Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2491 — หน้า 24

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การโอนที่ดินโดยการให้ แม้จดทะเบียนแล้ว ก็ไม่ตัดสิทธิครอบครองปรปักษ์
การรับโอนที่ดินโดยการยกให้ไม่มีค่าตอบแทน แม้จะได้แก้ทะเบียนทางเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว ก็จะยกขึ้นยันแก่ผู้ที่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นโดยทางครอบครองหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 716/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทุนทรัพย์คดีแพ่ง: การเพิ่มเติมฟ้องค่าเสียหายและการคำนวณค่าธรรมเนียมศาลตาม ป.วิ.แพ่ง
ฟ้องเดิมขอให้บังคับจำเลยเป็นเงินเพียง 2000 บาท และได้เสียค่าขึ้นศาลในจำนวนทุนทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ต่อมาแม้โจทก์จะได้ขอเพิ่มเติมฟ้องให้ศาลบังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำขอก็ดี ดังนี้ ยังไม่ถือว่าทุนทรัพย์แห่งคดีได้เพิ่มขึ้นเพราะมิได้มีการเรียกค่าธรรมเนียมศาลเพิ่มขึ้นตามมาตรา 150 ป.วิ.แพ่ง
การที่จะบังคับให้จำเลยชำระค่าเสียหายอันต่อเนื่อง คำนวนถึงวันฟ้องจึงถึงวันชำระเสร็จตามคำพิพากษานั้น แม้โจทก์จะมิได้ขอมา เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้ก็ได้
คำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องในกรณีที่ขอเพิ่มค่าเสียหาย แม้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้เพิ่มเติมฟ้องได้ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาต จึงต้องฟังว่า คดีฟ้องหากันด้วยทุนทรัพย์ตามฟ้องเดิม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 716/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทุนทรัพย์คดีแพ่งและการเพิ่มเติมฟ้อง: ข้อจำกัดในการฎีกาเมื่อทุนทรัพย์เดิมไม่เกิน 2,000 บาท
ฟ้องเดิมขอให้บังคับจำเลยเป็นเงินเพียง 2000 บาท และได้เสียค่าขึ้นศาลในจำนวนทุนทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ต่อมาแม้โจทก์จะได้ขอเพิ่มเติมฟ้องให้ศาลบังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำขอก็ดี ดังนี้ยังไม่ถือว่าทุนทรัพย์แห่งคดีได้เพิ่มขึ้นเพราะมิได้มีการเรียกค่าธรรมเนียมศาลเพิ่มขึ้นตามมาตรา 150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
การที่จะบังคับให้จำเลยชำระค่าเสียหายอันต่อเนื่องคำนวณถึงวันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จตามคำพิพากษานั้น แม้โจทก์จะมิได้ขอมา เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้ก็ได้
คำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องในกรณีที่ขอเพิ่มค่าเสียหายแม้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้เพิ่มเติมฟ้องได้ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาต จึงต้องฟังว่า คดีฟ้องหากันด้วยทุนทรัพย์ตามฟ้องเดิม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดพ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว: ฟ้องไม่สมบูรณ์หากไม่ระบุประกาศกำหนดเวลาแจ้งข้าว
ความผิดฐานมีข้าวไว้ในครอบครองในเขตห้ามกักกันข้าวโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าวพ.ศ.2489.ฟ้องต้องได้ความว่า ได้มีประกาศคณะกรรมการกำหนดเวลาให้ผู้มีข้าวเกินปริมาณมาแจ้ง และจำเลยทำฝ่าฝืนประกาศนั้นจึงจะมีผิด
ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประกาศของคณะกรรมการและมิได้ยื่นสำเนาประกาศมาท้ายคำฟ้อง ซึ่งพอจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้อง ดังนี้ ถือว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องความผิดพ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว ต้องแสดงหลักฐานประกาศคณะกรรมการกำหนดเวลาแจ้งข้าว และการฝ่าฝืนประกาศ
ความผิดฐานมีข้าวไว้ในครอบครองในเขตต์ห้ามกักกันข้าว โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ. 2489 ฟ้องต้องได้ความว่า ได้มีประกาศคณะกรรมการกำหนดเวลาให้ผู้มีข้าวเกินปริมาณมาแจ้ง และจำเลยทำฝ่าฝืนประกาศนั้น จึงจะมีผิด
ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประกาศของคณะกรรมการ และมิได้ยื่นสำเนาประกาศมาท้ายคำฟ้อง ซึ่งพอจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้อง ดังนี้ ถือว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ ลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71-72/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแสดงความก้าวร้าวเสียดสีศาลในฟ้องอุทธรณ์ การละเมิดอำนาจศาล และการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล
ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสีคำพิพากษาซึ่งศาลได้กระทำในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาลสั่งให้แก้ไขข้อความให้เรียบร้อยเสียก่อนก็ยังกล่าวความเช่นนั้นอีก ศาลสั่งให้แก้เป็นครั้งที่ 2 ก็ไม่แก้และยืนยันให้ถือฟ้องอุทธรณ์นั้น ดังนี้ ศาลมีอำนาจสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ได้
ถ้อยคำที่กล่าวในฟ้อง จะมีความหมายธรรมดาถึงขนาดที่จะต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
เรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสี ศาลผู้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นอย่างแรง ศาลสั่งให้แก้ไขเสียให้เรียบร้อยก็คงเรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความอย่างเดิมมายื่นอีก จนศาลสั่งให้แก้ไขเป็นครั้งที่ 2 ก็ยังเรียงคำร้องยื่นต่อศาลขอยืนยันให้รับอุทธรณ์นั้น ดังนี้ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เรียบร้อย อันควรจะนำมายื่นต่อศาลผู้กระทำการในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและ เมื่อศาลสั่งให้แก้ไขความไม่เรียบร้อยนั้นเสียก็ไม่แก้กลับจงใจยืนยันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ศาลสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญหรือในทางประวิงให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยตามอำนาจศาลที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 นั้นอีก จึงเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่การนำสืบพยานในคดีอาญา: การพิสูจน์ความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนี
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีโดยประมาทโดยไม่ได้ใส่กุญแจมือ และเครื่องจำจองพันธนาการ เมื่อจำเลยปฏิเสธ โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมฟ้องว่า เหตุที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปนั้น เพราะจำเลยไม่ได้ใส่กุญแจมือและเครื่องจำจองพันธนาการ เมื่อโจทก์นำพยานมาสืบไม่สมฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ความประมาทเลินเล่อในการทำให้ผู้ต้องหาหลบหนี โจทก์ต้องมีหลักฐานสนับสนุน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีโดยประมาทโดยไม่ได้ใส่กุญแจมือและเครื่องจำจองพันธนาการ เมื่อจำเลยปฏิเสธ โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมฟ้องว่าเหตุที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปนั้น เพราะจำเลยไม่ได้ใส่กุญแจมือและเครื่องจำจองพันธนาการ เมื่อโจทก์นำพยานมาสืบไม่สมฟ้องลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปรับโทษทางอาญาแบบรวม และผลของการจำหน่ายคดีผู้ตาย
การนำของหนีภาษีศาลให้ปรับจำเลยรวมกันไม่ใช่แยกรายตัว
ศาลอุทธรณ์ให้ปรับจำเลยสองคนรวมกันมา เมื่อปรากฏในชั้นฎีกาว่าจำเลยคนหนึ่งตาย ศาลก็ให้จำหน่ายคดีสำหรับคนที่ตาย โดยไม่ต้องแก้โทษสำหรับอีกคนหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปรับโทษทางอาญาและผลกระทบเมื่อจำเลยเสียชีวิต: ศาลให้ปรับรวมและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่เสียชีวิต
การนำของหนีภาษี ศาลให้ปรับจำเลยรวมกัน ไม่ใช่แยกรายตัว
ศาลอุทธรณ์ให้ปรับจำเลยสองคนรวมกันมา เมื่อปรากฏในชั้นฎีกาว่า จำเลยคนหนึ่งตาย ศาลก็ให้จำหน่ายคดีสำหรับคนที่ตาย โดยไม่ต้องแก้โทษสำหรับอีกคนหนึ่ง
of 94 ⏮ ◀ ▶ ⏭