ผลการค้นหาตามปี "2524" (1454 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีจำนองโดยอ้อม แม้ไม่มีการจดจำนอง แต่การโอนทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงหนี้เป็นเหตุให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ
ม. เจ้าของที่ดินกู้เงินโจทก์โดยนำโฉนดที่ดินพิพาทมาให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน โดยระบุไว้ในสัญญากู้ว่าได้นำโฉนดที่พิพาทมาจำนองไว้ภายใน 3 ปี แม้จะไม่มีผลบังคับในทางจำนอง แต่การที่ ม. เอาที่ดินพิพาทไปโอนให้ผู้ร้องโดยเสน่หาหลังจากกู้เงินจากสามีโจทก์ไปเพียง 15 วัน ม. ย่อมรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ การที่โจทก์ลงชื่อในฐานะเจ้าของที่ดินข้างเคียงเมื่อผู้ร้องทั้งสามแยกการครอบครองกันเป็นส่วนสัดและยื่นเรื่องราวขอแบ่งแยกโฉนด ก็เป็นเรื่องปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น มิใช่เป็นการสละสิทธิที่จะบังคับคดีต่อไปกรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 โจทก์มีสิทธินำยึดที่ดินพิพาทเพื่อขายทอดตลาดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีจำนองโดยอ้อม และการโอนที่ดินเพื่อหลีกเลี่ยงหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิยึดที่ดินได้
ม. เจ้าของที่ดินกู้เงินโจทก์โดยนำโฉนดที่ดินพิพาทมาให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน โดยระบุไว้ในสัญญากู้ว่าได้นำโฉนดที่พิพาทมาจำนองไว้ภายใน 3 ปี แม้จะไม่มีผลบังคับในทางจำนอง แต่การที่ ม. เอาที่ดินพิพาทไปโอนให้ผู้ร้องโดยเสน่หาหลังจากกู้เงินจากสามีโจทก์ไปเพียง 15 วัน ม. ย่อมรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ การที่โจทก์ลงชื่อในฐานะเจ้าของที่ดินข้างเคียง เมื่อผู้ร้องทั้งสามแยกการครอบครองกันเป็นส่วนสัดและยื่นเรื่องราวขอแบ่งแยกโฉนด ก็เป็นเรื่องปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น มิใช่เป็นการสละสิทธิที่จะบังคับคดีต่อไป กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 โจทก์มีสิทธินำยึดที่ดินพิพาทเพื่อขายทอดตลาดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดนายจ้างต่อการกระทำของลูกจ้างในทางการจ้าง แม้มีการมอบหมายให้ลูกจ้างอีกคนขับรถ
ป. ลูกจ้างของจำเลยได้ขับรถยนต์ของจำเลยไปปฏิบัติหน้าที่ตามทางการที่จ้าง แล้วขับรถกลับเพื่อจะนำไปเก็บยังที่เก็บรถของจำเลย ระหว่างทาง ป. ได้มอบให้ อ.ลูกจ้างของจำเลยอีกคนหนึ่งขับรถยนต์คันดังกล่าวไปเก็บยังที่เก็บแทน แล้วเกิดเหตุชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์เสียหายด้วยความประมาทของ อ. ถือได้ว่าขณะเกิดเหตุชนกันเป็นการกระทำของลูกจ้างจำเลยในทางการที่จ้าง จำเลยจึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัยเมื่อรถยนต์เข้าเป็นหุ้นส่วนของนิติบุคคล
แม้จำเลยที่ 1 ได้นำเอารถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ช.ย.03316เข้าเป็นหุ้นของห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากจำเลยที่ 1 แล้วก็ตาม จำเลยที่ 1 ก็ยังเป็นผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยอยู่นั่นเอง เมื่อวินาศภัยเกิดขึ้นแก่โจทก์ในระหว่างเอาประกันภัย ซึ่งจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบแล้ว จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ในนามของจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยค้ำจุน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ลูกจ้างรายงานเท็จเพื่อรับค่าแรง ย่อมเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้
ผู้คัดค้านมีหน้าที่ตัดผ้าใบ แล้วไม่ตัดผ้าใบตามคำสั่งกลับทำรายงานเท็จว่าตัดเสร็จแล้ว เพื่อแสวงหาประโยชน์จากเงินค่าแรงที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ย่อมถือได้ว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(1)(2) จึงเป็นความผิดทางวินัยดังระบุไว้ตามข้อบังคับของผู้ร้อง ผู้ร้องมีสิทธิเลิกจ้างได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 469/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เงินกองทุนสงเคราะห์กับการจ่ายค่าชดเชย: ข้อบังคับภายในองค์กรไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงานได้
เงินที่การประปานครหลวงจ่ายจากกองทุนสงเคราะห์ตามข้อบังคับซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการประปานครหลวงฯ มิใช่ค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานฯแม้ตามข้อบังคับนั้นให้ถือว่าเงินกองทุนสงเคราะห์เป็นค่าชดเชยก็ไม่ชอบ ไม่มีผลบังคับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความคำว่า 'บิดา' ในประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 337: ต้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 ลงวันที่ 13ธันวาคม 2515 มีความว่า 'ให้ถอนสัญชาติไทยของบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาเป็นคนต่างด้าวหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว ฯลฯ' คำว่า 'บิดา' ดังกล่าวน่าจะหมายถึงบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งจะเห็นได้ว่า คำว่า 'บิดา'ที่ใช้ในพระราชบัญญัติสัญชาติฯ มาตรา 7,8,14,15,17,21 และ 24 ซึ่งมีความหมายถึงบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายก็ไม่ได้ระบุใช้คำว่า 'บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย' ไว้แต่อย่างใด เว้นแต่กรณีใดประสงค์จะเน้นให้แตกต่างจากบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงจะบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งเช่นในมาตรา 18 ที่ระบุว่า มารดาเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นต้น ดังนั้นคำว่าบิดาเป็นคนต่างด้าวตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวจึงหมายความถึงว่าบิดาที่เป็นคนต่างด้าวจะต้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบเอกสารปลอมไม่ถือเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานใช้เอกสารปลอม
จำเลยปลอมเอกสารมอบให้ ส.ส. นำเอกสารปลอมที่ได้รับจากจำเลยไปแสดงต่อเจ้าพนักงานตำรวจโดยลำพังตนเอง จำเลยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เพียงแต่จำเลยมอบเอกสารปลอมให้ ส. เท่านั้นยังถือไม่ได้ว่า จำเลยเป็นผู้ก่อให้ส. กระทำผิดฐานใช้เอกสารปลอม อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 84
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่โต้แย้งคำสั่งศาลระหว่างพิจารณาคดี ทำให้สิทธิในการอุทธรณ์สละสิ้น
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย นัดฟังคำพิพากษา 10 วันต่อมา จำเลยไม่โต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณานี้ จึงอุทธรณ์ขอสืบพยานต่อไปไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 461/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการจดทะเบียนโอนที่ดิน: สัญญาจะซื้อจะขาย vs. คำพิพากษาตามยอม และการฉ้อฉล
จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำสัญญาจะแบ่งขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ไว้แล้ว ได้นำที่พิพาทไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความขาย ให้แก่จำเลยที่3 ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 โอนขายที่พิพาทให้จำเลยที่ 3 โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้ขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมดังกล่าวเพราะทำให้โจทก์ซึ่งอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนโอนที่พิพาทได้อยู่ก่อนเสียเปรียบ แต่ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 เข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทกับจำเลยที่1 ที่ 2 โดยรู้เท่าถึงความจริงอันเป็นทางให้โจทก์ เสียเปรียบ จึงไม่เป็นการฉ้อฉล จำเลยที่ 3 ซึ่งมีสิทธิ ตามคำพิพากษาย่อมอยู่ในฐานะที่จะจดทะเบียนสิทธิได้ก่อนโจทก์ ซึ่งมีเพียงสัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทกับจำเลยที่1 ที่ 2