ผลการค้นหาตามปี "2529" (2237 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาการครอบครองลูกระเบิด: ไม่ถือว่าผิดฐานมีลูกระเบิดในครอบครองหากแสดงเจตนาเปิดเผยและไม่มีเจตนาปิดบัง
สิบเอกน.นำลูกระเบิดของกลางที่เบิกมาใช้ในราชการไปขอให้จำเลยซึ่งเป็นช่างทาสีช่วยทาสีให้เพราะลูกระเบิดเป็นสนิมแล้วสิบเอกน.ไปที่อื่นจะกลับมาเอาในเวลาใกล้กันนั้นจำเลยทาสีแล้ววางลูกระเบิดไว้บนโต๊ะซึ่งอยู่ใกล้กับที่ที่จำเลยทาสีโดยบุคคลทั่วไปสามารถมองเห็นได้แสดงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาปิดบังพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวไม่พอถือได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานมีลูกระเบิดไว้ในความครอบครองอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองลูกระเบิดโดยไม่มีเจตนาปิดบังพฤติการณ์ ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาวุธปืน
สิบเอกน. นำลูกระเบิดของกลางที่เบิกมาใช้ในราชการไปขอให้จำเลยซึ่งเป็นช่างทาสีช่วยทาสีให้เพราะลูกระเบิดเป็นสนิมแล้วสิบเอกน. ไปที่อื่นจะกลับมาเอาในเวลาใกล้กันนั้นจำเลยทาสีแล้ววางลูกระเบิดไว้บนโต๊ะซึ่งอยู่ใกล้กับที่ที่จำเลยทาสีโดยบุคคลทั่วไปสามารถมองเห็นได้แสดงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาปิดบังพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวไม่พอถือได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานมีลูกระเบิดไว้ในความครอบครองอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 577/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เหตุหย่า: การขายทรัพย์สินที่ยกให้, การสืบพยานนอกฟ้อง, และพฤติการณ์เจ้าชู้ของโจทก์
หลังจากโจทก์แยกกับจำเลยไปอยู่กับมารดาโจทก์แล้วคงปล่อยให้จำเลยอยู่บ้านพร้อมกับบุตรตามลำพังโดยไม่เคยส่งเสียอุปการะเลี้ยงดูจำเลยและบุตรเยี่ยงสามีภรรยาและบิดามารดากับบุตรที่ดินที่ปลูกบ้านก็เป็นที่ดินของคนอื่นซึ่งต้องการที่ดินคืนจำเลยจึงได้ขายบ้านหลังนี้ไปโดยพลการมิได้ปรึกษาหารือโจทก์เนื่องจากจำเลยมีเหตุจำเป็นดังกล่าวและเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ยกให้แก่จำเลยแล้วถือไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำตนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีหรือภรรยากันอย่างร้ายแรงโจทก์จะยกเอาเป็นข้ออ้างเป็นเหตุในการฟ้องหย่าหาได้ไม่ โจทก์มิได้บรรยายฟ้องไว้เลยว่าหลังจากโจทก์จำเลยแยกกันอยู่แล้วจำเลยตามไปรังควานโจทก์ฉะนั้นการที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยตามไปทำลายประตูบ้านโจทก์และเอาอุจจาระไปป้ายที่นอนของโจทก์จึงเป็นการสืบนอกฟ้องศาลไม่อาจนำมาวินิจฉัยเป็นเหตุหย่าได้ โจทก์เป็นคนชอบดื่มสุราและเป็นคนเจ้าชู้ชอบติดพันหญิงอื่นฐานชู้สาว การที่จำเลยต่อว่าต่อขานถึงเรื่องดังกล่าวเป็นครั้งคราวจริงบ้างไม่จริงบ้างจึงเป็นเรื่องธรรมดาของภรรยาที่มีความรักต่อสามีการกระทำของจำเลยยังไม่ถึงขั้นเป็นผู้ประพฤติชั่วอันทำให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรงหรือได้รับความดูถูกเกลียดชังหรือได้รับความเสียหายเดือดร้อนจนเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 577/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องหย่า: เหตุหย่าจากการแยกกันอยู่ การขายทรัพย์สิน และการกระทำที่ไม่ถึงขั้นเป็นเหตุให้หย่าได้
โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโจทก์แยกไปอยู่กับมารดาของโจทก์โดยยกทรัพย์สินและบ้านให้จำเลยทั้งหมดปล่อยให้จำเลยอยู่ที่บ้านดังกล่าวกับบุตรตามลำพังโจทก์มิได้เคยส่งเสียอุปการะเลี้ยงดูเยี่ยงสามีภรรยาและบิดามารดากับบุตรที่ดินที่ปลูกบ้านเป็นของบุคคลอื่นซึ่งต้องการที่ดินคืนโจทก์มิได้ไปมาหาสู่จำเลยการที่จำเลยขายบ้านหลังนี้ไปโดยพลการมิได้ปรึกษาหารือโจทก์โดยจำเลยมีเหตุจำเป็นดังกล่าวและเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ยกให้แก่จำเลยแล้วจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภรรยากันอย่างร้ายแรงโจทก์จะยกเอาเป็นข้ออ้างเป็นเหตุในการฟ้องหย่าจำเลยหาได้ไม่. โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าโจทก์ทนอยู่กับจำเลยต่อมาจนถึงปีพ.ศ.2511โจทก์จึงแยกไปอยู่ที่อื่นโดยยอมยกทรัพย์สินและบ้านเรือนทั้งหมดให้จำเลยแล้วมิได้ติดต่ออยู่กินกันอีกเลยและจากนั้นโจทก์บรรยายฟ้องถึงจำเลยนำบ้านไปขายโดยพลการโจทก์มิได้บรรยายฟ้องเลยว่าหลังจากแยกกันอยู่แล้วจำเลยตามไปรังควานโจทก์ฉะนั้นการที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยไปทำลายประตูบ้านโจทก์และเอาอุจจาระไปป้ายที่นอนของโจทก์จึงเป็นการสืบนอกฟ้องศาลฎีกานำมาวินิจฉัยเป็นเหตุหย่าให้โจทก์ไม่ได้. โจทก์เป็นคนชอบดื่มสุราและเจ้าชู้การที่จำเลยรู้เรื่องราวจากภายนอกแล้วนำมาต่อว่าโจทก์เป็นครั้งคราวจริงบ้างไม่จริงบ้างแล้วทะเลาะกันเช่นนี้โจทก์มีส่วนเป็นผู้ก่อเหตุอยู่บ้างการที่จำเลยต่อว่าถึงเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ภรรยามีความรักสามีโจทก์อยู่ในฐานะที่จะป้องกันเหตุเหล่านี้มิให้เกิดขึ้นได้โดยการละเว้นความประพฤติดังกล่าวก็ไม่มีเหตุที่จำเลยจะหึงหวงโจทก์ต้องทะเลาะกันดังนั้นการกระทำของจำเลยยังไม่ถึงขั้นเป็นผู้ประพฤติชั่วอันทำให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรงหรือได้รับความดูถูกเกลียดชังหรือได้รับความเดือดร้อนจนเป็นเหตุให้ฟ้องหย่าจำเลยได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 577/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องหย่า: เหตุหย่าจากการกระทำของคู่สมรส การแยกกันอยู่ และการสืบพยานนอกฟ้อง
โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากัน โจทก์แยกไปอยู่กับมารดาของโจทก์โดยยกทรัพย์สินและบ้านให้จำเลยทั้งหมด ปล่อยให้จำเลยอยู่ที่บ้านดังกล่าวกับบุตรตามลำพัง โจทก์มิได้เคยส่งเสียอุปการะเลี้ยงดูเยี่ยงสามีภรรยาและบิดามารดากับบุตรที่ดินที่ปลูกบ้านเป็นของบุคคลอื่นซึ่งต้องการที่ดินคืน โจทก์มิได้ไปมาหาสู่จำเลย การที่จำเลยขายบ้านหลังนี้ไปโดยพลการมิได้ปรึกษาหารือโจทก์ โดยจำเลยมีเหตุจำเป็นดังกล่าว และเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ยกให้แก่จำเลยแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภรรยากันอย่างร้ายแรง โจทก์จะยกเอาเป็นข้ออ้างเป็นเหตุในการฟ้องหย่าจำเลยหาได้ไม่
โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าโจทก์ทนอยู่กับจำเลย ต่อมาจนถึงปี พ.ศ. 2511 โจทก์จึงแยกไปอยู่ที่อื่นโดยยอมยกทรัพย์สินและบ้านเรือนทั้งหมดให้จำเลย แล้วมิได้ติดต่ออยู่กินกันอีกเลย และจากนั้นโจทก์บรรยายฟ้องถึงจำเลยนำบ้านไปขายโดยพลการ โจทก์มิได้บรรยายฟ้องเลยว่า หลังจากแยกกันอยู่แล้วจำเลยตามไปรังควานโจทก์ ฉะนั้นการที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยไปทำลายประตูบ้านโจทก์และเอาอุจจาระไปป้ายที่นอนของโจทก์ จึงเป็นการสืบนอกฟ้อง ศาลฎีกานำมาวินิจฉัยเป็นเหตุหย่าให้โจทก์ไม่ได้
โจทก์เป็นคนชอบดื่มสุราและเจ้าชู้ การที่จำเลยรู้เรื่องราวจากภายนอกแล้วนำมาต่อว่าโจทก์เป็นครั้งคราว จริงบ้างไม่จริงบ้างแล้วทะเลาะกัน เช่นนี้โจทก์มีส่วนเป็นผู้ก่อเหตุอยู่บ้าง การที่จำเลยต่อว่าถึงเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ภรรยามีความรักสามี โจทก์อยู่ในฐานะที่จะป้องกันเหตุเหล่านี้มิให้เกิดขึ้นได้โดยการละเว้นความประพฤติดังกล่าว ก็ไม่มีเหตุที่จำเลยจะหึงหวงโจทก์ต้องทะเลาะกันดังนั้นการกระทำของจำเลยยังไม่ถึงขั้นเป็นผู้ประพฤติชั่วอันทำให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือได้รับความดูถูกเกลียดชังหรือได้รับความเดือดร้อนจนเป็นเหตุให้ฟ้องหย่าจำเลยได้
โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าโจทก์ทนอยู่กับจำเลย ต่อมาจนถึงปี พ.ศ. 2511 โจทก์จึงแยกไปอยู่ที่อื่นโดยยอมยกทรัพย์สินและบ้านเรือนทั้งหมดให้จำเลย แล้วมิได้ติดต่ออยู่กินกันอีกเลย และจากนั้นโจทก์บรรยายฟ้องถึงจำเลยนำบ้านไปขายโดยพลการ โจทก์มิได้บรรยายฟ้องเลยว่า หลังจากแยกกันอยู่แล้วจำเลยตามไปรังควานโจทก์ ฉะนั้นการที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยไปทำลายประตูบ้านโจทก์และเอาอุจจาระไปป้ายที่นอนของโจทก์ จึงเป็นการสืบนอกฟ้อง ศาลฎีกานำมาวินิจฉัยเป็นเหตุหย่าให้โจทก์ไม่ได้
โจทก์เป็นคนชอบดื่มสุราและเจ้าชู้ การที่จำเลยรู้เรื่องราวจากภายนอกแล้วนำมาต่อว่าโจทก์เป็นครั้งคราว จริงบ้างไม่จริงบ้างแล้วทะเลาะกัน เช่นนี้โจทก์มีส่วนเป็นผู้ก่อเหตุอยู่บ้าง การที่จำเลยต่อว่าถึงเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ภรรยามีความรักสามี โจทก์อยู่ในฐานะที่จะป้องกันเหตุเหล่านี้มิให้เกิดขึ้นได้โดยการละเว้นความประพฤติดังกล่าว ก็ไม่มีเหตุที่จำเลยจะหึงหวงโจทก์ต้องทะเลาะกันดังนั้นการกระทำของจำเลยยังไม่ถึงขั้นเป็นผู้ประพฤติชั่วอันทำให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือได้รับความดูถูกเกลียดชังหรือได้รับความเดือดร้อนจนเป็นเหตุให้ฟ้องหย่าจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 563/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อยกเว้น พ.ร.บ.ขนส่งทางบก: รถยนต์ส่วนบุคคลบรรทุกเกิน 7 คน ไม่ผิดตามกฎหมาย
จำเลยขับรถยนต์แล่นรับคนโดยสาร 10 คนเพื่อสินจ้างตามเส้นทางที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งกำหนดให้บริษัท ข.ประกอบการขนส่งประจำทาง เมื่อรถยนต์คันเกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ซึ่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 5(2) ยกเว้นมิให้ใช้บังคับจำเลยย่อมไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกฯมาตรา 23,126 และมาตรา 93,151
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตู้ทีวีเกมเข้าข่ายเครื่องเล่นพนัน ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน การควบคุมและรับเงินจากผู้เล่นถือเป็นจัดให้มีการพนัน
ตู้ทีวีเกมของกลางมีจอภาพใช้ไฟ้ฟ้าในการเล่นผู้เล่นบางตู้ใช้เครื่องยิงให้ถูกเป้าหากยิงถูกเป้าเครื่องหมายคะแนนจะขึ้นไปบางตู้ผู้เล่นต้องบังคับพวงมาลัยให้แล่นไปตามถนนโดยไม่ให้ชนเครื่องกีดขวางเครื่องจะบอกคะแนนไปเรื่อยๆจนจบเกมถือได้ว่าตู้ทีวีเกมของกลางเป็นเครื่องเล่นซึ่งใช้ไฟฟ้าโดยมีการนับแต้มเข้าลักษณะเครื่องเล่นซึ่งต้องห้ามมิให้เข้าเล่นเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามบัญชีข.อันดับที่28ท้ายพระราชบัญญัติการพนันพุทธศักราช2478จำเลยเป็นผู้ควบคุมการเล่นตู้ทีวีเกมและรับแลกเงินจากผู้เล่นที่ใช้หยอดในตู้ทีวีเกมของกลางก่อนลงมือเล่นถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตนเมื่อจำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจำเลยย่อมมีความผิดโดยผู้เล่นไม่ต้องเล่นพนันเอาทรัพย์สินกันแต่อย่างใด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตู้ทีวีเกมเข้าข่ายเครื่องเล่นพนันต้องได้รับอนุญาต การควบคุมและรับเงินจากผู้เล่นถือเป็นผู้จัดให้มีการพนัน
ตู้ทีวีเกมของกลางมีจอภาพใช้ไฟ้ฟ้าในการเล่นผู้เล่นบางตู้ใช้เครื่องยิงให้ถูกเป้าหากยิงถูกเป้าเครื่องหมายคะแนนจะขึ้นไปบางตู้ผู้เล่นต้องบังคับพวงมาลัยให้แล่นไปตามถนนโดยไม่ให้ชนเครื่องกีดขวางเครื่องจะบอกคะแนนไปเรื่อยๆจนจบเกมถือได้ว่าตู้ทีวีเกมของกลางเป็นเครื่องเล่นซึ่งใช้ไฟฟ้าโดยมีการนับแต้มเข้าลักษณะเครื่องเล่นซึ่งต้องห้ามมิให้เข้าเล่นเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามบัญชีข.อันดับที่28ท้ายพระราชบัญญัติการพนันพุทธศักราช2478จำเลยเป็นผู้ควบคุมการเล่นตู้ทีวีเกมและรับแลกเงินจากผู้เล่นที่ใช้หยอดในตู้ทีวีเกมของกลางก่อนลงมือเล่นถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตนเมื่อจำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจำเลยย่อมมีความผิดโดยผู้เล่นไม่ต้องเล่นพนันเอาทรัพย์สินกันแต่อย่างใด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตู้ทีวีเกมเข้าข่ายเครื่องเล่นพนัน แม้ไม่มีการเดิมพันโดยตรง ผู้ควบคุมมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน
ตู้ทีวีเกมของกลางมีจอภาพใช้ไฟฟ้าในการเล่น ผู้เล่นบางตู้ใช้เครื่องยิงให้ถูกเป้า หากยิงถูกเป้าเครื่องหมายคะแนนจะขึ้นไป บางตู้ผู้เล่นต้องบังคับพวงมาลัยให้แล่นไปตามถนนโดยไม่ให้ชนเครื่องกีดขวาง เครื่องจะบอกคะแนนไปเรื่อย ๆ จนจบเกม ถือได้ว่าตู้ทีวีเกมของกลางเป็นเครื่องเล่นซึ่งใช้ไฟฟ้าโดยมีการนับแต้ม เข้าลักษณะเครื่องเล่นซึ่งต้องห้ามมิให้เข้าเล่น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามบัญชี ข. อันดับที่ 28 ท้ายพระราชบัญญัติการพนันพุทธศักราช 2478 จำเลยเป็นผู้ควบคุมการเล่นตู้ทีวีเกมและรับแลกเงินจากผู้เล่นที่ใช้หยอดในตู้ทีวีเกมของกลางก่อนลงมือเล่น ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน เมื่อจำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจำเลยย่อมมีความผิด โดยผู้เล่นไม่ต้องเล่นพนันเอาทรัพย์สินกันแต่อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความประมาทเลินเล่อของเจ้าพนักงานที่ดินในการตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจ – พยานหลักฐานต้องชัดเจนและมีน้ำหนัก
คดีก่อนจำเลยที่5ได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยที่3ขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่พิพาทและศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดในคดีดังกล่าวว่าจำเลยที่5ไม่มีส่วนร่วมหรือรู้เห็นในการปลอมใบมอบอำนาจคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวจึงผูกพันโจทก์คดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา145โจทก์จะมาอ้างในคดีนี้อีกว่าจำเลยที่5ได้มีส่วนร่วมหรือรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำปลอมหนังสือมอบอำนาจที่ใช้ในการขายที่ดินพิพาทให้กับโจทก์หาได้ไม่. กรมที่ดินได้วางระเบียบเพื่อป้องกันการทุจริตที่เกิดขึ้นเกี่ยวแก่การมอบอำนาจไว้ว่า'ฯโดยเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบลายมือชื่อมิใช่ผู้ชำนาญการพิเศษโดยเฉพาะการตรวจสอบจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างวิญญูชนจะพึงกระทำได้.....ฯลฯ.....การตรวจสอบลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจ....ให้ตรวจสอบว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับของเดิมพอที่จะเชื่อถือได้หรือไม่....ฯลฯ....'ดังนี้เมื่อลายมือชื่อปลอมของผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจปลอมกับลายมือชื่อที่แท้จริงของผู้มอบอำนาจมีลักษณะตัวอักษรช่องไฟและลีลาในการเขียนคล้ายคลึงกันมากในสายตาของวิญญูชนย่อมถือได้ว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกันการที่เจ้าพนักงานที่ดินเชื่อว่าลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจปลอมเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงจึงถือไม่ได้ว่าเจ้าพนักงานที่ดินกระทำโดยประมาทเลินเล่อ. กรมที่ดินวางระเบียบว่า'หนังสือมอบอำนาจควรมีพยานอย่างน้อย1คนถ้าผู้มอบอำนาจพิมพ์ลายมือต้องมีพยาน2คน...ฯลฯ...'เมื่อปรากฏว่าหนังสือมอบอำนาจนอกจากจะมีผู้รับมอบอำนาจลงชื่อเป็นพยานคนหนึ่งแล้วยังมีลายมือชื่อพยานอื่นอีกเช่นนี้แม้จะตัดลายมือชื่อพยานที่เป็นผู้รับมอบอำนาจออกไปใบมอบอำนาจนั้นก็ยังสมบูรณ์อยู่เมื่อไม่มีระเบียบให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจสอบใบมอบอำนาจถ่ายบัตรประจำตัวของผู้มอบอำนาจติดเรื่องไว้การที่เจ้าพนักงานไม่ได้กระทำเช่นนั้นจึงยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อถึงกับเป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสียหาย. โจทก์เบิกความเพียงว่าหากจำเลยที่3ตรวจดวงตราเขตบางรักที่ประทับก็จะรู้ว่าเป็นตราปลอมส่วนจำเลยที่4ก็เคยเห็นดวงตราเขตบางรักเสมอๆแต่มิได้นำสืบให้เห็นว่าดวงตราที่แท้จริงของเขตบางรักเป็นอย่างไรคำเบิกความของโจทก์จึงเป็นเพียงความเข้าใจหรือการคาดคะเนของโจทก์เองเป็นการเลื่อนลอยกรณียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่3ที่4กระทำละเมิดต่อโจทก์.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)