ่นบริสุทธิก็ดี หรือมีสิ่งอื่นผสมอยู่ด้วยเป็นรูปหรือของปรุงใดๆ ก็ดี (2) ฝิ่นสุกแม้จะไม่มีคำวิเคราะห์ศัพท์ไว้ก็เมื่อฝิ่นดิบมีสิ่งอื่นๆ เจือปนถือเสมือนว่าสิ่งที่เจือปนเป็นฝิ่นแล้วเมื่อทำให้ฝิ่นสุก สิ่งเจือปนก็ย่อมถือเสมือนว่าเป็นฝิ่นด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 648/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำลายโบราณสถาน: ศาลต้องสืบข้อเท็จจริงว่ากำแพงเป็นส่วนหนึ่งของพระปรางค์หรือไม่ ก่อนพิพากษา
กรมศิลปากรได้ออกประกาศกำหนด 'พระปรางค์วัดหน้าพระธาตุฯลฯ' เป็นโบราณสถานแม้โจทก์จะบรรยายฟ้องกล่าวว่า จำเลยทำลายกำแพงพระปรางค์วัดหน้าพระธาตุ แต่ก็บรรยายมาด้วยว่ากำแพงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพระปรางค์ ดังนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องนำสืบข้อเท็จจริงกัน เป็นรายๆไปว่า กำแพงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพระปรางค์หรือไม่ จะด่วนพิพากษายกฟ้องเสียโดยวินิจฉัยว่า ตามประกาศมิได้กำหนดเอากำแพงพระปรางค์เป็นโบราณสถานด้วยนั้น ยังไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 648/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำลายโบราณสถาน: ศาลต้องสืบข้อเท็จจริงว่ากำแพงเป็นส่วนหนึ่งของพระปรางค์หรือไม่ ก่อนพิพากษา
กรมศิลปากรได้ออกประกาศกำหนด "พระปรางค์วัดหน้าพระธาตุ ฯลฯ" เป็นโบราณสถาน แม้โจทก์จะบรรยายฟ้อง กล่าวว่า จำเลยทำลายกำแพงพระปรางค์วัดหน้าพระธาตุ แต่ก็บรรยายมาด้วยว่า กำแพงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพระ ปรางค์ ดังนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องนำสืบข้อเท็จจริงกัน เป็นราย ๆ ไปว่า กำแพงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพระปรางค์หรือไม่ จะด่วนพิพากษายกฟ้อง เสียโดยวินิจฉัยว่า ตามประกาศมิได้กำหนดเอากำแพงพระปรางค์เป็นโบราณสถานด้วย นั้น ยังไม่ชอบ./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 646/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สมคบกันฆ่า: พฤติการณ์ร่วมกันไปในที่เกิดเหตุ, หนีไปด้วยกัน, และมีสาเหตุขัดแย้งเป็นหลักฐานสนับสนุน
สองคนไปเรียกให้เขาเปิดประตู แล้วคนหนึ่งยิงเขาตายแล้วหนีไปด้วยกันฟังได้ว่าทั้งสองคนสมคบกันเป็นตัวการยิงเขาตายด้วยกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องแย้งและการเปลี่ยนแปลงคำให้การในคดีมรดก: ศาลไม่รับฟ้องแย้งที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับฟ้องเดิม และไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงคำให้การขัดแย้งกับเดิม
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่านาและสวนพิพาท ซึ่งเป็นของผู้ตายตกเป็นมรดกแก่โจทก์ ผู้เป็นป้า
จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้รับมรดก เพราะผู้ตายเป็นบุตรจำเลยแต่มารดาผู้ตายซึ่งเป็นภรรยาจำเลยนั้น ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน จำเลยจึงขอให้ถือว่าเป็นฟ้องแย้ง ขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่าผู้ตายเป็นบุตรจำเลยดังนี้วินิจฉัยว่าฟ้องแย้งเป็นคนละส่วนจากฟ้องเดิม ศาลย่อมไม่รับเป็นฟ้องแย้ง
จำเลยยื่นคำให้การในชั้นแรกว่า นาและสวนพิพาทอันตกเป็นมรดกนั้น เป็นของผู้ตาย ภายหลังยื่นคำให้การเพิ่มเติมว่า นาและสวนพิพาทเป็นของมารดาผู้ตาย จำเลยครอบครองมาตั้งแต่มารดาผู้ตายตาย ดังนี้ ขัดกับคำให้การเดิม ศาลย่อมไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมคำให้การเช่นนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับมรดก: สิทธิการรับมรดกของบุตรนอกกฎหมายและข้อจำกัดในการเปลี่ยนแปลงคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่านาและสวนพิพาท ซึ่งเป็นของผู้ตายตกเป็นมรดกแก่โจทก์ ผู้เป็นป้า.
จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้รับมรดก เพราะผู้ตายเป็นบุตรจำเลย แต่มารดาผู้ตายซึ่งเป็นภรรยาจำเลยนั้น ไม่ได้ จดทะเบียนสมรสกัน จำเลยจึงขอให้ถือว่าเป็นฟ้องแย้ง ขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่าผู้ตายเป็นบุตรจำเลย ดังนี้ วินิจฉัยว่าฟ้องแย้งเป็นคนละส่วนจากฟ้องเดิม ศาลย่อมไม่รับเป็นฟ้องแย้ง.
จำเลยยื่นคำให้การในชั้นแรกว่า นาและสวนพิพาทอันตกเป็นมรดกนั้น เป็นของผู้ตาย ภายหลังยื่นคำให้การเพิ่ม เติมว่า นาและสวนพิพาทเป็นของมารดาผู้ตาย จำเลยครอบครองมาตั้งแต่มารดาผู้ตาย,ตาย ดังนี้ ขัดกับคำให้การ เดิม ศาลย่อมไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมคำให้การเช่นนี้./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 640/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเบิกเกินบัญชีและผลของการนำเช็คเข้าบัญชีช้า: แม้จะเกิน 6 เดือน ก็ไม่กระทบความรับผิดของผู้สั่งจ่ายเช็ค
จำเลยเปิดบัญชีเดินสะพัดกับธนาคารโจทก์ ต่อมาจำเลยยืมเงินธนาคารโจทก์ 1 แสนบาท ธนาคารจึงออกเช็คจำ นวนเงิน 1 แสนบาทให้จำเลย จำเลยเอาเช็คเข้าบัญชีจำเลยแล้วจำเลยออกเช็คของธนาคารโจทก์จ่ายเงิน 1 แสน
บาทแก่ธนาคารโจทก์แต่ลงวันล่วงหน้า 1 เดือน เช่นนี แม้ธนาคารโจทก์จะเพิ่งเอาเช็คที่จำเลยออกให้ ดังกล่าวเข้าบัญชีเดินสะพัดของจำเลยด้านจ่ายเมื่อเกิน6 เดือนแล้วก็ตาม ก็เป็นเรื่องเช็คของธนาคารโจทก์ซึ่งจำเลย เป็นผู้สั่งจ่ายให้ธนาคารโจทก์ เมื่อไม่มีเงินในธนาคารตามเช็คนี้แล้ว การเอาเช็คเข้าบัญชีช้าหรือเร็วก็ไม่มีผลแก่ จำเลยอย่างใด./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 640/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเบิกเกินบัญชีและผลของการนำเช็คเข้าบัญชีช้า การรับผิดของผู้สั่งจ่ายเช็ค
จำเลยเปิดบัญชีเดินสะพัดกับธนาคารโจทก์ต่อมาจำเลยยืมเงินธนาคารโจทก์ 1 แสนบาท ธนาคารจึงออกเช็คจำนวนเงิน1 แสนบาทให้จำเลยจำเลยเอาเช็คเข้าบัญชีจำเลยแล้วจำเลยออกเช็คของธนาคารโจทก์จ่ายเงิน 1 แสนบาทแก่ธนาคารโจทก์แต่ลงวันล่วงหน้า 1 เดือน เช่นนี้แม้ธนาคารโจทก์จะเพิ่งเอาเช็คที่จำเลยออกให้ ดังกล่าวเข้าบัญชีเดินสะพัดของจำเลยด้านจ่ายเมื่อเกิน 6 เดือนแล้วก็ตาม ก็เป็นเรื่องเช็คของธนาคารโจทก์ซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายให้ธนาคารโจทก์ เมื่อไม่มีเงินในธนาคารตามเช็คนี้แล้ว การเอาเช็คเข้าบัญชีช้าหรือเร็วก็ไม่มีผลแก่จำเลยอย่างใด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 639/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอุทธรณ์คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ: การพิจารณาที่ไม่ครบองค์คณะและสุจริตในการพิจารณา
หนังสือตั้งอนุญาโตตุลาการ 7 นาย ไม่ได้กล่าวว่าต้องนั่งพิจารณาครบ 7 คนทุกครั้งอนุญาโตตุลาการขาดไปครั้งละ 2-3 คน โดยไม่ปรากฏว่าอนุญาโตตุลาการที่มาเจตนาไม่ให้อนุญาตโตตุลาการคนอื่นได้นั่งพิจารณาด้วยไม่เรียกว่าอนุญาโตตุลาการทำการโดยไม่สุจริตจะถือเป็นเหตุอุทธรณ์คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ได้
of 73 ⏮ ◀ ▶ ⏭